posttoday
สรรพากรตามบี้ภาษีออนไลน์

สรรพากรตามบี้ภาษีออนไลน์

03 ตุลาคม 2559

คลังสั่งสรรพากร เร่งสอบธุรกิจขายของออนไลน์ หลังเพิ่มขึ้น 3 เท่า ย้ำรายได้เกิน 1.8 ล้าน/ปี ต้องยื่นเสียแวต หวังสร้างความเป็นธรรมในระบบภาษี

คลังสั่งสรรพากร เร่งสอบธุรกิจขายของออนไลน์ หลังเพิ่มขึ้น 3 เท่า ย้ำรายได้เกิน 1.8 ล้าน/ปี ต้องยื่นเสียแวต หวังสร้างความเป็นธรรมในระบบภาษี

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้กรมสรรพากรเร่งตรวจสอบธุรกิจขายของออนไลน์ทั้งหมด โดยเฉพาะที่ขายผ่านเฟซบุ๊ก อินสตาแกรมว่ามีการเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากปัจจุบันการทำธุรกิจบนโซเชียลเน็ตเวิร์กมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว ซึ่งมีทั้งเจ้าของผลิตภัณฑ์ขายเอง และตัวแทนขายที่คิดกำไรเป็นทอดๆ สร้างรายได้จำนวนมาก

“ปัจจุบันการค้าขายสินค้าผ่านช่องทางดังกล่าว ได้รับความนิยมมากสามารถทำได้สะดวกขึ้น ต้นทุนต่ำ ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่จากการตรวจสอบข้อมูลที่ผ่านมายังไม่มีการยื่นเสียภาษีให้ถูกต้อง ทำให้กระทรวงการคลังมอบหมายให้กรมสรรพากรเข้าไปตรวจสอบ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดไว้” แหล่งข่าวระบุ

สำหรับผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตหรือเป็นผู้ที่ขายสินค้าหรือให้บริการ ไม่ว่าจะประกอบกิจการในรูปของบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หากมีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินกว่า 1.8 ล้านบาท/ปี จะต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) เพื่อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ตามที่กฎหมายกำหนดไว้

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังต้องการสร้างความเป็นธรรม โปร่งใส และความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีโดยสุจริต ยืนยันว่า ผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจดังกล่าว หากมีรายรับเกินกว่า 1.8 ล้านบาท/ปี ซึ่งผู้ขายจะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) แล้ว เมื่อมีรายได้ต้องยื่นแจ้งรายได้เสียภาษีบุคคลธรรมดาประจำปีภาษี โดยต้องนำรายได้จากการดำเนินธุรกิจดังกล่าว เข้ามารวมกับรายได้ที่ได้ประจำเพื่อยื่นเสียภาษีด้วย แต่ปัจจุบันยังพบว่ามีบางส่วนที่ไม่นำรายได้ดังกล่าวเข้ามารวมไว้ ส่งผลให้การยื่นเสียภาษีบุคคลธรรมดาไม่ตรงกับความเป็นจริง

“ผู้ที่เริ่มดำเนินธุรกิจควรพิจารณาว่าธุรกิจที่ทำนั้นเป็นกิจการประเภทใด และกฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องจดทะเบียนภาษีแวตหรือไม่ หากเป็นธุรกิจที่ไม่ได้รับยกเว้นแวตก็ควรวางแผนในการเข้าสู่ระบบภาษี เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด เพราะหากเจ้าพนักงานประเมินตรวจพบภายหลัง ก็จะทำให้ต้องชำระภาษีมากกว่าที่ควรจะต้องเสีย ดังนั้นการวางแผนเพื่อเสียภาษีให้ถูกต้องครบถ้วนจึงเป็นแนวทางที่ดีที่สุด”

อย่างไรก็ตาม การยื่นเสียภาษีเป็นหน้าที่ของประชาชนอยู่แล้ว เมื่อมีรายได้ก็ต้องยื่นเสียภาษีให้ถูกต้อง ซึ่งที่ผ่านมากรมสรรพากรได้รณรงค์ให้บุคคลธรรมดาที่ทำธุรกิจมาจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลมากขึ้น เพื่อหวังขยายฐานภาษีให้เพิ่มขึ้น และจะเป็นการให้ผู้เสียภาษีเข้ามาอยู่ในระบบ โดยเป็นการช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจเสียภาษีถูกลงจากเดิมที่เสียภาษีบุคคลธรรมดาสูงสุดที่อัตรา 35% ส่วนภาษีนิติบุคคลเสียสูงสุดในอัตรา 20%

ก่อนหน้านี้ทางคลังก็ได้สั่งการให้กรมสรรพากรไปศึกษาวิธีการเรียกเก็บภาษีจากเพจดังและเพจของบรรดาเน็ตไอดอลต่างๆ ที่มีประชาชนเข้าชมมาก จนทำให้มีบริษัทเอกชนต่างๆ เข้ามาซื้อโฆษณาเพื่อเผยแพร่ในเพจดังกล่าว ซึ่งเมื่อมีรายได้เกิดขึ้นก็จะต้องยื่นเสียภาษีด้วยเช่นกัน

นอกจากนั้น ได้เริ่มมีการศึกษาประเด็นกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อที่จะเก็บภาษีจากกูเกิล เฟซบุ๊ก จากที่ยังไม่สามารถเก็บภาษีได้ทั้งที่ทั้งสองบริษัทข้ามชาตินี้ มีรายได้จากการทำธุรกรรมในประเทศอย่างมาก แต่มักจะไปชำระภาษีในประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำหรือปลอดภาษี

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ