
พรรคการเมือง ที่พึงประสงค์
ช่วงนี้เรื่องราวของพรรคการเมืองต่างๆ อาจจะห่างหายจากการพูดถึงกันสักหน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามสื่อต่างๆ
โดย...เจษฎ์ โทณะวณิก
ช่วงนี้เรื่องราวของพรรคการเมืองต่างๆ อาจจะห่างหายจากการพูดถึงกันสักหน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามสื่อต่างๆ อาจจะเป็นเพราะยังมีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ไม่ให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม จึงยังไม่มีการเคลื่อนไหวในด้านต่างๆ จากพรรคการเมืองมากนัก และด้วยความไม่แน่ใจว่าจะมีการให้เริ่มต้นกันใหม่ หรือเซตซีโร่ กันหรือไม่ กิจกรรมทั่วๆ ไปของพรรคการเมืองจึงยังไม่ค่อยมีให้เห็น
หากว่าเข้าสู่ภาวะที่พรรคการเมืองจะสามารถดำเนินการได้ ไม่ว่าจะต่อไปได้จากเดิมเลย หรือจะต้องเริ่มต้นกันใหม่ จะต้องหาสมาชิกริเริ่มจัดตั้งกันใหม่ หรือใช้วิธีให้สมาชิกเดิมยืนยันก็ตาม พรรคการเมืองที่ผู้คนอยากเห็นคงจะมีหน้าค่าตาพอจะระบุกันได้พอประมาณ ซึ่งพอนึกถึงเรื่องนี้ก็นึกย้อนไปถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.) ที่มีศ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน ซึ่งบัญญัติเรื่องเกี่ยวกับพรรคการเมืองไว้พอเป็นสังเขปให้เห็นความเป็นพรรคการเมืองในมาตรา 76 โดยเริ่มจากโครงสร้างภายในของพรรคการเมือง โดยกำหนดให้
“พรรคการเมืองต้องจัดองค์กรภายในดำเนินกิจการ และออกข้อบังคับให้สอดคล้องกับหลักการพื้นฐานแห่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ขัดต่อสถานะและการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย และมีหน้าที่พิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติและประชาชน”
เมื่อกำหนดโครงสร้างภายในไว้ในวรรคหนึ่งแล้ว วรรคสองก็บัญญัติถึงเรื่องของคณะกรรมการบริหารพรรคให้
“คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีหน้าที่ดำเนินกิจการของพรรคการเมืองให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และข้อบังคับพรรคการเมือง ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และซื่อสัตย์สุจริต ต้องส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยในพรรคการเมือง และไม่ยอมให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดครอบงำหรือชี้นำ
เมื่อมีคณะกรรมการบริหารพรรคก็มิใช่ว่ากิจการทุกอย่างจะเป็นการดำเนินการโดยคณะกรรมการบริหารพรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวหน้าพรรคการเมืองไปเสียหมด ส่วนเรื่องการพิจารณาส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งร่างดังกล่าวได้กำหนดไว้ในวรรค 3 ให้
“การพิจารณาส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ต้องมีการหยั่งเสียงสมาชิกพรรคการเมืองในเขตเลือกตั้ง และต้องมีเงื่อนไขว่าในกรณีที่บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใดมีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเพศใดมากกว่าอีกเพศหนึ่งแล้ว
อย่างน้อยในบัญชีรายชื่อนั้น ต้องมีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งเป็นเพศตรงข้ามกับเพศนั้นไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง”
ยังมีเรื่องอื่นที่ปรากฏอยู่ในร่างดังกล่าว ซึ่งต้องเอาไว้พื้นที่ในคราวหน้า







