posttoday
เย็นวันฝนพรำ

เย็นวันฝนพรำ

09 ตุลาคม 2559

เย็นย่ำกลางสวนสาธารณะกลางเมือง​ เด็กสองคนหน้าเคร่งเครียดกับสถานการณ์ตรงหน้าที่ยังไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

เย็นย่ำกลางสวนสาธารณะกลางเมือง​ เด็กสองคนหน้าเคร่งเครียดกับสถานการณ์ตรงหน้าที่ยังไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร ในมือถือไม้แบด สายตาจับจ้องไปยังต้นไม้ที่ใบรกครึ้ม เดาไม่ยากว่า “ลูกแบด​” ที่ตีเล่นกันก่อนหน้านี้คงพลาดขึ้นไปค้างอยู่ตามกิ่งไม้และไม่ร่วงหล่นมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก

ผู้ใหญ่บางคนที่เดินผ่านไปผ่านมาเริ่มหยุดมองอยู่ห่างๆ ในใจคงลุ้นให้เด็กทั้งสองคนสามารถหาทางออกแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง แต่ก็สแตนด์บายพร้อมยื่นมือให้ความช่วยเหลือ​

ทางเลือกของเด็กทั้งสองคนมีไม่กี่ทางเลือก 1.เลิกแล้วแยกย้ายกลับบ้าน 2.รอลูกแบดปลิวตกลงมาเอง 3.หาทางเขี่ยลูกแบดให้หล่นลงมาจากต้นไม้

เดาไม่ยากว่าเด็กทั้งสองคนย่อมต้องเลือกทางเลือกที่ 3 เหลือแต่เพียงว่าจะเลือกเขี่ยลูกแบดด้วยอะไร สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้ทั้งคู่วิ่งไปหาตัวช่วยรอบๆ ตัว คนหนึ่งได้กิ่งไม้ อีกคนได้ก้อนหินเล็กๆ

ไม่ว่าจะด้วยวัสดุที่เลือกมาหรือความแม่นของเด็กๆ ทั้งกิ่งไม้ และก้อนหินจึงไม่ได้เฉียดใกล้ลูกแบดแม้แต่นิดเดียว ไม่ต้องพูดถึงว่าจะส่งแรงกระเพื่อมให้ลูกแบดที่ค้างอยู่บนต้นไม้ขยับหรือไม่

หลังความพยายามหลายรอบ เด็กทั้งสองคนเริ่มกลับมาตั้งหลักและวางแผนกันใหม่ เมื่อเห็นว่าไม่อาจฝากความหวังไว้กับก้อนหินและกิ่งไม้ในมือได้อีกต่อไป ที่รังแต่จะทำให้เสียเวลา เสียแรงเปล่า

ก่อนที่เด็กคนหนึ่งจะตัดสินใจพลีชีพยอมใช้ไม้แบดตัวเองแทนกิ่งไม้และก้อนหิน ซึ่งด้วยรูปร่างและน้ำหนัก น่าจะฝากความหวังได้มากกว่า ที่เหลือก็อยู่แค่ฝีมือว่าจะแม่นยำแค่ไหน

รอบแรกคงด้วยอาการเกร็งๆ กลัวๆ ไม้แบดที่โยนออกจากมือจึงแทบลอยไปไม่ถึงกิ่งไม้ จนรอบสองรอบสาม เมื่อได้ปรับจูนความแรงและองศาให้เข้าที่ข้างทางมากขึ้น ไม้แบดจึงเข้าใกล้ลูกแบดบนต้นไม้มากขึ้นเรื่อยๆ

สุดท้ายลูกแบดเจ้ากรรมก็ตกลงมาสู่พื้นได้จนได้ แต่ปัญหากลับหนักขึ้นเพราะไม้แบดที่โยนขึ้นไปกลับไปติดบนกิ่งไม้แทน ทำเอาสีหน้าของเด็กสองคนเปลี่ยนไป

จับสัญญาณสีหน้าและมือไม้โดยไม่ต้องได้ยินคำสนทนาของทั้งคู่ก็พอเดาได้ว่าคงเป็นคำด่าทอ และตีโพยตีพายโทษฝ่ายที่โยนไม้แบดขึ้นไปติดบนกิ่งไม้ โดยคู่สนทนาไม่ได้ตอบโต้อะไรมากมาย

รู้เพียงแต่ว่าบทสนทนาท่อนสุดท้ายเด็กคนที่ในมือยังถือไม้แบดอยู่นั้น ปฏิเสธที่จะเสี่ยงเอาไม้แบดของตัวเอง โยนไปเขี่ยไม้แบดของเพื่อนที่ค้างอยู่บนกิ่งไม้

แน่นอนว่า บทเรียนจากเมื่อสักครู่ที่เกิดขึ้น เด็กคนนี้คงไม่อยากเสี่ยงจะให้ไม้แบดของตัวเองไปติดอยู่บนกิ่งไม้อีกอัน ในขณะที่บรรยากาศรอบตัวเริ่มมืดขึ้นเรื่อยๆ มีเพียงแสงจางๆ จากเสาไฟที่อยู่ห่างออกไปหลายเมตร

จนฝรั่งวัยรุ่นที่ยืนมองอยู่พักใหญ่เห็นท่าไม่ดี จึงกระโดดลงจากม้าขาวอาสาเป็นมือที่มองไม่เห็นเข้ามาเคลียร์สถานการณ์ให้ด้วยสีหน้าเชื่อมั่นในตัวเองแบบล้นเปี่ยมเหมือนเคยเผชิญกับเหตุการณ์ทำนองนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ขณะที่กองเชียร์ก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

วัยรุ่นฝรั่งเริ่มถอดรองเท้าไซส์ใหญ่ของตัวเอง ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องของบรรดาไทยมุง ที่เหมือนจะแอบลุ้นเอาใจช่วยอยู่ห่างๆ

ฝีไม้ลายมือของวัยรุ่นฝรั่งคนนี้ไม่ทำให้กองเชียร์ผิดหวังเพราะครั้งแรกก็ปาโดนไม้แบดเต็มๆ แม้จะยังไม่ตกลงจากกิ่งไม้แต่ก็ทำให้ไม้แบดเขยื้อนได้เล็กน้อย ถึงขั้นทำให้กองเชียร์เริ่ม ส่งเสียงฮือ

เขาวิ่งไปเก็บรองเท้าที่หล่นห่างออกไปไกลจากที่ยืนอยู่พอสมควร กลับมาคราวนี้เขามองมุม วัดองศาการขว้างนานกว่ารอบแรก จนได้ที่ค่อยปาด้วยแรงที่มากกว่าเดิม

กองเชียร์ส่งเสียงฮืออีกรอบ แต่ต่างจากครั้งก่อนตรงที่ผลของการปาครั้งนี้ทำได้แค่เขย่ากิ่งไม้ แต่ไม่มีอะไรตกสู่พื้น ลุ้นอยู่หลายวินาทีรองเท้าที่ปาขึ้นไปก็ยังไม่ตกลงมา

แววตาของวัยรุ่นฝรั่งยังมุ่งมั่นถอดรองเท้าอีกข้างแบบไม่ต้องคิด แต่ดึงจังหวะก่อนขว้างรองเท้าข้างสุดท้ายแบบแอบลังเลนิดหน่อย ผลลัพธ์รอบนี้ทำเอากองเชียร์เงียบกริบ

วัยรุ่นฝรั่งตอนนี้เท้าเปล่า หน้าตาดูสับสน ส่วนในใจจะ​คิดหาวิธีใหม่กับการช่วยเด็กเอาไม้แบดลงมาจากกิ่งไม้ หรือไม่ก็คงคิดหาวิธีเอารองเท้าของตัวเองลงมาจากกิ่งไม้ คงยากจะบอกได้

บางทีในใจเขาอาจจะคิดถึงทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลก​หรืออาจคิดไปไกลว่า ​ถ้า เซอร์ไอแซค นิวตัน มาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เขาจะคิดแก้ปัญหาตรงหน้ายังไง

ฝนเริ่มลงเม็ด ท้องฟ้าดำทะมึนน่ากลัวจนยากจะเสี่ยงรอดูตอนจบของเรื่องนี้ แต่ระหว่างทางกลับบ้านในใจยังคิดถึงเรื่องนี้ พร้อมเปรียบเทียบไปถึงสถานการณ์บ้านเมืองที่เดินมาไกลจนถึงทุกวันนี้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ