
สินค้าจ่อขึ้นราคา พณ.โยนมาร์คสั่ง
พาณิชย์เตรียมเรียกผู้ผลิตถกวิธีขึ้นราคา หลังส่งสัญญาณเลิกคุมสินค้า เหตุ “มาร์ค” ให้ดูแลความสมดุลทั้งระบบ งัดมุขเดิมธงฟ้าช่วยประชาชนแทน
พาณิชย์เตรียมเรียกผู้ผลิตถกวิธีขึ้นราคา หลังส่งสัญญาณเลิกคุมสินค้า เหตุ “มาร์ค” ให้ดูแลความสมดุลทั้งระบบ งัดมุขเดิมธงฟ้าช่วยประชาชนแทน
นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เร็วๆ นี้จะเรียกผู้ผลิตสินค้าโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชน เช่น ของใช้ส่วนตัว อาหารและเครื่องดื่ม มาหารือเพื่อรับทราบถึงสถานการณ์ต้นทุนการผลิตสินค้า หลังจากที่มาตรการขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้าจะหมดอายุสิ้นเดือน ก.ย.นี้ และคงไม่มีการต่อมาตรการขอความร่วมมือออกไปอีก
ทั้งนี้ เพื่อให้การดูแลราคาสินค้าเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายทั้งประชาชนและผู้ผลิตสินค้า ดังนั้นหากรายการสินค้าใดมีต้นทุนที่สูงขึ้นจริง และหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะปรับขึ้นราคา ทางกรมก็พร้อมพิจารณาให้ แต่เมื่อต้นทุนลดลงทางผู้ผลิตก็ควรปรับลดราคาเช่นกัน
สำหรับการดูแลราคาสินค้าหลังจากสิ้นมาตรการขอความร่วมมือตรึงราคาจะเป็นไปตามนโยบายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ได้ให้นโยบายไว้ในวันครบรอบวันเกิดกระทรวงพาณิชย์ 90 ปี โดยสั่งการให้กรมดูแลเรื่องสินค้าให้เกิดความสมดุลควบคู่กับราคาสินค้า ไม่ใช่ดูแลเพียงด้านเดียว เพราะหากคุมราคาแล้วไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริงอาจทำให้การผลิตสินค้าลดลง และกระทบต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นของประชาชน จนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมได้ และสอดคล้องกับนโยบายของนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ที่ต้องการให้ความเป็นธรรมกับผู้ผลิตทุกกลุ่มสินค้าเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาให้ผู้ผลิตสินค้าปรับขึ้นราคานั้น เบื้องต้นกรมจะใช้หลักเกณฑ์การอนุมัติทยอยปรับขึ้นราคา คงไม่อนุมัติให้ปรับขึ้นราคาทั้งหมดตามต้นทุนเพราะจะส่งผลกระทบกับประชาชนมากจนเกินไป และการปรับขึ้นราคานั้น ควรจะเป็นทางออกสุดท้ายที่ผู้ผลิตดำเนินการ โดยรายไหนที่ยังใช้วิธีการบริหารจัดการต้นทุนได้ และยังไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นราคา ก็จะขอความร่วมมือให้ดำเนินการไปก่อน เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชน ส่วนมาตรการที่จะใช้ดูแลประชาชน จะใช้มาตรการสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดเช่นเดียว โดยอาจจะเพิ่มการจัดงานธงฟ้าบ่อยครั้งขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน
“เชื่อว่าผู้ผลิตสินค้า คงไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้ามากนัก เพราะกำลังซื้อของประชาชนแม้จะเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่มาก หากมีการขึ้นราคาก็อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อให้ลดลงอีกได้ และหลายสินค้าก็มีการแข่งขันในตลาดสูง ดังนั้นการปรับขึ้นราคาที่ไม่ดูภาวะตลาด อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายให้ลดลงเช่นกัน” นางวัชรี กล่าว
สำหรับสถานการณ์ราคาสินค้าปัจจุบัน พบว่าสินค้าประเภทโปรตีนมีราคาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเฉลี่ย 5 -10 บาท /กก. เนื่องจากใกล้เข้าเทศกาลสาทรจีน โดยราคาเนื้อหมูอยู่ที่ 115-120 บาท/กก. จาก 110-115 บาท/กก. ราคาไก่สดทั้งตัวอยู่ที่ 60-62 บาท ปรับขึ้นมาประมาณกก.ละ 3 บาท ราคาเป็ดสด 90 บาท/กก. ปรับขึ้นมา 5 บาท ซึ่งถือว่าราคาปรับขึ้นใกล้เคียงกับเทศกาลสาทรจีนปีก่อน ส่วนราคาข้าวถุงที่จะปรับราคาสูงขึ้นนั้น เป็นไปตามภาวะราคาข้าวเปลือกที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้เกษตรกรได้ประโยชน์ โดยราคาข้าวถุงที่เตรียมปรับขึ้นนั้นยังไม่ถึงเพดานราคาที่กรมฯกำหนดไว้
นางวัชรี กล่าวว่า ส่วนการดูแลเรื่องน้ำดื่ม ได้เชิญผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดใหญ่ที่มีลักษณะการขายแบบบริการตนเอง จำนวน 5 ราย เช่น บริษัทแมคไทย บริษัทเชสเตอร์ ฟู้ด บริษัทยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทเดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป บริษัทเอ แอนด์ ดับบลิว เรสเตอรองต์ มาหารือ ซึ่งผู้ประกอบการได้ชี้แจงว่าเป็นร้านอาหารทางเลือก มีกลุ่มเป้าหมายเป็นลูกค้าระดับกลางขึ้นไปและจำหน่ายน้ำดื่มในราคา 15 บาท/ขวด อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชน จึงได้ขอให้จัดน้ำดื่มฟรีภายในร้าน โดยพร้อมจะเริ่มบริการตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. เป็นต้นไป และจะมีการจัดทำป้ายติดภายในร้านมีข้อความว่า “บริการน้ำดื่มฟรี ด้วยความร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์”







