
เขื่อนเจ้าพระยา-เขื่อนป่าสักระบายน้ำเพิ่ม
เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำแตะ2,000ลบ.ม.ต่อวินาทีเตือนท้ายเขื่อนน้ำท่วมอีก20ซ.ม. ขณะที่ เขื่อนป่าสักเพิ่มการระบายน้ำ หลังน้ำสะสม90%แล้ว
เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำแตะ2,000ลบ.ม.ต่อวินาทีเตือนท้ายเขื่อนน้ำท่วมอีก20ซ.ม. ขณะที่ เขื่อนป่าสักเพิ่มการระบายน้ำ หลังน้ำสะสม90%แล้ว
วันที่ 6 ต.ค.เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ยังคงเร่งระบายน้ำลงท้ายเขื่อนอย่างต่อเนื่องไปแตะ2,000ลบ.ม.ต่อวินาที เตือนพื้นที่ท้ายเขื่อนให้เฝ้าระวัง เพราะระดับน้ำจะสูงขึ้นอีก20ซ.ม. พื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวังต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา08.00น.วันที่6ต.ค. เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ยังคงเร่งระบายน้ำลงท้ายเขื่อนอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่2 โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาล่าสุดวัดได้ 15.80 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เพิ่มขึ้น17ซ.ม. ส่วนระดับน้ำท้ายเขื่อนวัดได้14.70 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เพิ่มขึ้น20ซ.ม. ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำจากเดิม 1,853ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไปอยู่ที่ อัตรา1,974ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
จากที่เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำลงท้ายเขื่อน เพื่อรองรับปริมาณน้ำจากอิทธิพลของร่องความกดอากาศต่ำ ที่จะทำให้ฝนตกชุกในพื้นที่ระหว่างวันที่6-11ตุลาคม ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท อ.อินทร์บุรี อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี อ.ป่าโมกข์ จ.อ่างทอง อ.บางบาล และ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงบริเวณท้ายแม่น้ำน้อย จะมีระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น20ซ.ม. และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์นี้ พื้นที่ดังกล่าวรวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย จึงควรสังเกตการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ และติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดต่อไป
ด้าน นายอรรถพร ปัญญาโฉม ผู้อำนวยการจัดสรรน้ำสำนักงานชลประทานที่ 10 จังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนป่าสักขณะนี้ ได้มีการเพิ่มปริมาณการระบายน้ำออกจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จากวันละ 460 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือวันละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นวันละ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือวันละ 43 ล้านลูกบาศก์ เมตร โดยระบายน้ำเพิ่มอีกวันละ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด 5 บาน หลังจากที่มีฝนตกลงมาในบริเวณลุ่มน้ำป่าสักและบริเวณเหนือเขื่อนจำนวนมาก ทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่เขื่อนจำนวนมากขึ้นถึงวันละ 667.57 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือวันละ 57 ล้านลูกบาศก์ เมตร ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจำนวนมาก ทำให้ขณะนี้ปริมาณน้ำสะสมในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนอยู่ที่ 867 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 90 เปอร์เซ็นต์ ของความจุเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่ 100 เปอร์เซ็นต์ในปริมาณน้ำ 960 ล้าน ลูกบาศก์เมตร
นายอรรถพร กล่าวอีกว่า การระบายน้ำเพิ่มขึ้นของเขื่อนป่าสักในขณะนี้อาจส่งผลกระทบต่อชาวบ้านที่อยู่ท้ายเขื่อนจากปริมาณน้ำที่สูงขึ้น ขอให้ประชาชนที่อยู่ท้ายเขื่อนป่าสักตั้งแต่อำเภอพัฒนานิคมจังหวัดลพบุรี จังหวัดสระบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเก็บของขึ้นที่สูงเตรียมความพร้อมไว้ก่อนและเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำตลอดเวลา







