
เอสซีจีเคมิคอลส์ปั้น เซียร์ร่า4ปี4แสนตัน
เอสซีจี เคมิคอลส์ บูมวัสดุฟังก์ชันนอล เซียร์ร่า แข่งซิลเวอร์นาโน หวัง 4 ปี ขาย 4 แสนตัน
เอสซีจี เคมิคอลส์ บูมวัสดุฟังก์ชันนอล เซียร์ร่า แข่งซิลเวอร์นาโน หวัง 4 ปี ขาย 4 แสนตัน
นายชลณัฐ ญาณารณพ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส เอสซีจี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ พร้อมทีมผู้บริหาร เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวสินค้าที่เป็นครั้งแรกของโลก หรือ นิวเวิลด์ออร์เดอร์ ฟังก์ชันนอล แมททีเรียล ยี่ห้อเซียร์ร่า (CIERRA) กับเปิดตัวสินค้าใหม่ นิวเจเนอเรชั่นพีอี หรือ นิวพีอี ในงานเคแฟร์ 2016 ที่เมืองดุสเซลดอร์ฟ เยอรมนี เมื่อวันที่ 19-26 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยงานนี้จะเวียนจัด 3 ปีต่อครั้ง
สำหรับการรุกฟังก์ชันนอล แมททีเรียล ครั้งนี้ เพราะเป็นผลมาจากการที่บริษัทลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนามาต่อเนื่อง โดยปีนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ จะใช้งบอาร์แอนด์ดีถึง 3,300 ล้านบาท สัดส่วนถึง 45% ของงบอาร์แอนด์ดีรวมของกลุ่มเอสซีจี โดยเซียร์ร่าเป็นการพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ เป็นวัสดุที่มีฟังก์ชันนอล เช่น 1.เป็นฟิล์มป้องกันความชื้น ป้องกันออกซิเจน ป้องกันแสง หรือแบริเออร์ ทำให้สามารถเก็บอาหารได้นานขึ้น ซึ่งจะแข่งกับซิลเวอร์นาโนที่ยังมีจุดอ่อนหลายจุด
นอกจากนี้ ยังเป็น 2.สารฆ่าเชื้อหรือแอนตี้ไมโคร ไวรัล ใช้ในผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความสะอาดสูง เช่น ส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหานิ้วล็อก และ 3.สารหน่วงไฟทางเคมี หรือ ไฟร์ รีทาร์ดต์ ทำให้พลาสติกติดไฟช้าลง
ทั้งนี้ คาดปีหน้าจะเริ่มลงทุนการผลิตและออกแบบโรงงานที่มีกำลังการผลิตปีละ 4 แสนตัน จะสามารถเริ่มผลิตได้ใน 1 ปี โดยกำลังการผลิตดังกล่าวจะรองรับความต้องการของผู้ใช้ไปได้ 4-5 ปี ซึ่งหลังจากปีหน้าออกแบบโรงงานเสร็จ บริษัทจะเพิ่มฝ่ายการตลาดขึ้นมาเพื่อทำกิจกรรมตลาดฟังก์ชันนอล แมททีเรียล ยี่ห้อ “เซียร์ร่า” ดังกล่าว ให้เหมือนกับดูปองท์ที่สร้างวัสดุแบรนด์ไลก้า
นายชลณัฐ กล่าวว่า นอกจากกลุ่มนันปิโตรเลียมจะมีสินค้าใหม่คือเซียร์ร่า ในส่วนของปิโตรเลียมที่เป็นรายได้หลักของบริษัทในปัจจุบัน ในสินค้ากลุ่มพีอี พีพี และพีวีซี ในกลุ่มปิโตรเลียมจะมีการออกนิวพีอี ที่สามารถนำไปผลิตฟิล์ม ซึ่งต้นทุนถูกลง 25-40% แต่ได้ความเหนียว ความแข็ง ของฟิล์มที่เท่าเดิม โดยนิวพีอี เป็นการวิจัยของนอร์เนอร์ ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเอสซีจีฯ ไปซื้อกิจการมา
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการ บริษัท เอสซีจี กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ของเอสซีจีถือว่าเดินมาถูกทาง ที่ลงทุนในการวิจัยและพัฒนา หรืออาร์แอนด์ดี เพื่อที่จะขายสินค้ามูลค่าเพิ่มสูงหรือเอสวีเอ และตอนนี้บริษัทมีสิทธิบัตรที่จดไว้เป็นทรัพย์สินมากมาย พร้อมจะนำมาพัฒนาเป็นสินค้า ดังนั้นขั้นต่อไปของเอสซีจีจะมีการออกสินค้าที่เป็นครั้งแรกของโลก หรือ นิวเวิลด์ ออร์เดอร์ ตามมาอีกมาก







