
ปูพรมค้นย่านรามฯ-มีนบุรี
ตำรวจเปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย รามคำแหง มีนบุรี ยันไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงเหตุก่อการร้าย วอนประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา
ตำรวจเปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย รามคำแหง มีนบุรี ยันไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงเหตุก่อการร้าย วอนประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขอให้สื่อระมัดระวังการนำเสนอข่าวการเตรียมก่อเหตุคาร์บอมบ์ วันที่ 25-30 ต.ค. เพราะอาจเกิดความตื่นตระหนกได้ โดยเฉพาะผล
กระทบกับต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงกับวันสถาปนากลุ่มก่อความไม่สงบในภาคใต้ เพราะไม่มีประโยชน์อะไร
วันเดียวกัน พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 เป็นประธานปล่อยแถวตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 และตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 (อรินทราช) กว่า 100 นาย นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 9 จุด หนึ่งในนั้นคือ อพาร์ตเมนต์เอสเค 5 ชั้น ภายในซอยรามคำแหง 53 โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ทั้งหมด 10 คน
ขณะเดียวกันยังได้ตรวจค้นอาคาร ไมมูณาการ์เด้นโฮม ซอยราษฎร์อุทิศ 25/8 และอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี เนื่องจากเป็นสถานที่เป้าหมาย
พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า การตรวจค้นครั้งนี้เป็นเรื่องมาตรการป้องกัน โดยตั้งสมมติฐานเผื่อไว้ว่าอาจจะมีเหตุต่างๆ เกิดขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในการเฝ้าระวังเหตุร้ายต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ประชาชนจัได้สบายใจ และอยากให้ช่วยแจ้งเบาะแสหากพบสิ่งผิดปกติ
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบห้องพักทั้ง 33 ห้องของอาคารไมมูณาการ์เด้นโฮม ซึ่งเคยเป็นจุดที่คนร้ายคดีระเบิดราชประสงค์มาพักอาศัย ว่าไม่พบสิ่งปกติ ส่วนการจับผู้ต้องสงสัยได้นั้นเป็นเพียงกระบวนการตรวจสอบบุคคลที่ต้องสงสัย หรือมีพฤติกรรมที่อาจกระทำความผิด แต่ยังไม่พบความเชื่อมโยงกับการเตรียมก่อเหตุวินาศกรรม
“การตรวจเข้มครั้งนี้ ก็เพื่อกระตุ้นการทำงานของตำรวจ โดยให้ทั้ง 88 สน. รายงานการตรวจสอบหอพัก โรงแรม ว่ามีคนแปลกหน้าเข้ามาพักอาศัยหรือไม่” พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าว
นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ รองปลัด กทม. กล่าวว่า กทม.มีแผนปฏิบัติงานรองรับสถานการณ์ไม่คาดคิดไว้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยกำชับเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังจุดเสี่ยงบริเวณห้างสรรพสินค้า ลานจอดรถ และแหล่งท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด ทั้งเทศกิจ เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาด ต้องเป็นหูเป็นตาสังเกตวัตถุผิดปกติ รวมถึงเช็กสภาพกล้องวงจรปิดให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน
อย่างไรก็ตาม กทม.ได้หารือกับหน่วยงานความมั่นคงตลอดเวลา พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ย่านธุรกิจ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ ช่วยกันสอดส่องสังเกตความผิดปกติ แจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่โดยเร็ว รวมถึงประชาชนที่สัญจรไปมาช่วยกันเป็นหูเป็นตา เชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้







