posttoday
ปทุมธานีรับมือเขื่อนป่าสักฯระบายน้ำเพิ่ม

ปทุมธานีรับมือเขื่อนป่าสักฯระบายน้ำเพิ่ม

07 ตุลาคม 2559

ปทุมธานี-ผวจ.ปทุมธานีลงพื้นที่ตรวจคลอง13รับมือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพิ่มการระบายน้ำเข้าสู่พื้นที่

ปทุมธานี-ผวจ.ปทุมธานีลงพื้นที่ตรวจคลอง13รับมือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพิ่มการระบายน้ำเข้าสู่พื้นที่

เมื่อวันที่7ต.ค.59 เวลา 13.00น. นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยนายธวัชชัย ศรีทอง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดปทุมธานี นายพิสิษฐ์ พิบูลย์สิริ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำ และรักษารังสิตเหนือ นายพฤทธิพงศ์ ทัศน์อัญชุลีกุล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ นางฐิตินันท์ เจริญอาจ ปลัดเทศบาลเมืองสนั่นรักษ์  นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยผบ.หน่วยทหาร และ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เดินทางได้ลงพื้นที่ไซฟอนส่งน้ำระหว่างคลอง 13 และคลองรังสิตประยูรศักดิ์ หมู่ 5 ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพื่อตรวจการเร่งดำเนินการระบายของน้ำจากคลอง13

นายสุรชัย ขันอาสา กล่าวว่า ขณะนี้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ปรับการระบายน้ำจากวันละ 40 ล้าน ลบ.ม.ต่อวันเพิ่มขึ้นเป็น 47.5 - 50 ล้าน ลบ.ม.ต่อวันทำให้น้ำในคลองระพีพัฒน์แยกใต้ (คลอง13) รับน้ำเหนือมาจากน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น บางช่วงล้นคันถนนริมคลอง เป็นภารกิจสำคัญที่ต้องบริหารจัดการผันน้ำให้ลงตัวที่สุด โดยไม่ให้กระทบต่อพื้นที่เกษตร, พื้นที่ชุมชน และต้องไม่ให้กระทบต่อ กทม.ด้วย เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนตามนโยบายรัฐบาล  โดยเตรียมรับน้ำที่ทางเขื่อนปาสักชลสิทธิ์ ได้เร่งระบายน้ำมาทางคลองระพีพัฒน์ ผ่านมาทางคลอง 13 โดยตนเองได้สั่งการให้ตรวจติดตามความพร้อมเครื่องสูบน้ำให้ใช้งานในทุกจุดเป็นมาตรการเตรียมความพร้อมเชิงรุก ในการป้องกันและรับผลกระทบจากภาวะฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในช่วงนี้โดยน้ำจะมาด้านคลองระพีพัฒน์ประมาณ 140 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีซึ่งคลอง13 พื้นที่ของรังสิตเหนือตอนนี้รับน้ำได้ 80ลบ.ม./วินาที น้ำส่วนที่เพิ่มขึ้นอีก60ลบ.ม./วินาที ต้องเร่งระบายออก โดยการระบายออกนั้นทำได้3ทางคือ

1.ระบายลงคลองรังสิตฝั่งนครนายก ที่ประตูน้ำพระธรรมราชา

2.ฝั่งด้านจ.ปทุมธานีระบายลงคลองรังสิตทางคลอง11และ12

3.ระบายตรงจากคลองระพิพัฒน์ผ่านไซฟ่อนพระธรรมฯเป็นคลองเดียวกันกับคลอง13โดยจะผลักดัน น้ำที่ไซฟ่อน (ระบบกาลักน้ำ) ที่คลอง 13 รังสิตผันออกคลอกหกวาสายล่างโดยจะผลักดันน้ำส่วนเกินให้ออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุดและภายในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะมีพายุฝนเข้ามาในพื้นที่ภาคกลาง จะทำให้มีฝนตกในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น  จึงต้องประเมินสถานการณ์คำนวณปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้นเพื่อบริหารจัดการน้ำให้ออกจากพื้นที่ให้รวดเร็วที่สุดเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี
 
ต่อจากนั้น นายสุรชัยฯพร้อมคณะได้เดินทางไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือเพื่อฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำในคลองระพีพัฒน์ และการระบายน้ำในคลองต่างๆ โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังการบรรยาย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ