
เมดิคัลฮับที่สมดุล
การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub and wellness tourism) ที่ภาครัฐผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง กำลังมาแรงและได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติอย่างมาก แต่เอกชนกลับเป็นหัวรถจักรสร้างฮับสุขภาพ หรือ เมดิคัล ฮับ จนกลายเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค
การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub and wellness tourism) ที่ภาครัฐผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง กำลังมาแรงและได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติอย่างมาก แต่เอกชนกลับเป็นหัวรถจักรสร้างฮับสุขภาพ หรือ เมดิคัล ฮับ จนกลายเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค
การลงทุนขยายกิจการของธุรกิจนี้ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายของผู้รับบริการ พร้อมๆ กับบุคลากรทางการแพทย์ในฐานะผู้ให้บริการอย่างมีนัยสำคัญ โดยโรงพยาบาลขนาดใหญ่ได้ดึงแพทย์ที่มีศักยภาพไปอยู่ด้วย จนธุรกิจโรงพยาบาลเติบโตแบบก้าวกระโดดมาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม คำถามก็คือ การให้บริการของศูนย์สุขภาพเหล่านี้ควรยกระดับการให้บริการที่ดี โดยให้คนไทยมีโอกาสเข้าถึงในราคาที่เหมาะสมด้วยหรือไม่
ประเด็นอยู่ตรงที่ว่าหากการส่งเสริมนโยบายเมดิคัลฮับของรัฐและการรุกของธุรกิจเอกชนส่งผลให้ขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ครั้งใหญ่ จะผลิตแพทย์อย่างไรให้เพียงพอและทั่วถึง รวมทั้งไม่กระทบต่ออัตราการกระจายตัวของแพทย์
เมื่อธุรกิจเมดิคัลฮับดึงแพทย์หรืออาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะไปอยู่ในสังกัด นอกจากจะทำให้คนไข้ชาวไทยเข้าถึงบริการยากขึ้นแล้ว เป็นไปได้สูงที่ค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนจะยิ่งแพงมากขึ้น
แน่นอนว่าเป้าหมายการทำธุรกิจย่อมแสวงหากำไรเป็นเรื่องหลัก แต่การผลักดันให้ประเทศกลายเป็นศูนย์กลางบริการสุขภาพจะต้องไม่ถ่างความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงบริการของคนในชาติ และรัฐต้องไม่อนุญาตให้อำนาจเงินของผู้รับบริการที่เหนือกว่า เป็นผู้กำหนดระบบบริการสุขภาพของประเทศ
ด้วยการดูดทรัพยากรจากรัฐและภาษีของประชาชนไปบริการประชากรเพียงกลุ่มเดียวอย่างไม่เท่าเทียม ย่อมไม่ยุติธรรม
โจทย์ใหญ่ของเมดิคัลฮับจึงต้องไม่หวังแค่รายได้จากการท่องเที่ยวหรือค่าบริการเป็นหลัก รัฐต้องมีนโยบายรับมือปัญหาที่จะตามมาด้วย อาทิ เมื่อต่างชาติเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันชาวต่างชาติทั่วไปเดินทางมารักษาตัวอยู่ถึง 70% หรือกลุ่มเมดิคัล ทัวริสต์ ที่มีประมาณ 30% ควรต้องพิจารณาการเก็บภาษีสุขภาพสำหรับชาวต่างชาติหรือไม่
นอกจากนี้ ควรเปิดทางให้แพทย์ต่างชาติสามารถเข้ามาให้บริการโดยไม่ติดเงื่อนไขใบประกอบโรคศิลปะ ที่กำหนดให้ต้องเป็นภาษาไทยเช่นปัจจุบันหรือไม่ หากไม่เร่งรัดแก้ปัญหาเหล่านี้ การขาดแคลนแพทย์จะรุนแรงขึ้น การซื้อตัวหมอจากโรงเรียนแพทย์หรือโรงพยาบาลของรัฐจะทวีความรุนแรงมากขึ้น
ในที่สุดผลกระทบจะเป็นลูกโซ่ แพทย์มือดีในต่างจังหวัดอาจถูกดึงตัวออกจากชนบทและพื้นที่ห่างไกล ถึงเวลานั้นจะส่งผลต่อการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชนคนไทยรุนแรงขึ้น
ฉะนั้น การเป็นศูนย์กลางสุขภาพของภูมิภาคหรือระดับโลก ภาครัฐต้องดูแลควบคู่การลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชนในประเทศ ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้แสดงความชื่นชมว่าไทยเป็นประเทศต้นแบบการปฏิรูประบบสุขภาพ
การทำธุรกิจก็เช่นกัน ควรต้องสร้างความสมดุล เท่าเทียม และไม่ทำลายจริยธรรมของผู้ให้บริการทางการแพทย์







