posttoday
ปลุกชีพต่อลมหายใจต้นไม้ของพ่อ

ปลุกชีพต่อลมหายใจต้นไม้ของพ่อ

28 ตุลาคม 2559

ภายหลังมีการนำเสนอข่าวว่า “ต้นศรีตรัง” ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปลูกไว้เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2554 ณ โรงพยาบาลศิริราช ยืนต้นตายลง

ภายหลังมีการนำเสนอข่าวว่า “ต้นศรีตรัง” ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปลูกไว้เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2554 ณ โรงพยาบาลศิริราช ยืนต้นตายลง นำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา นพ.วิศิษฏ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช พร้อมด้วย ประลอง ดำรงค์ไทย รองอธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เจ้าหน้าที่รุกขกรและหมอต้นไม้ ได้เดินทางเข้าตรวจอาการต้นศรีตรัง บริเวณสวนหย่อมลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ภายในโรงพยาบาลศิริราช

“ขณะนี้ต้นศรีตรังยังไม่ตาย” ประลอง ระบุภายหลังเข้าตรวจสอบต้นศรีตรังอย่างใกล้ชิด

จากการตรวจดูแลต้นศรีตรัง พบว่า ต้นศรีตรังมีอาการช็อกบางอย่าง ยอดเริ่มเหี่ยว แต่ปลายบางจุดยังเขียวอยู่ และมีการแตกหน่อออกมาบางส่วน ซึ่งตามหลักวิชาการป่าไม้อาจเกิดได้หลายปัจจัย จึงต้องดูฐานคือระบบราก

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ให้ยาบำรุงรักษารากเพื่อให้รากแข็งแรงมากขึ้น จะช่วยให้ดูดซับอาหารได้ดีขึ้น ส่วนระบบเชื้อรานั้นก็ต้องดูแล เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงฤดูฝน กิ่งบางกิ่งอาจมีแผลหรือยอดหัก เมื่อมีน้ำขังอาจเกิดเชื้อราได้

ปลุกชีพต่อลมหายใจต้นไม้ของพ่อ

 

สำหรับแนวทางการดูแลต้นไม้ของพ่อหลังจากนี้ เบื้องต้นมอบหมายให้เจ้าหน้าที่รุกขกรและหมอต้นไม้ตรวจสอบและตัดแต่งกิ่งที่ตายออก ก่อนจะนำยากันเชื้อราทาบริเวณแผลของกิ่งต่างๆ แล้วปิดทับด้วยสารกันเชื้อราในแผลของกิ่งไม้อีกชั้นหนึ่ง

หลังจากนั้นให้ขุดดินบริเวณโคนต้น ตรวจดูระบบราก ใส่วิตามินบี 1 ผสมกับปุ๋ยและทรายลงไปแล้วกลบ และนำฟอสฟอรัสแอซิดหรืออาหารของต้นไม้ใส่สลิงฉีดเข้าไปในลำต้นด้วย

“ขณะนี้ได้ทายากันเชื้อราแล้ว จากนี้จะต้องดูแลเรื่องการให้อาหาร โดยจะให้อาหารทางลำต้น ช่วงนี้จะต้องรักษาทุกระบบให้ต้นไม้ ซึ่งยังไม่ตายให้กลับฟื้นมาอีกครั้ง เชื่อว่าประมาณ 1 เดือนจะฟื้นกลับคืนมา มีโอกาสฟื้นตัวมีมากพอสมควร” รองอธิบดีกรมป่าไม้ ระบุ

สำหรับ “ต้นศรีตรัง” บริเวณลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก มีทั้งสิ้น 2 ต้น โดยเมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2554 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินลงมาจากห้องประทับชั้น 16 ของอาคารเฉลิมพระเกียรติ เพื่อลงมาปลูกพร้อมกับรดน้ำพรวนดิน

ทั้งนี้ ต้นศรีตรังเป็นต้นไม้ประจำถิ่นของประเทศบราซิลและทวีปอเมริกาใต้ ถูกนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อกว่า 100 ปีที่ผ่านมา ที่ จ.ตรัง โดยพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี อดีต ผวจ.ตรัง สมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต

จากนั้นต้นศรีตรังถูกยกให้เป็นต้นไม้ประจำ จ.ตรัง และมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “แคฝอย”

ปลุกชีพต่อลมหายใจต้นไม้ของพ่อ

 

สำหรับลักษณะทั่วไปของต้นศรีตรังเป็นไม้ยืนต้น วงเดียวกับชมพูพันธุ์ทิพย์ ความสูงเฉลี่ยประมาณ 4-10 เมตร ใบมีลักษณะเรียวคล้ายปลายขนนกช่วงปลายแหลม

ต้นศรีตรังมี 2 ชนิด คือ ชนิดที่มีช่อดอกที่ปลายยอด กับชนิดที่มีช่อดอกออกตามซอกใบตามกิ่งก้านและปลายยอด โดยชนิดหลังเป็นที่นิยมปลูกมากในประเทศไทย เนื่องจากลักษณะต้นเป็นทรงพุ่มค่อนข้างโปร่ง คนไทยจึงนิยมปลูกเป็นไม้ประดับเพื่อให้ร่มเงา ส่วนในต่างประเทศนิยมปลูกตามข้างทางเรียงเป็นทิวแถว

ดอกมีลักษณะคล้ายปากแตรสีม่วง มีกลิ่นหอมอ่อนๆ มักออกช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. และเมื่อเข้าสู่เดือน เม.ย.-พ.ค. ก็จะร่วงเหลือแต่ผล

ชาวอียิปต์โบราณนิยมใช้ไม้จากต้นศรีตรังไปทำเปียโน ส่วนน้ำที่คั้นได้จากดอกมีสรรพคุณทางการแพทย์ ช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรคได้อีกด้วย

ข้อมูลจาก กองกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า เดิมชาวมหิดลใช้ต้นศรีตรังเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย แต่ไม่ได้ประกาศเป็นทางการ จนกระทั่ง ศ.สตางค์ มงคลสุข อดีตคณบดีคณะวิทยาศาสตร์คนแรกย้ายไปเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงได้นำต้นศรีตรังไปปลูกที่ จ.สงขลา

ด้วยต้นศรีตรังเจริญงอกงามได้ดีในภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จึงประกาศให้ต้นศรีตรังเป็นต้นไม้สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ตั้งแต่บัดนั้น

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย