
ไทยคุมสังคมออนไลน์
รายงานของไพรเวซี อินเตอร์เนชั่นแนล องค์กรเฝ้าระวังด้านสิทธิมนุษยชนและการล่วงล้ำความเป็นส่วนตัว จากอังกฤษ ระบุว่า หน่วยปฏิบัติการสอดส่องดูแลของกองทัพและตำรวจไทยมีการสอดส่องและตรวจสอบการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของกลุ่มผู้วิจารณ์รัฐบาล เช่น ผู้นำฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง สื่อมวลชน นักเคลื่อนไหว และนักวิชาการ
รายงานของไพรเวซี อินเตอร์เนชั่นแนล องค์กรเฝ้าระวังด้านสิทธิมนุษยชนและการล่วงล้ำความเป็นส่วนตัว จากอังกฤษ ระบุว่า หน่วยปฏิบัติการสอดส่องดูแลของกองทัพและตำรวจไทยมีการสอดส่องและตรวจสอบการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของกลุ่มผู้วิจารณ์รัฐบาล เช่น ผู้นำฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง สื่อมวลชน นักเคลื่อนไหว และนักวิชาการ
ดิโพลแมท ระบุว่า ตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2014 รัฐบาลได้ตั้งหน่วยงานฝ่ายพลเรือนขึ้นมาเพื่อควบคุมการเผยแพร่ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการทำให้การประท้วงเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และบังคับใช้กฎระเบียบเข้มงวดต่อสื่อกระแสหลัก พร้อมกับเชิญผู้วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่เข้าปรับทัศนคติ
นอกจากนี้ รัฐบาลยังอาศัยเงื่อนไขของกฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ เพื่อจับกุมตัวบุคคล ซึ่งเจ้าหน้าที่มองว่าพฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ
อีวา บลัม ดูมอนเท็ต นักวิจัยจากไพรเวซี อินเตอร์เนชั่นแนล ยืนยันจากการสังเกตการณ์กับกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่ม พบว่า รัฐบาลมีการควบคุมกลุ่มนักเคลื่อนไหวและฝ่ายตรงข้าม แม้บุคคลเหล่านั้นจะแสดงความคิดเห็นบนพื้นที่ส่วนตัวในโลกออนไลน์ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าปลอดภัยจากการแทรกแซงของรัฐบาล ส่งผลให้เกิดเป็นการสร้างบรรยากาศของความหวาดกลัวและกระทบต่อสิทธิ รวมถึงความเป็นส่วนตัวของพลเมือง
รายงานระบุว่า หนึ่งในโครงการริเริ่มทางอินเทอร์เน็ตที่ได้รับการสนับสนุนรัฐบาล คือ ไซเบอร์สเกาท์ ซึ่งเริ่มต้นในปี 2010 เพื่อสนับสนุนความรับผิดชอบในการใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งแม้จะไม่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่กลับมามีบทบาทอีกครั้งหลังปี 2014 โดยเป็นโครงการให้กลุ่มวัยรุ่นเข้ามาลงทะเบียนเพื่อเป็นอาสาสมัครเฝ้าระวังพฤติกรรมของคนในสังคมที่มีแนวโน้มเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงของประเทศ และจะมีการประกาศรายชื่อของนักเรียนอาสาที่ทำผลงานเฝ้าระวังได้ดีในเว็บไซต์
ศักดิ์สิทธิ์ ไสยสมบัติ นักข่าวจากสื่อแชนแนล นิวส์ เอเชีย ในสิงคโปร์ มองว่า โครงการดังกล่าวคล้ายกับโครงการลูกเสือชาวบ้าน ซึ่งก่อตั้งขึ้นในช่วงปี 1970 เพื่อตั้งหน่วยเฝ้าระวังปราบปรามชุมชนคอมมิวนิสต์ โดยในขณะนี้ลูกเสือไซเบอร์จะเป็นผู้จับตาดูกลุ่มผู้สร้างปัญหาในเฟซบุ๊กและสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ
ทั้งนี้ ดิโพลแมท ระบุว่า รายงานของไพรเวซี อินเตอร์เนชั่นแนล สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของไทยที่มีแนวโน้มย่ำแย่ลง โดยการแสดงออกอย่างเสรีกำลังถูกบั่นทอนลง หลังสื่อมวลชนและพลเมืองต่างหวาดกลัวจากความร่วมมือของกลุ่มบุคคลและรัฐบาล แม้อินเทอร์เน็ตควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการแสดงความคิดเห็น
ดิโพลแมท ทิ้งท้ายไว้ว่า กระบวนการกลับสู่ภาวะปกติของไทยจะปราศจากความหมาย หากยังคงมีมาตรการที่เข้มงวดดังกล่าวอยู่







