
"มีชัย"เผยทุกฝ่ายต้องทำงานหนักขึ้นด้านกฎหมายหลังส่งร่างรธน.ให้นายกฯ
"มีชัย"เผยหลังส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญให้นายกฯแล้ว ทุกฝ่ายต้องทำงานหนักมากขึ้นในด้านกฎหมาย ชี้อาจมีถึง 100 ฉบับ
"มีชัย"เผยหลังส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญให้นายกฯแล้ว ทุกฝ่ายต้องทำงานหนักมากขึ้นในด้านกฎหมาย ชี้อาจมีถึง 100 ฉบับ
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังนำคณะ เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า นายกฯ ได้แสดงความเห็นใจ เพราะกรธ.ทำงานเหนื่อยยาก และระบุด้วยว่าขอให้อดทนเพราะทุกคนต่างโดนเล่นงานกันบ้าง ไม่มากก็น้อย
ทั้งนี้ นายกฯ ไม่ได้แสดงความเป็นห่วงใดๆ ต่อการทำงาน ส่วนการร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลตอนนี้ยังไม่ได้ร้องขอไปยังรัฐบาลว่าให้ช่วยงานกรธ.ใดบ้าง แต่หากมีอะไรที่ขาดเหลืออะไรคงบอกไป อย่างไรก็ดี ตอนนี้ก็มีเรื่อง แต่ใครไม่สามารถช่วยได้ คือ เพราะเวลามันน้อย หากมีเวลาสักวันละ 30 ชั่วโมงได้ ก็จะดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างเข้าพบนายกฯ ได้เล่าให้ฟังว่ารัฐบาลกำลังมุ่งหน้าเดินเพื่อให้สอดคล้อกับโรดแมปและสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญอย่างไร ต้องเร่งทำกฎหมายที่ฝ่ายรัฐบาลต้องรับผิดชอบ ซึ่งอาจมีนับ 100 ฉบับ เพราะตามรัฐธรรมนูญต้องออกกฎหมายจำนวนมาก และกฎหมายบางฉบับกำหนดระยะเวลาค่อนข้างสั้น ดังนั้น ต้องทำกันแบบตะลุมบอนทำ ทำให้ทุกฝ่ายมีงานต้องทำกันเยอะ
“โดยส่วนของรัฐบาลต้องออกกฎหมายมารองรับอีกมาก เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้ออกกฎหมายเพิ่มเติมในเรื่องต่างๆ ทั้งที่เป็นสิทธิ ประโยชน์หน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ ประชาชนและโครงสร้างต่างๆ ต้องลงมือทำกัน การพิจารณากฎหมายจำนวนมากที่อาจมีบทบัญญัติผูกพันและสอดคล้องกันนั้น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต้องเป็นผู้พิจารณา เพราะกฎหมายทั้งหมดจะไปผ่านที่สนช. ซึ่งเวลาคนที่จะทำกฎหมายต้องดูรัฐธรรมนูญอยู่แล้วว่ากำหนดเงื่อนไขไว้ว่าอย่างไร เราก็ต้องทำตามเงื่อนไขนั้นๆ แล้วพอไปถึงสนช.ก็ต้องดูอีกที”นายมีชัย กล่าว
นายมีชัย กล่าวต่อว่า หลังจากนี้งานหนักจะตกอยู่กับทุกฝ่าย เพราะหน่วยราชการต้องถูกรัฐบาลเร่งรัดเพื่อทำร่างกฎหมายเริ่มต้นให้ทำ รัฐบาลเองก็ต้องมีภาระดูแลให้กฎหมายให้ผ่านไปได้โดยสอดคล้องกับทิศทางการปฏิรูป และยุทธศาสตร์ที่จะทำขึ้นในวันข้างหน้า ขณะที่กรธ. มีภาระที่ต้องทำกฎหมายลูกให้เสร็จ ทุกคนวุ่นไปหมดต่อจากนี้
สำหรับระยะเร่งรัดเพื่อทำกฎหมายลูก 4 ฉบับให้เสร็จก่อนการเลือกตั้งนั้น ก็มีอนุกรรมการฝ่ายยกร่างฯ อยู่แล้วพวกนี้ต้องทำ เพราะในขั้นตอนเมื่อกรธ. ประชุมแล้วเสร็จ ประมาณ 17.00 น. คณะอนุฯ ยกร่างก็ต้องกลับไปทำร่างกฎหมายลูก โดยจะทำทุกวัน เสาร์ และอาทิตย์ก็ต้องไปทำ เพราะต้องรับลูกกันทำ ช่วยกันทำ ทั้งนี้ ยังไม่คิดว่าจะมีการตั้งบุคคลเพื่อให้ทำหน้าที่กรธ.เพิ่มเติม เพราะเท่าที่ทำอยู่ก็ทำไปได้ ซึ่งตัวคนที่ขาดไม่ใช่ กรธ. แต่เป็นคนที่ทำร่างกฎหมาย
ส่วนการออกกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งฝ่ายการเมืองต้องจับตาและอาจถูกครหาว่าไม่ได้เป็นไปเพื่อองค์รวมจะมีวิธีดำเนินการอย่างไร นายมีชัย กล่าวว่า เวลาทำก็ทำเพื่อองค์รวม แต่ว่ากฎหมายเลือกตั้งยังมีเวลา เนื่องจากกรธ. จะยกร่างให้แล้วเสร็จในช่วงท้ายของกรอบเวลาทำงาน ขณะที่กฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมือง และกฎหมายลูกว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องทำให้แล้วเสร็จเร็ว เพราะจะได้ไปเตรียมตัวก่อน หากทำออกไปเร็ว จะล้มทำไม่ได้ ดังนั้น พอเห็นกฎหมายพรรคการเมือง และกฎหมายกกต. แล้ว พรรคการเมืองหากสนใจติดตาม สามารถส่งความเห็นในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง มาให้กรธ.ได้
“เราก็จะได้มาประกอบการพิจารณา เพราะเขาเชี่ยวชาญเรื่องการเลือกตั้งดีกว่า หากเขาส่งอะไรมาก็จะรับมาพิจารณา ดังนั้น โอกาสและเวลาที่จะเผยแพร่และรอจังหวะของร่างกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งจะมีมากกว่ากฎหมายว่าด้วยพรรคการเมืองแล กกต. ซึ่งได้วางเป้าหมายทำให้เสร็จภายใน 1 เดือน เพราะต้องใช้เวลาพิจารณาในสนช. อีก 70 วันถึงจะออกเป็นกฎหมายและลงมือ ดังนั้น ตัวนี้รอนานไม่ได้ อาจไม่ได้มีโอกาสฟังอย่างทั่วหน้านัก อย่างไรก็ตามขณะนี้กรธ.เตรียมจัดเวทีรับฟังความเห็นของประชาชนตามภูมิภาคต่างๆ”ประธาน กรธ. กล่าว
เมื่อถามต่อว่ากรธ.จะมีคิวเดินสายพบและพูดคุยกับพรรคการเมืองหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า ก็ไปเปิดรับฟังความเห็นในภาคต่างๆ ส่วนพรรคการเมืองนั้นก็เปิดโอกาสให้เข้าแสดงความเห็นไปแล้ว แต่คงไม่ทำในรูปแบบของการเดินสายพบ เพราะไม่รู้ว่าจะไปพบกับใคร







