posttoday
ยิ่งลักษณ์สบช่องคดีเริงชัย

ยิ่งลักษณ์สบช่องคดีเริงชัย

07 ตุลาคม 2559

ทนายยิ่งลักษณ์อ้างคำพิพากษาศาลฎีการะบุการตัดสินใจด้านนโยบายคิดเป็นกำไรขาดทุนไม่เรียกร้องบิ๊กตู่ส่งคดีเรียกค่าเสียหายจำนำข้าวขึ้นศาลแพ่งเหมือน “เริงชัย”

ทนายยิ่งลักษณ์อ้างคำพิพากษาศาลฎีการะบุการตัดสินใจด้านนโยบายคิดเป็นกำไรขาดทุนไม่เรียกร้องบิ๊กตู่ส่งคดีเรียกค่าเสียหายจำนำข้าวขึ้นศาลแพ่งเหมือน “เริงชัย”

นายนพดล หลาวทอง ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จะทำหนังสือเรียกร้องต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เพื่อทบทวนคำสั่งเรียกให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จ่ายค่าเสียหายจากโครงการจำนำข้าว และให้ยึดคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2559 ที่ได้พิพากษายกฟ้อง นายเริงชัย มะระกานนท์ อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ ซึ่งถูกฟ้องเป็นคดีแพ่งเมื่อปี 2544 โดยเรียกเป็นเงินสูงถึง 1.8 แสนล้านบาท จากการดำเนินนโยบายปกป้องค่าเงินบาทแล้วขาดทุน

“ในฐานะที่ผมเป็นทนายความทั้งคดี นายเริงชัยและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เห็นว่า การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกฯ และผู้ว่าการแบงก์ชาติ ของบุคคลทั้งสองเหมือนกันคือ หน้าที่และความรับผิดชอบต่อการปฏิบัตินโยบาย ซึ่งศาลฎีกาได้วางบรรทัดฐาน (President case) ว่า การต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อการตัดสินใจด้านนโยบายนั้นแม้จะต้องสูญเสียเงินไปก็จะถือเป็นความเสียหายคือ คิดเป็นกำไร ขาดทุนไม่ได้” นายนพดล กล่าว

นอกจากนี้ ในคดีของ นายเริงชัย รัฐบาลขณะนั้นได้ใช้วิธีฟ้องคดีต่อศาลแพ่ง คือให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดย ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ก็พิพากษาว่า นายเริงชัยไม่ได้กระทำผิด ไม่เกิดความเสียหาย แต่รัฐบาลนี้กลับไม่ให้ความเป็นธรรมต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะใช้วิธีรวบรัดออกคำสั่่งของฝ่ายบริหารให้รับผิดโดยทันที แทนที่จะใช้วิธีฟ้องศาลแพ่ง รวมทั้งการออกคำสั่งตาม มาตรา 44 อีกหลายคำสั่ง โดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม จึงขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ทบทวนคำสั่งการเสียใหม่ด้วย เพราะถือเป็นบรรทัดฐานใหม่ล่าสุด

ด้าน นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) กล่าวว่า ในวันที่ 10 ต.ค. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ประธาน ศอตช.จะประชุมร่วมกับกระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อพิจารณาการรับผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เอื้อประโยชน์ให้เอกชนและผู้ตรวจสอบข้าวในคลังสินค้าอีก 80%

ทั้งนี้ การประชุมจะมีการกำหนดแนวทางการทำงานเพื่อหาตัวผู้กระทำผิด ขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนจำนวน 853 สำนวน ในพื้นที่ 33 จังหวัดทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคเหนือ เบื้องต้นจะเสนอให้มีการตั้งอนุกรรมการไต่สวนแยกเป็นรายสำนวน คาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน โดยเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องถูกตรวจสอบมีทั้งเจ้าหน้าที่องค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อ.ต.ก.) องค์การคลังสินค้า (อคส.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส)

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย