เชาว์ เก่งชน กับชีวิตเรียบง่าย
ใครๆ มักคิดว่าชีวิตนักวิจัยมักจะแห้งแล้ง เต็มไปด้วยสาระและวิชาการ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนั้น
ใครๆ มักคิดว่าชีวิตนักวิจัยมักจะแห้งแล้ง เต็มไปด้วยสาระและวิชาการ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนั้น และเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย ก็เป็นเช่นคนส่วนใหญ่ แต่ในความมีสาระมากมาย เขามีมุมเล็กๆ ส่วนตัวที่ไม่มีใครคาดถึง
“ผมคิดว่าไม่ใช่คนเครียดนะ เลิกงานกลับถึงบ้านก็ไม่มีแรงจะทำอะไรแล้ว อาจจะมีเครียดบ้างแต่ไม่ถึงขั้นนอนไม่หลับ เวลาอยู่บ้านผมก็จะดูแลหมา แมว และปลา ที่บ้านผมมีแมว 2 ตัว คือ ปุ๊กกับเปี๊ยกเป็นแมวจรที่มาจากไหนก็ไม่รู้ อยู่ดีๆ ก็มาอาศัยบ้านผมอยู่ ผมก็เลี้ยงเขาไว้ ส่วนหมาของผม เมื่อก่อนมี 2 ตัว ชื่อ ยาฮูกับกูเกิล แต่ตอนนี้ยาฮูตายไปแล้ว ก็เลยเหลือหมาตัวเดียว และปลาคาร์ปของผมก็มี 2 ตัว ชื่อฟิทโชกับฟิทชี่ เวลาผมเลิกงานกลับบ้านผมจะต้องดิ่งไปให้อาหารพวกเขาก่อน” เชาว์ กล่าว
การเลี้ยงสัตว์นั้นเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดสำหรับเชาว์ เขาบอกว่า ชอบเลี้ยงสัตว์มาก สัตว์เลี้ยงช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ดี เพราะเขาเป็นคนติดบ้าน ไม่ชอบเที่ยวจะไปเที่ยวที่ไหนก็ห่วงหมาและแมว นอกจากนี้วันเสาร์และอาทิตย์เขาจะต้องอ่านเอกสารเตรียมงานสำหรับเช้าวันจันทร์
เชาว์ เล่าว่า ชีวิตของเขานั้นเรียบง่าย การทำงานก็ถือเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่ง เป็นความเรียบง่ายอย่างมีความสุข อยู่บ้านก็ดูแลครอบครัว คุณแม่ ภรรยา และลูก 2 คน
“การทำงานนั้นทำเพื่อให้มีเงินยังชีพ มีรายได้ไปดูแลคนอื่น เราไม่ได้มีทักษะด้านอื่นเราก็ต้องทำงานที่เราถนัดให้ดีที่สุด” เชาว์ กล่าว
ไม่น่าเชื่อว่า เชาว์ชื่นชอบการเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์มาก อยากเรียนสาขานี้มาตั้งแต่เด็ก
ช่วงชีวิตนักเรียนมัธยม เชาว์เป็นศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียน ซึ่งระหว่างเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (มศ.4) เขาสอบเทียบมาตลอดจนได้เข้าเรียนชั้นปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในคณะเศรษฐศาสตร์สมที่ตั้งใจ และคว้าเกียรตินิยมอันดับหนึ่งมาครองภายในเวลาสามปีครึ่ง จากนั้นก็บินไปเรียนต่อปริญญาโทและปริญญาเอก สาขาเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน
“หลังจากเรียนจบผมกลับมาเป็นอาจารย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในช่วงนั้นทางจุฬาฯ เปิดสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ ตอนนั้นรู้สึกอยากสอนหนังสือจึงไปสมัครได้ทำงานอยู่กับ ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ ช่วยกันดูแลสาขานี้และได้ทำงานวิจัย เงินเดือนข้าราชการตอนนั้นน้อยมาก ผมได้มีโอกาสไปช่วยทำหลักสูตรเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศที่นิด้าด้วย” เชาว์ กล่าว
ในช่วงแรกของชีวิตการทำงาน เขาบอกว่ามีโอกาสได้ทำงานวิจัยที่หลากหลายเรื่องมาก งานวิจัยที่เขาจำได้ไม่ลืมคืองานวิจัยความต้องการใช้เครื่องจักรในการเกษตรของผลไม้ ที่ได้ทำคือวิจัยเครื่องจักรให้กับทุเรียนเพื่อที่จะช่วยให้เกษตรกรไม่ลำบากมากในการเก็บเกี่ยวผลผลิต
แม้จะชื่นชอบงานวิจัย แต่ในที่สุดเชาว์ก็โบกมือลาอาชีพอาจารย์ เขาบอกว่าที่ย้ายงานเพราะการทำวิจัยในหน่วยงานราชการมีข้อจำกัดในหลายด้าน มีขั้นตอนมากมายทำให้ปิดกั้นความคิด จึงลาออกมาอยู่ที่สถาบันเอกชน เพราะคิดว่าน่าจะสนุกกว่าก็เลยลองดู
หลังจากที่เชาว์เปลี่ยนอาชีพมาเริ่มงานกับธนาคารกสิกรไทยตั้งแต่ปี 2538 เป็นเวลา 21 ปีแล้ว เขาก็ไม่เคยเปลี่ยนงานอีกเลย
เชาว์ บอกว่า คนต้นแบบที่เขาชื่นชอบคือ สมหมาย ฮุนตระกูล อดีต รมว.คลัง ในตำนาน ผู้ที่ตัดสินใจประกาศลดค่าเงินบาทเป็นคนแรก เขาชื่นชมสมหมายมาก เพราะเห็นว่าปัญหาเศรษฐกิจในช่วงปี 2527 นั้น เป็นเรื่องที่ยากมาก มีบริษัทไฟแนนซ์และธนาคารล้ม เหมือนช่วงต้มยำกุ้ง เกิดวิกฤตพลังงาน ต้องปิดไฟทั้งประเทศเป็นช่วงๆ จนต้องลดค่าเงินบาท
“การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจช่วงนั้นไม่ง่ายเหมือนขณะนี้ เศรษฐกิจยังไม่เป็นระบบเปิดเหมือนขณะนี้ ต้องใช้ความกล้าในการตัดสินใจ” เขากล่าว
ส่วนนักเศรษฐศาสตร์อีกคน ที่เชาว์ชื่นชอบในแนวคิดคือ โฆสิตปั้นเปี่ยมรัษฎ์ อดีตรองนายกฯ รมว.คลัง และ รมว.อุตสาหกรรม
“ตอนที่ผมทำงานใหม่ๆ จะต้องไปค้นข้อมูลที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ผมจะเจอหนังสือวิชาการที่อาจารย์โฆสิตอยู่ในทีมวิจัยหลายเล่ม เป็นเรื่องเกี่ยวกับการกระจายรายได้ เรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจและชนบท และอาจารย์ก็จะไปบรรยายเรื่องนี้ตามที่ต่างๆ ซึ่งท่านพูดถึงเรื่องที่เป็นความจริงในสังคม ผมชื่นชอบท่านมาก” เชาว์ กล่าว
อีกคนที่เชาว์บอกว่าชื่นชอบในมุมมอง การวิพากษ์วิจารณ์เศรษฐกิจที่แหลมคม คือ ดร.อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณของทีดีอาร์ไอ ที่มีความรู้ความสามารถด้านเศรษฐศาสตร์อย่างเอกอุหาคนเทียบได้ยาก


