posttoday
สรรเสริญพระบารมี

สรรเสริญพระบารมี

24 ตุลาคม 2559

เชื่อว่าภาพเมื่อบ่ายและค่ำคืนวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา จะประทับอยู่ในใจของประชาชนคนไทยไม่มีวันลืม เมื่อประชาชนคนไทยนับแสนมาปรากฏตัวเต็มพื้นที่ท้องสนามหลวง และพื้นที่โดยรอบ ร่วมกันขับขานบทเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อแสดงความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เชื่อว่าภาพเมื่อบ่ายและค่ำคืนวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา จะประทับอยู่ในใจของประชาชนคนไทยไม่มีวันลืม เมื่อประชาชนคนไทยนับแสนมาปรากฏตัวเต็มพื้นที่ท้องสนามหลวง และพื้นที่โดยรอบ ร่วมกันขับขานบทเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อแสดงความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล หรือท่านมุ้ย ประทานสัมภาษณ์ว่า การเตรียมครั้งนี้ไม่ยากเลย เป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดจนไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีคนมาช่วยกันมากมายขนาดนี้ ทุกคนทุกค่ายช่วยกันไม่มีการแบ่งแยก ไม่มีพรรคการเมือง ไม่มีค่าย ไม่มีใครคิดเงิน

ความร่วมแรงร่วมใจโดยไม่มีแบ่งแยกเหล่านี้ เชื่อว่าเกิดขึ้นได้เพราะที่ผ่านมาคนไทยนั้น “เย็นศิระเพราะพระบริบาล ผลพระคุณ ธ รักษา ปวงประชาเป็นสุขศานต์”

เป็นเวลา 70 ปีที่ผ่านมา คนไทยหลายคนรับรู้ถึงความสุขศานต์นี้ได้ เพราะรับทราบมาแต่เล็กแต่น้อยถึงการทรงงานอย่างหนัก ผ่านข่าวในราชสำนักทางทีวี วิทยุ ที่ส่วนใหญ่คือพื้นที่ในต่างจังหวัดชนบทห่างไกล ถิ่นทุรกันดารเป็นหลัก โดยมีสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ตามเสด็จฯ ทุกครั้ง

คนไทยในรุ่นหลัง แม้จะเริ่มเห็นภาพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จฯ ไปทรงงานในพื้นที่ชนบทห่างไกลน้อยลง แต่จากข่าวคราวที่ออกมาก็ยังคงปรากฏให้เห็นชัดว่า พระองค์ยังทรงงานอย่างหนักเพื่อประชาชนของท่าน แม้กระทั่งเมื่อครั้งประชวร ต้องเสด็จฯ มารักษาพระองค์ในโรงพยาบาล ก็ยังเห็นภาพที่พระองค์เรียกประชุมข้าราชการเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม

หลายคนที่ได้ชมพระราชกรณียกิจผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยที่รวบรวมมาจัดฉายผ่านสถานีโทรทัศน์ในระยะแห่งความโศกเศร้าอาลัยนี้ ได้แสดงความตั้งใจที่จะเดินตามรอยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ย้อนไปเมื่อปี 2549 เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม เนื่องในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2549 โดยเบื้องหน้าพระพักตร์ คือประชาชนคนไทยที่พร้อมใจสวมใส่เสื้อเหลืองเต็มพื้นที่สุดสายพระเนตร โดยมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า

“หากความคิดจิตใจ และการประพฤติปฏิบัติที่ลงรอยเดียวกันในทางที่ดี ที่เจริญนี้ ยังมีพร้อมมูลในกาย ในใจของคนไทย ก็มั่นใจได้ว่าประเทศชาติไทยจะดำรงมั่นคงอยู่ตลอดไปได้ จึงขอให้ท่านทั้งหลายในมหาสมาคมแห่งนี้ ทั้งประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าได้รักษาจิตใจและคุณธรรมนี้ไว้ให้เหนียวแน่น

และถ่ายทอดความคิดจิตใจนี้กันต่อไป อย่าให้ขาดสาย เพื่อให้ประเทศชาติของเราดำรงยืนยงอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข
ทั้งในปัจจุบันและภายหน้า

ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลจงคุ้มครองรักษาประเทศชาติไทยให้ปลอดพ้นจากอันตรายทุกสิ่ง และอำนวยความสุขความเจริญสวัสดีให้เกิดมีแก่ประชาชนชาวไทยทั่วกัน”

พระราชดำรัสนี้ เมื่อระลึกขึ้นได้เมื่อไหร่ และได้ปฏิบัติตาม ก็จะเป็นมงคลต่อตนเองและประเทศชาติ

สมกับเพลงสรรเสริญพระบารมีท่อนสุดท้ายที่ขับขานว่า

“ธ ประสงค์ใด จงสฤษดิ์ดังหวังวรหฤทัย ดุจถวายชัย ชโย”

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน