posttoday
ห่วงพิษเกษตรพันธสัญญา

ห่วงพิษเกษตรพันธสัญญา

29 กันยายน 2559

เกษตรกรไม่สนร่าง พ.ร.บ. เกษตรพันธสัญญา ระบุผลักให้เกษตรกรถูกตกเขียวเพิ่ม

เกษตรกรไม่สนร่าง พ.ร.บ. เกษตรพันธสัญญา ระบุผลักให้เกษตรกรถูกตกเขียวเพิ่ม

นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เกษตรตัวอย่างจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ไม่ทราบเรื่องที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านร่าง พ.ร.บ.เกษตรพันธสัญญาฯ เนื่องจากเห็นว่าเป็นเพียงกระดาษแผ่นเดียว ไม่ได้ช่วยทำให้เกษตรกรดีขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาเรื่องนี้เป็นความเต็มใจของสองฝ่ายจนกระทั่งเกิดความขัดแย้งจึงเป็นปัญหา

ทัั้งนี้ ที่ผ่านมาการทำเกษตรพันธสัญญาเป็นสัญญาใจระหว่างเกษตรกรกับผู้ประกอบการ บางรายทำเป็นลายลักษณ์อักษร บางรายมีเจ้าหน้าที่รัฐเป็นตัวกลาง ทำให้เกษตรกรเชื่อถือ เช่น กรณีการ ส่งเสริมเกษตรกรปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ โดยเอกชนจ้างดำนาร่วมค่าเมล็ดพันธุ์ 3,000 บาท/ไร่ และจะรับซื้อข้าวเปลือกในราคา 2 หมื่นบาท/ตันข้าวเปลือก สุดท้ายข้าวออกมาไม่ได้ตามคุณภาพ จึงกดราคา รับซื้อ สุดท้ายฟ้องร้องดำเนินคดี

“การทำพันธสัญญาอยู่ที่สำนึกมีกฎหมายหรือไม่ ไม่สำคัญ เพียงแต่เมื่อ มีกฎหมายก็จะมีระบบเท่านั้น และเอกชนก็จะไม่ทำให้เกิดการผูกมัด อย่างไรก็ตามมองว่าสุดท้ายเกษตรกรก็จะยังถูกตกเขียว ซึ่งยิ่งกว่าพันธสัญญาเสียอีก” นายสุกรรณ์ กล่าว

นายเอกณรงค์ ชื่นมณี เกษตรกรศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า กลุ่มของตนปลูกข้าวอินทรีย์ ผลิตเองขายเอง จึงไม่สนใจเรื่องเกษตรพันธสัญญา แต่เห็นว่าเมื่อรัฐบาลตั้งใจดีต่อไป พ.ร.บ. จะทำให้ทุกฝ่ายมาอยู่ในกรอบ เพิ่มขึ้น เพราะต้องทำแบบกลุ่มเกษตรกร ทำให้เอาเปรียบเกษตรกรได้ยากขึ้น

ทั้งนี้ สิ่งที่เขาเห็นว่าเป็นยิ่งกว่าเกษตรพันธสัญญาคือรูปแบบการดำเนินการของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่มีเงื่อนไขการเก็บดอกเบี้ย การกำหนดเวลาชำระหนี้สินที่ทำให้เกษตรกรปลดหนี้ได้ช้า

ด้าน นายเดชา ตุลานันท์ รองประธานคณะกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ร่างกฎหมายเกษตรพันธสัญญาอาจทำให้มีการลงทุนมากขึ้น แต่เป็นห่วงว่าคนที่เคยมีงานทำจากคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่ง เช่น เลี้ยงไก่ไข่ หรือปลูกผลผลิต ป้อนบริษัทใหญ่ๆ นั้น จะไม่มีงานทำ ขาดรายได้ เชื่อว่าทางการคงมีมาตรการรองรับผลกระทบที่อาจจะตามมาไว้แล้ว

“ส่วนตัวมองว่าระบบเกษตรพันธสัญญา (คอนแทรกต์ฟาร์มมิ่ง) เป็นระบบที่มีประโยชน์ เพราะช่วยให้คนในพื้นที่มีงานทำและมีรายได้ โดยที่ชาวบ้านไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูงๆ เพื่อสร้างโรงเรือนหรือฟาร์ม แต่บริษัทขนาดใหญ่ที่รับซื้อผลผลิตสินค้าเกษตรต้องมีกระบวนการจัดการและควบคุมที่ดี ให้ความเป็นธรรมแก่เกษตรกร รับซื้อสินค้าเกษตรในราคาที่เหมาะสม ไม่กดราคาต่ำกว่าที่ตกลงกันไว้” นายเดชา กล่าว

แหล่งข่าวจากธนาคาร ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ให้สินเชื่อกับชุมชนที่มีความเข้มแข็ง เพื่อเชื่อมโยงกับตลาด หรือผู้รับซื้อ โดยให้ชุมชนจ้างเกษตรกรปลูกพืชทางการเกษตรที่ใช้น้ำน้อย และเป็นพืชที่มีมูลค่า มีความต้องการในตลาดเป็นการดำเนินการในลักษณะคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่งกับชุมชน หลังได้ผลผลิตออกมาชุมชนจะนำไปส่งขายให้ตลาด ซึ่งมีการติดต่อกันอยู่แล้ว ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการชุมชนปรับเปลี่ยนการผลิตสู้วิกฤตภัยแล้ง

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว