
แบบอย่างที่ดี
แม้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะยืนยันว่า การเช่าเครื่องบินเหมาลำไปร่วมประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียน-สหรัฐ ที่ฮาวาย ซึ่งใช้งบประมาณกว่า 20 ล้านบาท มีความโปร่งใส แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะผู้บังคับบัญชาก็ควรมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และชี้แจงต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ
แม้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะยืนยันว่า การเช่าเครื่องบินเหมาลำไปร่วมประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียน-สหรัฐ ที่ฮาวาย ซึ่งใช้งบประมาณกว่า 20 ล้านบาท มีความโปร่งใส แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะผู้บังคับบัญชาก็ควรมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และชี้แจงต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ
รัฐบาล คสช.อ้างเหตุในการยึดอำนาจเข้ามาบริหารประเทศ ด้วยเพราะรัฐบาลที่แล้วมีการคอร์รัปชั่นหลายโครงการ และเป็นต้นเหตุให้เกิดความขัดแย้งของคนในชาติ ฉะนั้นเมื่อเกิดข้อครหาใดๆ ต่อรัฐบาลชุดปัจจุบันก็สมควรสร้างมาตรฐานการบริหารงานให้เป็นแบบอย่างที่ดี และเป็นที่ประจักษ์ว่า ครม.ชุดนี้ได้ยึดแนวทางการบริหารงานที่แตกต่าง มีความโปร่งใสกว่านักการเมืองหรือข้าราชการที่คิดมิชอบและมุ่งแต่แสวงหาประโยชน์ใส่ตัว
ช่วง 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาลคณะนี้ถูกโจมตีกล่าวหาในหลายกรณี โดยเฉพาะมีข่าวคราวถึงความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการแอบอ้างเรียกรับประโยชน์ อาทิ ความไม่โปร่งใสในโครงการอุทยานราชภักดิ์ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ความไม่เหมาะสมกรณีการตั้งบริษัทรับเหมาในค่ายทหารของลูกชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ฯลฯ
ล่าสุดกรณีรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ใช้งบประมาณแผ่นดินเดินทางไปประชุมต่างประเทศสูงกว่า 20 ล้านบาท ว่ากันตามตรงแม้จะไม่ได้เดินทางไปเที่ยว แต่ประชาชนผู้เสียภาษีย่อมคิดได้ว่า จำนวนผู้ร่วมคณะที่เดินทางไปกว่า 400 คน เทียบความคุ้มค่าจากการประชุมในครั้งนี้แล้ว ถือเป็นการใช้จ่ายงบประมาณอย่างสิ้นเปลือง ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจของประเทศยังอยู่ในภาวะย่ำแย่ ชาวบ้านคนหาเช้ากินค่ำยังชักหน้าไม่ถึงหลังและได้รับความเดือดร้อนกันค่อนประเทศ
เหตุผลคำชี้แจงของกระทรวงกลาโหมที่ดูจะให้น้ำหนักการใช้จ่ายเงินในลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติ แต่ไม่สมควรนำมาใช้กับคณะบุคคลที่มักอ้างว่าอาสามาแก้ปัญหาให้บ้านเมือง การใช้งบประมาณใดๆ ควรต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า ยึดหลักการประหยัด และใช้จ่ายเงินให้มีประสิทธิภาพ
การที่หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งลงดาบเอาผิดบรรดาข้าราชการและเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปแล้วจำนวนมากก่อนหน้านี้ ได้รับคำชื่นชมถึงความเด็ดขาดในการขจัดล้างขบวนการทุจริต ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าสามารถหยุดยั้งการคดโกงไปได้มาก
แต่พอเกิดเรื่องฉาวโฉ่ที่เกิดกับคนใน ครม. หรือในแวดวงกองทัพด้วยกัน กลับไม่ได้รับการปฏิบัติในมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ที่ถูกลงโทษเหล่านั้นย่อมคิดเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากมองว่าเป็นการปกป้องพวกพ้อง และเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม
ฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นข้ออ้างเรื่องความจำเป็นในการบินตรงไปยังฮาวาย หรือเพื่อความปลอดภัยของคณะก็ตามที หากไม่ได้รับการสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา ข้อครหาต่างๆ ย่อมตกอยู่กับผู้นำรัฐบาลและ คสช. และจะยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงการปฏิเสธกระบวนการตรวจสอบ







