
ย้อนฟังเรื่องราว ‘เชื่อม ศิริสนธิ’ อดีตผวจ.สุโขทัยใช้แขนซ้ายวันทยหัตถ์ ร.9
เป็นความจริงที่ “เชื่อม ศิริสนธิ” อดีต ผวจ.สุโขทัย ใช้แขนซ้ายวันทยหัตถ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
โดย...ภูเบศวร์ ฝ้ายเทศ
เป็นความจริงที่ “เชื่อม ศิริสนธิ” อดีต ผวจ.สุโขทัย ใช้แขนซ้ายวันทยหัตถ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการเฝ้าฯ รับเสด็จเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2501 จนสื่อสมัยนั้นวิจารณ์ “ตกประหม่า”
เรื่องราวที่เกิดขึ้นดังกล่าว ไพศาล ศิริสนธิ อดีตพัฒนาการจังหวัดสุโขทัย บุตรชายของเชื่อม เล่าย้อนอดีตให้ฟังว่า เมื่อครั้งที่บิดาดำรงตำแหน่งเป็น ผวจ.สุโขทัย ใช้แขนซ้ายทำวันทยหัตถ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการเฝ้าฯ รับเสด็จเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2501 ซึ่งสื่อหลายสำนักได้นำเสนอข่าวเชิงตำหนิ ผวจ.สุโขทัย ตกประหม่าจึงกระทำเช่นนั้น ทำให้ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ต้องเขียนบทความแถลงข้อเท็จจริงในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ
“เหตุที่บิดาใช้แขนซ้ายทำวันทยหัตถ์ก็เพราะว่าแขนข้างขวาขาด เมื่อครั้งนายเชื่อมยังเป็นนายอำเภอบางพลี จ.สมุทรปราการ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นเรือที่ลักลอบขนอาวุธ และได้เกิดระเบิดขึ้นขณะตรวจค้น ทำให้แขนขวาขาดต้องใส่แขนเทียม” ไพศาล เล่าย้อนอดีต
ต่อมาบิดาได้เลื่อนตำแหน่งมาเป็น ผวจ.สุโขทัย ตั้งแต่ปี 2495 ซึ่งงานสำคัญของรัฐบาลสมัยนั้นคือ การบูรณะโบราณสถานต่างๆ เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเยี่ยมราษฎรภาคเหนือ กระทรวงมหาดไทยได้เบิกตัวบิดาเข้าเฝ้าฯ จุดแรกบริเวณจุดต่อแดนพิษณุโลกกับสุโขทัยในช่วงสายของวันที่ 1 มี.ค. 2501 บิดาได้ใช้แขนจริงข้างซ้ายทำวันทยหัตถ์ “ภาพในวันนั้นทำให้ประชาชนต่างเข้าใจกันว่า ผวจ.สุโขทัย ตกประหม่า”
ในค่ำคืนนั้นบิดาได้ร่วมโต๊ะเสวยบนศาลากลางจังหวัด จึงได้เข้าเฝ้าฯ และทูลถามว่าจะโปรดให้ใช้แขนปลอมหรือแขนจริงในการทำวันทยหัตถ์แสดงความเคารพ ซึ่งบิดาเล่าให้ฟังว่าพระองค์ได้มีพระราชดำรัสตอบ “ให้ใช้แขนจริงข้างซ้ายในฐานะลูกเสือ” สร้างความปลาบปลื้มใจแก่บิดาและครอบครัวมิลืมเลือน
สำหรับการจัดงานเฝ้าฯ รับเสด็จในครั้งนั้นได้สร้างความพอพระทัยเป็นอย่างมาก และพระองค์ยังสนพระทัยเรื่องราวประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยเฉพาะนิทานพระร่วงที่บิดาได้เล่าเรื่องถวายที่แก่งหลวง รวมทั้งประวัติศาสตร์โบราณคดี ตลอดทั้งการบูรณะโบราณสถานเพื่อให้เป็นโครงการอุทยานประวัติศาสตร์
จากนั้นเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2507 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง และเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรโซกพระร่วงลองพระขรรค์ ได้พระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยเกี่ยวกับความสามารถของคนสุโขทัยโบราณที่มีสมเด็จพระร่วงเจ้าเป็นประมุข และความสำคัญของเขื่อนสรีดภงส์ที่เป็นประโยชน์ต่อคนไทยสมัยนั้นด้วย
ด้าน อัญชลี ศิริสนธิ อดีตข้าราชการครูโรงเรียนสุโขทัยวิทยาคมและผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุโขทัย อัญชลี บุตรสาว เล่าต่อว่า ถึงแม้บิดาจะเกษียณอายุราชการในปี 2508 แล้วก็ตาม แต่เมื่อพระองค์เสด็จฯ มาสุโขทัยอีกในปี 2509 และปี 2515 เพื่อทอดพระเนตรโบราณสถานก็ให้เบิกตัวบิดาเข้าเฝ้าฯ ถวายรายงานความคืบหน้าโครงการอุทยานประวัติศาสตร์ แสดงถึงพระองค์ใส่พระทัยกับโบราณสถานอันเป็นเกียรติภูมิของชาติเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อบิดาเสียชีวิตวันที่ 30 มิ.ย. 2528 ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค นางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็ได้นำความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พระราชทานโกศโถ ฉัตรเบญจาประดับเกียรติยศ ปี่ กลองชนะ ประโคมเวลาพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และพระราชทานพวงมาลา อันเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ครอบครัวศิริสนธิอย่างหาที่สุดมิได้







