คาดกระเบนราหูตายในแม่กลองจากสารพิษ
นักวิชาการประมงคาดกระเบนราหูตายในแม่กลองจากสารพิษ หลังผลตรวจเลือดพบสารเคมีที่เป็นพิษต่อระบบไต-เหงือก เร่งสำรวจพื้นที่
นักวิชาการประมงคาดกระเบนราหูตายในแม่กลองจากสารพิษ หลังผลตรวจเลือดพบสารเคมีที่เป็นพิษต่อระบบไต-เหงือก เร่งสำรวจพื้นที่
นายมีศักดิ์ ภักดีคง รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่าจากกรณีชาวบ้านทั้งในพื้นที่อ.อัมพวา อ.เมืองสมุทรสงคราม และอ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ได้พบซากปลากระเบนลอยตายในแม่น้ำแม่กลองตามกระแสน้ำธรรมชาติเป็นจำนวนมากพร้อมทั้งพบการตายของปลากะพงในกระชัง กรมประมงได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นเฝ้าระวังอย่างเร่งด่วนพร้อมให้ความช่วยเหลือในการเก็บซากปลากระเบนราหูที่ลอยตายในแม่น้ำลำคลองไปทำลายด้วยวิธีการฝังกลบและร่วมตรวจสอบหาสาเหตุการตายโดยเร็วที่สุด
เบื้องต้นมุ่งประเด็นไปที่เรื่องของคุณภาพน้ำซึ่งผลจากการตรวจวัดพบปริมาณค่าออกซิเจนค่อนข้างต่ำ สำหรับสาเหตุการตายที่แท้จริงยังจำเป็นที่จะต้องหาคำตอบที่ชัดเจนอีกครั้ง เนื่องจากกรณีนี้มีเพียงปลากระเบนราหูและปลากะพงที่เลี้ยงในกระชังเท่านั้นที่ตายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งวิถีการดำรงชีวิตของปลากระเบนจะอาศัยอยู่ที่พื้นท้องน้ำจึงมีความเชื่อกันว่าอาจเกิดมาจากการปล่อยน้ำเสียทำให้ระบบนิเวศน์พื้นท้องน้ำเปลี่ยนแปลงกะทันหัน และเนื่องจากสภาพทางภูมิศาสตร์ที่มีทั้งน้ำขึ้นน้ำลง ฝนตก และความคดเคี้ยวของแม่น้ำซึ่งนอกจากจะทำให้ไม่มั่นใจว่ามลพิษมาจากทิศทางไหนประกอบกับมีน้ำหลากในช่วงฝนตกหนักทำให้อุณหภูมิในน้ำเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วรวมถึงค่าออกซิเจนที่ต่ำอาจทำให้ปลาปรับตัวไม่ทันจนอาจน็อกตาย
สพ.ญ.นันทริกา ชันชื่อ ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำจุฬาฯได้เจาะเลือดปลากระเบนตัวที่รอดชีวิตนำไปตรวจหาสารพิษซึ่งจากผลการตรวจเลือดล่าสุดพบว่าปลากระเบนได้รับสารเคมีที่เป็นพิษต่อระบบไตและระบบเหงือกทำให้ความสามารถในการควบคุมความสมดุลในร่างกายเสียไป ดังนั้นสาเหตุหลักที่ปลากระเบนตายจึงคาดว่าน่าจะเกิดจากสารพิษทั้งนี้ยังบอกไม่ได้ว่าเกิดจากสารพิษใดคงต้องสำรวจในพื้นที่ว่ามีการปล่อยสารอะไรออกมาบ้าง
แต่ในเบื้องต้นคาดว่าไม่น่าจะใช้ยาฆ่าแมลงเพราะยาฆ่าแมลงมีผลต่อตับ และจากผลการตรวจค่าตับปลากระเบนไม่เปลี่ยนแปลงมากซึ่งสารที่พบเป็นสารที่ออกฤทธิ์เฉียบพลันไม่ได้ออกฤทธิ์สะสมจึงคาดว่าไม่ใช่โลหะหนัก อีกทั้งปลากระเบนที่ช่วยขึ้นมาจากแม่น้ำได้มีการสำรอกอาหารแสดงว่าไม่ใช่อาการป่วยตามธรรมชาติซึ่งปลาป่วยจะไม่กินอาหาร
ขณะนี้สถานการณ์โดยรวมอยู่ระหว่างการเฝ้าระวังถึงแม้จำนวนการตายของปลากระเบนราหูและปลากะพงจะลดจำนวนน้อยลงแล้วแต่กรมประมงก็ยังไม่นิ่งนอนใจยังจัดส่งนักวิชาการประมงลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์อย่างต่อเนื่องทุกวัน ซึ่งนอกจากกรมประมงแล้วหน่วยงานจากภาครัฐและภาคประชาสังคมอื่นก็ยังร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหาเช่น ทีมงานนายอำเภอทั้ง 3 อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำนันผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน รวมทั้งจิตอาสาภาคประชาชนได้ออกมาช่วยเฝ้าระวังโดยหากพบเจอปลากระเบนราหูที่ยังไม่ตายลอยขึ้นมาเหนือน้ำจะมีการแจ้งมายังกรมประมงเพื่อเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือเนื่องจากขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือค่อนข้างยุ่งยากหากไม่มีประสบการณ์อาจจะโดนเงี่ยงกระเบนซึ่งบริเวณดังกล่าวมีพิษก่อให้เกิดอันตรายได้อีกทั้งปลากระเบนแต่ละตัวค่อนข้างมีน้ำหนักมากเมื่อเวลาที่นำขึ้นจากน้ำในระหว่างการขนย้ายต้องรีบให้ออกซิเจนและต้องใช้กำลังคนค่อนข้างมากในการช่วยเหลือ
ด้านยอดรวมการตายของสัตว์น้ำปลากระเบนราหูจากการเก็บข้อมูลของกรมประมงตั้งแต่วันที่29 ก.ย. 59 -10 ต.ค.59 พบว่ามีปลากระเบนราหูตายจำนวน 45 ตัวรอดตายจำนวน 2 ตัว เป็นเพศเมียทั้งคู่ และพบว่าทั้ง 2ตัวมีลูกในท้องจำนวน 5 ตัว ตัวแรกมีลูก 2 ตัว ตัวที่สองมีลูก 3ซึ่งขณะนี้ปลากระเบนเหล่านี้ถูกนำไปพักฟื้นอยู่ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งสมุทรสงครามเพื่อรอให้ให้สถานการณ์กลับมาสู่ปกติและให้ปลากระเบนทั้งสองคลอดลูกออกมาก่อน หลังจากนั้นกรมประมงจะนำไปปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำ
นอกจากนี้กรมเตรียมแผนฟื้นฟูกระเบนราหูในระยะยาว โดยจะเพาะขยายพันธุ์และสร้างเครือข่ายเพื่อเฝ้าระวังระบบนิเวศของลุ่มน้ำของประเทศทั้งหมด สำหรับจังหวัดสมุทรสงครามกรมประมงเตรียมปลากระเบนราหูมาปล่อยคืนสู่ แหล่งน้ำในธรรมชาติเพิ่มเติมอีกด้วย
ด้านปลากะพงที่เลี้ยงในกระชังพบว่ามีการตายนั้นจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบปลิงใส ค่าน้ำมีออกซิเจนต่ำ รวมถึงพบตะกอนในน้ำสูงทำให้ตะกอนไปติดที่เหงือกปลาซึ่งส่งผลต่อระบบการหายใจจึงอาจทำให้ปลาตายได้
สำหรับปลากระเบนราหูถือเป็นสัตว์น้ำจืดที่มีขนาดใหญ่และหายากที่สุดในโลก แต่ก็พบจำนวนมากในประเทศไทย กระเบนราหู จัดเป็นสัตว์น้ำจืขนาดใหญ่ มีการคุ้มครองทางกฎหมาย ห้ามผู้ใดจับหรือทำการประมงตามประกาศจังหวัดสมุทรสงคราม







