
พระเจ้าอยู่หัวทรงสนทนาธรรม กับสังฆราช
หนังสือพระประวัติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เรื่อง บวรธรรม บพิตร
โดย...ส.สต
หนังสือพระประวัติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เรื่อง บวรธรรม บพิตร หน้า 112-115 คณะผู้จัดทำหนังสือที่พิมพ์โดยเสด็จพระราชกุศลในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระญาณสงวร สมเด็จพระสังฆราชฯ วันที่ 16 ธ.ค. 2558 ณ พระเมรุวัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร โดยพระศากยวงศ์วิสุทธิ์ (พระ ดร.อนิลมาน ธมฺมสากิโย) อดีตผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศฯ อัญเชิญการสนทนาธรรมระหว่างพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ มาพิมพ์ไว้
ในการนี้บอกที่มาของคำ บวรธรรมบพิตร นั้นว่า เป็นสร้อยพระราชทินนามเจ้าพระคุณสมเด็จในพระสุพรรณบัฏที่พระราชทานในพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช มีความหมายว่า ทรงเป็นเจ้าทางพระธรรมอันประเสริฐ
ส่วนบรมบพิตร ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
เมื่อบรมบพิตร ทรงสนทนาธรรมกับ บวรธรรมบพิตร
เรื่องหนังสือสอนพระพุทธศาสนา
ความที่รับสั่ง : หนังสือสอนพระพุทธศาสนายากเกินไปแก่สมองเด็ก ให้เด็กเล็กๆ จำประวัติมากเกินไป
ทูลว่า : กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้จัดหลักสูตร
รับสั่ง : อย่างสอนอริยสัจจ์แก่เด็กเล็กๆ เหมือนอย่างจะให้เด็กเป็นพระอรหันต์ จะให้เด็กเข้าใจได้อย่างไร น่าจะสอนบทธรรมง่ายๆ ที่เป็นประโยชน์ในการอบรมเด็กด้วย เช่น ความเพียร และน่าจะจัดเป็นหลักสูตรสูงขึ้นไปโดยลำดับแทรกพุทธประวัติ นิทานชาดก บทสอนคฤหัสถ์ ศาสนาได้มีจัดทำไว้ทำนองนี้ น่าจะทำแจก หรือจำหน่ายถูกๆ ของกระทรวงก็ปล่อยไปเป็นส่วนของกระทรวง
ทูลว่า : จะนำกระแสพระราชดำรินี้ไปจัดทำ แต่การเขียนเรื่องให้เด็กอ่านนั้น เขียนแล้วคิดว่าง่ายเด็กเข้าใจ ครั้งไปลองสอนให้กับเด็ก คือ ให้เด็กอ่าน เด็กก็ไม่สนใจ
รับสั่ง : ถ้าประสงค์จะทดสอบก็ได้ เขียนส่งไปให้ทูลกระหม่อมเจ้าฟ้าหญิงอุบลรัตน์ฯ อ่าน ถ้าจะทดสอบอายุน้อยกว่านั้นก็ได้
การปฏิบัติพระองค์
ความที่รับสั่ง : การปฏิบัติพระองค์ให้เหมาะเป็นการยากต้องทำ 2 อย่างพร้อมๆ กัน อย่างหนึ่งต้องให้มีภาคภูมิ อีกอย่างหนึ่งต้องให้สุภาพ มิให้เป็นหยิ่ง หรือที่เรียกกันว่าเบ่ง และในสมัยประชาธิปไตย ก็ต้องให้เหมาะสมเข้ากันได้กับประชาชน
ทูล : ตามที่ได้ฟัง ได้ยินแต่เสียงชื่นชมในพระบารมี
รับสั่ง : ต้องคอยสังเกตเป็นบทเรียนและแก้ไขเรื่อยมา เมื่อคราวเสด็จฯ ภาคอีสาน วันหนึ่งเหนื่อยมากหน้าบึ้ง กลับที่พักแล้วนึกขึ้นได้ว่าราษฎรได้มีโอกาสเห็นเราเพียงครั้งเดียวให้เขาเห็นหน้าบึ้งไม่ดี ต่อจากนั้นถึงจะเหนื่อยมาก ก็ต้องพยายามไม่ทำหน้าบึ้ง ต้องทำชื่นบาน
กำลังใจ
รับสั่ง : เมื่อคราวเสด็จฯ ทางใต้ วันหนึ่งไม่สบาย แต่ถ้างดไม่ไป ก็จะเกิดเสียหาย ต้องไป ครั้นไปแล้วกลับมาก็สบายดี จะเป็นเพราะกำลังใจใช่ไหมทูลรับ และ
ทูลว่า : ฝึกบ่อยๆ กำลังใจก็จะยิ่งมากขึ้น
นิมิตในสมาธิ
ความที่รับสั่ง : ทำสมาธิ มองเห็นภาพต่างๆ เป็นจริงหรือ
ทูล : โดยมากไม่จริง ภาพที่เห็นมักเป็นนิมิต คือ ภาพที่เกิดจากสัญญา หรือที่เรียกว่าภาพอุปาทาน คือ ได้เคยคิดเคยเห็นมาแล้ว เก็บไว้ในใจ ครั้นทำสมาธิใจแน่วแน่ สิ่งที่เก็บไว้ในใจนั้น ก็ปรากฏขึ้นมาเหมือนอย่างที่เห็นนรก เห็นสวรรค์ เห็นเทวดา ถามว่าเทวดารูปร่างอย่างไร ตามคำตอบ ก็คล้ายรูปเทวดาที่ผนังโบสถ์ แต่ที่เป็นจริงก็มี เป็นพวกทิพยจักษุ มีน้อย
รับสั่ง : เหมือนอย่างดูของหาย มองเห็น มีพระดูได้
ทูล : ถ้ามองเห็นถูกต้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น ก็ต้องรับว่าเป็นจริง เพราะมีข้อพิสูจน์
การทำสมาธิ
ความที่รับสั่ง : ทำสมาธิอย่างไร
ทูล : คือทำใจให้ตั้งมั่นแน่วแน่อยู่ในอารมณ์เดียว จะทำอะไรทุกๆ อย่าง ต้องมีใจเป็นสมาธิ ในทางปฏิบัติ จึงต้องใช้สมาธิทั้งนั้น แต่มักมีคนเข้าใจว่า ทำสมาธิต้องนั่งหลับตา
รับสั่ง : นั่นทำพิธี ทรงรู้สึกว่า เวลาทรงปฏิบัติราชกิจ ต้องทรงสำรวมพระราชหฤทัย เช่น คราวพระราชทานกระบี่นักเรียนนายร้อย เพียงหยิบให้ ถ้าไม่สำรวมใจมีผิด สำรวมใจอยู่ ก็ทำไม่ผิด
อิทธิ
ความที่รับสั่ง : หายตัว เป็นจริง หรือเป็นการสะกดจิตไม่ให้เห็น
ทูล : อาจเป็นการสะกดจิต แต่การล่องหนทะลุกำแพงออกไป ถ้าเป็นจริงก็จะต้องทำตัวอย่างไรให้เล็ดลอดออกไปได้
รับสั่ง : มีในพระพุทธศาสนาหรือเปล่า
ทูล : มีแสดงไว้ แต่ไม่ใช่พระพุทธศาสนาโดยตรง มีแสดงไว้ก่อนในตำรับทางพราหมณ์
รับสั่ง : แต่มีแสดงไว้ในพระพุทธศาสนาด้วย
ทูล : ทูลรับพระราชดำรัส
รับสั่ง : อยู่ในที่นี้ แล้วคิดสะกดจิตคนที่อยู่ในที่อื่นได้ไหม
ทูล : เคยพบแต่ที่แสดงไว้ว่า อยู่ในที่เดียวกัน
พระเครื่อง
ความที่รับสั่ง : พระเครื่องคุ้มกันได้จริงไหม คุ้มกันได้เพราะใจเชื่อมั่นว่ามีพระเครื่องอยู่กับตัวหรืออย่างไร
ทูล : เป็นเครื่องทำให้ใจเชื่อมั่น
รับสั่ง : ถ้าใจเชื่อมั่นแล้ว ก็ไม่จำเป็นหรือ
ทูล : ไม่จำเป็น แต่ก็มีเชื่อกันว่า พระเครื่องให้อยู่คงจริงก็มี คือ ผู้ที่มีอยู่จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม หรือมิได้คำนึงถึงแต่พระเครื่องก็คงคุ้มกัน คนที่ไม่เชื่อก็มี
รับสั่ง : ก็เชื่อ มีคนให้ รับมาไว้ที่พระองค์ เขาก็ยินดี แต่วันนี้ไม่ได้ติดมา
เวลาจะเสด็จฯ กลับ
รับสั่ง : จะกลับ
ทูล : จะถวายอดิเรกก่อน







