posttoday

สูตรตั้งพรรคใหม่ สมาชิก500คน

27 ตุลาคม 2559

สตาร์ทเครื่องเดินหน้าต่อสำหรับกรรมการร่างรัฐธรรมนูญในการทำกฎหมายลูก 4 ฉบับ

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

สตาร์ทเครื่องเดินหน้าต่อสำหรับกรรมการร่างรัฐธรรมนูญในการทำกฎหมายลูก 4 ฉบับ หลังจากเมื่อวันที่ 25 ต.ค. มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ได้ออกมาระบุแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

โดยเชิญตัวแทนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.เข้าชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว จนมีข้อสรุปวิธีการจัดตั้งพรรคการเมืองให้ทำง่ายขึ้น จากเดิมต้องทำเป็น 2 ขยัก คือ จดทะเบียนจองก่อนแล้วค่อยรวบรวมตั้งพรรค เหลือเพียงขั้นตอนเดียว

ให้มีสมาชิก 500 คน ก็สามารถจัดตั้งพรรคการเมืองได้เลย และให้สมาชิกจ่ายเงินทุนประเดิมเพื่อทำกิจกรรมของพรรคเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับพรรคการเมืองอย่างแท้จริง ขณะที่เงินสนับสนุนพรรคการเมืองจาก กกต.ยังคงเป็นไปตามเดิม

ทั้งนี้ มีรายงานว่า บทเฉพาะกาลในร่างที่ กรธ.ปรับแก้ ได้ระบุชัดเจนในมาตรา 114-118 ครอบคลุมทั้งตัวพรรคการเมือง หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค มติและข้อบังคับพรรค รวมทั้งสมาชิกพรรคเดิมที่มีอยู่ก่อนบังคับใช้ พ.ร.บ.พรรคการเมืองฉบับใหม่ยังคงสภาพ แต่ส่วนใดที่ขัดกับกฎหมายใหม่จะให้เวลาดำเนินการเพื่อปรับปรุงให้สอดคล้องดังนี้

มาตรา 114 ในส่วนของพรรคการเมืองเดิมที่ได้รับการจดแจ้งมาก่อน พ.ร.บ.ฉบับนี้บังคับใช้ หากยังไม่มีสมาชิก  และสาขาพรรคตามที่กำหนดใน พ.ร.บ.พรรคการเมืองฉบับใหม่ (มีสมาชิกไม่น้อยกว่า 500 คน และมีสาขาทั้ง 4 ภาคอย่างน้อยภาคละ 1 สาขา) ให้ดำเนินการภายใน 90 วัน หลังจาก พ.ร.บ.พรรคการเมืองฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ หากไม่สามารถดำเนินการได้ในเวลาดังกล่าวให้พรรคการเมืองดังกล่าวสิ้นสภาพไป

มาตรา 115 ให้หัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค สาขาพรรค และกรรมการสาขาพรรคที่มีอยู่เดิมยังคงอยู่ตาม พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ทั้งนี้ มีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า  เว้นแต่บุคคลที่ขัดคุณสมบัติหรือมีข้อห้ามจะต้องพ้นไปและเลือกกลับมาใหม่เป็นรายๆ ไป แต่ไม่มีการยกเลิกทั้งคณะ

มาตรา 116 ให้มติและข้อบังคับของพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิม ใช้บังคับต่อไปตราบที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ พ.ร.บ.นี้ โดยให้พรรคการเมืองปรับปรุงส่วนที่ขัดหรือแย้งภายใน 60 วันนับแต่ พ.ร.บ.ฉบับนี้บังคับใช้ หากปรับปรุงไม่ทันตามเวลาดังกล่าว พรรคการเมืองนั้นจะส่งผู้สมัคร สส.ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกหลังบังคับใช้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ได้

มาตรา 117 ให้พรรคการเมืองจัดทำทะเบียนสมาชิกพรรคและส่งทะเบียนสมาชิกพรรค พร้อมรายการทรัพย์สินและหนี้สิน รวมทั้งบัญชีการเงินของพรรค สาขาพรรคแก่นายทะเบียนพรรคการเมืองภายใน 60 วัน นับแต่ พ.ร.บ.นี้บังคับใช้ หากไม่สามารถดำเนินการได้ทันตามเวลาดังกล่าว พรรคการเมืองนั้นไม่สามารถส่งผู้สมัคร สส.ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก

นอกจากนี้มาตราอื่นๆ ในบทเฉพาะกาลยังได้รับรองกองทุนพรรคการเมือง คณะกรรมการกองทุนพรรคการเมืองยังคงอยู่ แต่จะยังไม่จัดสรรเงินสนับสนุนให้แก่พรรคการเมือง จนกว่าพรรคการเมืองจะได้ปรับปรุงทั้งในส่วนของสาขาพรรค สมาชิกพรรค ข้อบังคับพรรค ทะเบียนสมาชิกและบัญชีการเงินพรรคเสร็จสมบูรณ์

ขณะเดียวกันให้คดีที่ยังดำเนินการอยู่กับพรรคการเมือง ตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง 2550 ที่ยังไม่ยุติยังคงดำเนินการต่อไปตามที่ กกต.กำหนด โดยไม่ขัดหรือแย้งกับ พ.ร.บ.พรรคการเมืองฉบับใหม่ รวมทั้งกำหนดให้อธิบดีกรมสรรพากรออกหลักเกณฑ์การหักภาษีบริจาคให้พรรคการเมืองใหม่ภายใน 1 ปี โดยระหว่างนี้ยังสามารถใช้หลักเกณฑ์เดิมไปก่อน

สำหรับมาตราสุดท้าย มาตรา 123 ให้การรับรองประกาศ ข้อบังคับ และคาสั่งเดิมของ กกต.มีผลใช้บังคับต่อไป

ด้าน อุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. ชี้แจงถึงความคืบหน้าร่างดังกล่าวฉบับที่ปรับปรุงโดยคณะอนุกรรมการยกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่า การพิจารณามีความคืบหน้าและพิจารณาแล้วเสร็จ ส่วนของการจัดตั้งและจดทะเบียนพรรคการเมือง โดยเนื้อหาที่พิจารณาในเบื้องต้น คือ กำหนดให้การจัดตั้งพรรคการเมือง สามารถดำเนินการได้

โดยการริเริ่มจัดตั้งพรรคการเมืองจากคณะผู้เริ่มไม่น้อยกว่า 15 คน ซึ่งยื่นรายละเอียดไว้ต่อ กกต. จากนั้นให้ผู้ริเริ่มดำเนินการหาสมาชิกพรรคการเมืองให้ได้ไม่น้อยกว่า 500 คน ต้องมีสัดส่วนสมาชิกที่กระจายตัวไปในแต่ละภูมิภาค คือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และด้วยวิธีการที่ผู้ริเริ่ม พร้อมด้วยสมาชิกซึ่งไม่น้อยกว่า 500 คน สามารถยื่นจัดตั้งพรรคการเมืองต่อ กกต.ได้ทันที

ทั้งนี้ จากเดิมที่ กกต.เสนอให้มีสมาชิกพรรคเริ่มต้น 5,000 คน ภาคละไม่น้อยกว่า 500 คน อย่างไรก็ดี ตามเนื้อหาได้กำหนดให้ผู้ริเริ่มและสมาชิกพรรคการเมือง ฐานผู้ร่วมก่อตั้งต้องชำระเงินเพื่อเป็นทุนประเดิมให้พรรคการเมืองประมาณ 2,000 บาท

เพื่อใช้ในกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมือง ซึ่ง กรธ.ประเมินว่าเมื่อช่วงก่อตั้งพรรคการเมือง ควรมีเงินทุนดำเนินการอย่างน้อย 1 ล้านบาท ซึ่งได้จากสมาชิกพรรคผู้ก่อตั้งและเพื่อเป็นหลักที่ทำให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในพรรคได้

ขณะเดียวกัน กรธ.มีแนวคิดด้วยว่าในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมืองจะมีประเด็นทางด้าน สังคมอื่นๆ เพิ่มเติมจากบทบาทของนักการเมืองที่ทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติหรือกิจกรรมเฉพาะช่วงหาเสียงเลือกตั้งเท่านั้น ซึ่งกลไกนี้ต้องพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง ประกอบกับการรับฟังความเห็นของประชาชนด้วย

อุดม กล่าวอีกว่า กรธ.ได้วางแผนทำงานว่าภายหลังจากที่มีรัฐธรรมนูญใช้บังคับ ซึ่ง กรธ.คาดคะเนและประเมินกันเองว่าอาจอยู่ในช่วงเดือน พ.ย. หรือ ธ.ค.นี้ โดยจะส่งเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง และร่าง พ.ร.บ. กกต.ให้สภานิติบัญญัติ

ข่าวล่าสุด

“ดร.เอ้” ไทยก้าวใหม่ ลุยหนองแขม–บางบอน ชูแก้น้ำท่วม ปลดหนี้ กยศ. 100%