posttoday
สช. กับการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติ

สช. กับการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติ

05 ตุลาคม 2559

โดย...นพ.พลเดช  ปิ่นประทีป

โดย...นพ.พลเดช  ปิ่นประทีป

สช. หรือ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม เป็นหน่วยงานระดับนโยบาย ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการให้บริการแก่ประชาชนโดยตรง จึงแตกต่างจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างชัดเจน

นอกจากนั้น ในด้านขอบเขตของ “สุขภาพ หรือสุขภาวะ 4 มิติ” ตามกฎหมายที่จัดตั้ง ก็มีความหมายกว้างกว่า “สาธารณสุข” ที่เป็นเรื่องของมดหมอหยูกยา สช.จึงต้องประสานความร่วมมือเชื่อมโยงหลายกระทรวง เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม ฯลฯ

พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 กำหนดให้คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติต้องจัดทำธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติขึ้น เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการดำเนินงานด้านสุขภาพของประเทศ โดยให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ และให้รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อทราบก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ ให้ทบทวนธรรมนูญฯ อย่างน้อยทุก 5 ปี เพื่อให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับแรก ได้ใช้มาตั้งแต่ปี 2552 ในฐานะที่เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สช.ได้สนับสนุนให้มีการทำงานทางวิชาการโดยคณะนักวิชาการหลายชุดเพื่อทบทวนธรรมนูญฯ มาตั้งแต่ปี 2556 และจัดเวทีรับฟังความเห็นในรูปแบบที่หลากหลาย

ธรรมนูญสุขภาพฉบับนี้ ได้ระบุสถานะของการนำไปใช้ประโยชน์ ใน 4 รูปแบบ ได้แก่ เป็นกรอบและแนวทางในการดำเนินงานด้านสุขภาพขององค์กรภาครัฐ เป็นภาพพึงประสงค์ร่วมของระบบสุขภาพที่ภาคส่วนต่างๆ นำไปใช้ เป็นแนวคิดและหลักการในการจัดทำธรรมนูญสุขภาพพื้นที่หรือธรรมนูญสุขภาพประเด็น และเป็นเครื่องมือสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบสุขภาพที่พึงประสงค์ในอนาคตร่วมกัน

1.เป็นกรอบนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ

สช.และคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ที่มีรัฐมนตรี 6 กระทรวง (สธ. มท. กษ. พม. ทส. อก.) และสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นกรรมการ ควรจะใช้หลักการและแนวคิดของธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติ ในการพิจารณาให้ความเห็นต่อแผนงาน โครงการและการเสนอร่างกฎหมายต่างๆ  รวมทั้งข้อเสนอของบประมาณของหน่วยงานรัฐทุกหน่วย

ร่างกฎหมายของกระทรวงต่างๆ ที่สำนักงานเลขานุการคณะรัฐมนตรีส่งมาเพื่อขอความเห็น ควรจะถูกกระทรวงทั้ง 6 และ สช.ใช้หลักการและกรอบแนวคิดของธรรมนูญสุขภาพ  ในการให้ความเห็นและตั้งข้อสังเกตเพื่อให้ที่ประชุม ครม.ใช้ประกอบตัดสินใจ

เป้าหมาย คือ การทำให้ทุกนโยบาย ของทุกกระทรวงทบวงกรม ล้วนมีมิติในด้านที่ห่วงใยต่อสุขภาพด้วยกันทั้งสิ้น (Health in All Policy) และควรจะทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายเป็นวัฒนธรรมการทำงานแบบใหม่ในระดับโครงสร้างอำนาจรัฐส่วนบน กล่าวคือ จะทำให้ไทยเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญต่อกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนและมีมิติห่วงใยสุขภาพไปพร้อมๆ กัน

2.เป็นกรอบวิสัยทัศน์

ระบบสุขภาพที่พึงประสงค์

สช.ควรจะส่งเสริมและสนับสนุนให้หน่วยงานและองค์กรภาคีที่มีอำนาจหน้าที่ในการพัฒนาและดูแลระบบสุขภาพในทุกระดับ ทุกกระทรวง ทุกพื้นที่ ได้ใช้วิสัยทัศน์ระบบสุขภาพที่พึงประสงค์ในด้านต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในธรรมนูญสุขภาพฉบับนี้ เป็นกรอบในการสร้างสรรค์การดำเนินงาน

เพื่อการนี้ สช.ในฐานะผู้ส่งเสริม ควรจะจัดให้มีหลักสูตรการฝึกอบรมวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถและเชี่ยวชาญเฉพาะในด้านเหล่านี้ในจำนวนที่มากเพียงพอและกระจายตัวอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้คำปรึกษาและจัดกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมให้กับพื้นที่และหน่วยงานที่มีความต้องการ

3.เป็นกรอบอ้างอิงสำหรับ

การจัดทำธรรมนูญสุขภาพระดับพื้นที่

สช.ตระหนักดีว่าธรรมนูญสุขภาพที่ประชาชนและชุมชนจะสามารถใช้ประโยชน์ได้ง่าย และอยู่ใกล้ตัวมากที่สุด คือธรรมนูญสุขภาพระดับหน่วยย่อยของสังคม อันได้แก่ ระดับตำบล โรงเรียน โรงงาน หรือธรรมนูญสุขภาพของเครือข่ายหรือกลุ่มประชากรเฉพาะ เช่น กลุ่มชาติพันธุ์

หน่วยงาน องค์กรหรือภาคีเครือข่าย สามารถใช้ธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติเป็นกรอบในการจัดทำธรรมนูญสุขภาพตำบลได้ โดยเลือกเอาเฉพาะประเด็นที่สอดคล้องกับปัญหาในพื้นที่ของตน และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีต่างๆ ในพื้นที่ให้มากที่สุดเพื่อกำหนดเป็นภาพของสังคมที่พึงประสงค์ร่วมกัน

เมื่อมีธรรมนูญสุขภาพตำบลโดยฉันทามติกันขึ้นมาแล้ว อบต.หลายต่อหลายแห่งได้นำเข้าสู่กระบวนการสภาท้องถิ่น จนในที่สุดก็ได้ออกมาเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่น แผนพัฒนาท้องถิ่น และกระทั่งการจัดทำผังตำบล เพื่อการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่ดินของท้องถิ่นก็มี

ด้วยเหตุที่เป็นธรรมนูญระดับหน่วยย่อยที่กินได้แบบนี้ ปัจจุบันจึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นที่ได้รับการสนับสนุนจาก สปสช.และ สสส.จึงนิยมจัดทำธรรมนูญสุขภาพระดับตำบลกันอย่างแพร่หลาย เท่าที่ทราบมีไม่ต่ำกว่า 400 ตำบลแล้ว และคาดว่าภายในเวลาไม่เกินสองปีข้างหน้าอาจจะมีมากกว่าพันแห่ง

4.เป็นสื่อในการสร้าง

ความเข้าใจของสังคม

ธรรมนูญสุขภาพและระบบสุขภาพที่พึงประสงค์เป็นภาพความฝันและจินตนาการร่วมกันของผู้คนในชุมชนท้องถิ่นและสังคมที่มีความกระตือรือร้นจำนวนหนึ่งที่มาร่วมกันจัดทำ ในขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่มีโอกาสเข้าร่วม ดังนั้นการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและการเรียนรู้ในวงกว้างจึงมีความสำคัญ

หลายพื้นที่มีความพยายามจัดทำธรรมนูญสุขภาพในขอบเขตกว้าง เช่น ธรรมนูญสุขภาพอำเภอ หรือจังหวัด  ซึ่งยิ่งกว้างก็ยิ่งทำให้ความเป็นรูปธรรมลดลงและต้องการความรู้ความเข้าใจร่วม สช.จึงควรต้องพัฒนาสื่อและการสื่อสารเพื่อให้เกิดการช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อขับเคลื่อนไปสู่จุดหมาย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ