posttoday
ปฏิรูปการเมือง ต้องปฏิรูปอะไร?

ปฏิรูปการเมือง ต้องปฏิรูปอะไร?

25 สิงหาคม 2553

...จรัล สุวรรณมาลา

เมื่อก่อนนี้ ถ้าถามคนไทยว่าการเมืองสำคัญแค่ไหน เชื่อแน่ว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้คิดว่าการเมืองเป็นเรื่องสำคัญมากนัก ก่อนหน้านี้เราคิดถึงการเมืองคล้ายๆ กับพิธีกรรมอย่างหนึ่ง ที่แทบจะไม่ได้มีผลดีผลเสียอะไรกับชีวิตประจำวันของเรา เอาแค่เพียงว่ามีการเลือกตั้ง สส. ตามที่กฎหมายกำหนด เราก็ไปเลือกตั้ง ได้ สส. มา และได้ ครม. ตามมา เราก็ให้ สส. และ ครม. ทำหน้าที่ทางการเมืองไปตามเรื่อง ในขณะเดียวกัน ข้าราชการประจำ ก็ทำหน้าที่บริหารราชการควบคู่กันไปตามเรื่อง จะดีชั่วอย่างไรเราไม่ค่อยสนใจกันมากนัก

แต่มาวันนี้ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเมืองกลายเป็นเรื่องที่สำคัญลำดับต้นๆ ของชีวิตประจำวันของเรา แต่ที่ว่าสำคัญนั้น เป็นเพราะการเมืองไทยวันนี้ได้สร้างปัญหาให้กับเรา มากกว่าทำประโยชน์แก่เรา การเมืองต้นเหตุของปัญหาสารพัด ตั้งแต่เรื่องการคอร์รัปชันอย่างมโหฬาร จนติดอันดับโลก ไปจนถึงเรื่องการกำหนดนโยบายที่ทำให้เกิดความแตกต่างทางเศรษฐกิจสังคม ในหมู่ประชาชนคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีวันจบสิ้น และการยุให้คนในสังคมเกิดความขัดแย้ง เป็นศัตรูกัน ทำลายล้างกัน เสมือนหนึ่งว่าเรามีเผ่าพันธุ์แตกต่างกัน เป็นศัตรูกันมาตั้งแต่ชาติก่อนก็ไม่ปาน

สรุปสั้นๆ ว่าเราจึงต้องเร่งปฏิรูปการเมือง แต่จะปฏิรูปอะไร ตรงไหน อย่างไร เป็นประเด็นที่ต้องช่วยชี้ ช่วยกันแก้ไขต่อไป

ถ้าจะปฏิรูปการเมืองให้ได้ผลจริงๆ ต้องจัดการกับต้นเหตุหรือตัวการของปัญหาการเมืองวันนี้ ในทัศนะของผู้เขียน ตัวการสร้างปัญหาการเมืองไทยประกอบด้วยคนสามกลุ่ม คือ นักการเมือง ข้าราชการ และนักธุรกิจ ที่รวมหัวกันแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวจากการใช้อำนาจทางการเมือง และทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ทำให้คนจำนวนน้อยฉวยโอกาสกอบโกยเงินทองทรัพย์สินไว้ในมือ ซึ่งก็ไปดูดเอามาจากคนส่วนใหญ่ที่เสียเปรียบและไม่มีอำนาจต่อรอง และต้องล้มละลาย กลายเป็นคนจนเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน และก็เป็นพวกนักการเมืองนี่แหละที่ไปปลุกปั่นชักชวนเอาประชาชนมาเป็นพวก ใช้ประเด็นปัญหาการคอร์รัปชัน ความไม่เท่าเทียม ฯลฯ เป็นข้ออ้าง (ทั้งที่เมื่อมีโอกาสเป็นรัฐบาล ก็ไม่เคยคิดจะแก้ปัญหาดังกล่าวนี้แม้แต่น้อย) จนกลายเป็นความขัดแย้งทางสังคมและการเมืองที่รุนแรงขั้นวิกฤตวันนี้

ที่ว่ามานี้ไม่ได้หมายความว่า นักการเมือง ข้าราชการ หรือนักธุรกิจทั้งหมดจะเป็นคนไม่ดี เป็นตัวการของปัญหาไปเสียทั้งหมด แท้จริงแล้วคนไม่ดีมีอยู่จำนวนหนึ่งเท่านั้น ในขณะที่ยังมีนักการเมือง ข้าราชการ และนักธุรกิจดีๆ เป็นจำนวนมาก ที่ไม่ได้ใช้อำนาจการเมืองแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว

สาระของการปฏิรูปการเมืองจึงควรมีองค์ประกอบหลักๆ สองประการ คือ ประการแรก ต้องสร้างมาตรการป้องกันไม่ให้นักการเมืองที่ไม่ดีเข้าสู่ตำแหน่งและมีอำนาจทางการเมือง ต้องทำให้พรรคการเมืองมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมจริงๆ ตั้งแต่การคัดเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ต้องเปิดเผยข้อมูลของผู้สมัครอย่างเพียงพอ และเปิดโอกาสให้สาธารณชนตรวจสอบการทำงานของพรรคการเมืองจริงๆ และทำให้พรรคการเมืองเป็นพรรคของสาธารณชน ไม่ใช่พรรคของบุคคล ของนายทุนใหญ่ หรือของบริษัทธุรกิจแห่งใดแห่งหนึ่ง

นักการเมือง เมื่อเข้าสู่ตำแหน่งการเมืองแล้ว ต้องถือว่าเป็นบุคคลสาธารณะ ต้องเปิดเผยข้อมูลของตนเองทั้งหมด และเปิดโอกาสให้ประชาชนตรวจสอบอย่างเต็มที่ ถ้าไม่อยากให้ใครรู้เรื่องของตนเอง ก็ไม่ควรตัดสินใจมาเป็นนักการเมือง นอกจากเปิดเผยข้อมูลแล้ว นักการเมืองควรตั้งใจทำงานการเมืองเพื่อประโยชน์ของสาธารณชนจริงๆ ไม่เข้าทำนอง “มือถือสาก ปากถือศีล” อย่างที่เขาว่า

ประการที่สอง คือ การปฏิรูประบบข้าราชการ ต้องสร้างมาตรการหรือหลักประกันให้ข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานในภาครัฐทุกหน่วยงานสามารถทำงานตามหน้าที่โดยยึดหลักกฎหมายและหลักวิชาการ ความรู้ ที่ชอบด้วยเหตุผลได้อย่างเต็มความสามารถ และได้รับการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งให้มีความก้าวหน้าโดยยึดหลักคุณธรรม (Merit System) ต้องมีมาตรการที่จะป้องกันมิให้นักการเมืองเข้าไปใช้อำนาจแต่งตั้งโยกย้าย ซื้อขายตำแหน่งข้าราชการ ดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

สำหรับนักธุรกิจการเมืองนั้น ถ้าคนสองกลุ่มแรกอยู่ในกรอบที่ว่านี้แล้ว ก็น่าจะไม่ต้องไปสร้างมาตรการอะไรให้มากนัก นอกจากให้สังคมตรวจสอบความเป็นธรรมาภิบาลในการทำธุรกิจเท่านั้นก็พอ

ถ้าปฏิรูปการเมืองในเรื่องที่ว่านี้ได้จริง ก็น่าจะกล่าวได้ว่าเราได้ปฏิรูปแล้ว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ