
ไทยแลนด์ 4.0 งานยาก
บทบรรณาธิการของอาเซียนทูเดย์
บทบรรณาธิการของอาเซียนทูเดย์
เว็บไซต์ที่นำเสนอข่าวเกี่ยวกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระบุว่า การใช้แผนนโยบายเศรษฐกิจไทยแลนด์ 4.0 อาจไม่สามารถช่วยให้ไทยหลุดพ้นจากการเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางได้
เป้าหมายของไทยคือการเน้นส่งเสริมนวัตกรรมในภาคส่วนต่างๆ เพื่อเปลี่ยนสถานะประเทศรายได้ปานกลาง สู่ประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี 2025 นั้น อาจประสบความสำเร็จได้ยาก แม้ว่าไทยมีทรัพยากรมหาศาลและมีแรงงานเป็นฝีมือจำนวนมากก็ตาม แต่ไทยกำลังเผชิญปัญหาหลายประการ เช่น การส่งออกที่ปรับตัวลง และปัญหาสังคมผู้สูงอายุ โดยรายงานคาดการณ์ว่า จำนวนผู้สูงอายุของไทยจะอยู่ที่ 26.6% ของประชากรทั้งหมดภายในปี 2030 ซึ่งหมายความว่า การปรับให้ภาคการผลิตมีความทันสมัย โดยนำนวัตกรรมหุ่นยนต์มาใช้ในภาคอุตสาหกรรม สามารถช่วยได้แค่เรื่องการเพิ่มผลผลิตเพื่อกระตุ้นการส่งออก และตอบสนองความต้องการภายในประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเท่านั้น
บทบรรณาธิการระบุว่า นโยบายไทยแลนด์ 4.0 มุ่งให้ความสำคัญกับการใช้นวัตกรรมเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ไทยยังคงมีปัญหาเรื่องความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ เนื่องจากเขตชนบทหลายพื้นที่ยังประสบภาวะยากจนอยู่ โดยรายงานเสนอแนะว่า การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ ผ่านการโครงการการศึกษาต่างๆ นั้นมีความสำคัญ รวมถึงการผลักดันเทคโนโลยีการเกษตร และการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ จะทำให้รัฐบาลไทยสามารถมุ่งเน้นพัฒนาเขตที่ห่างไกลความเจริญที่สุดภายในประเทศได้ และจัดการปัญหาการกระจายรายได้ที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างเขตเมืองและเขตชนบท
นอกจากนี้ ไทยยังต้องพยายามอีกมาก หากต้องการใช้นวัตกรรมมาช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับบรรดากลุ่มประเทศเอเชียอื่นๆ โดยหลายประเทศในเอเชีย เช่น จีน สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ ได้ดำเนินการปฏิรูปและพัฒนาภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวทางของไทยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น นโยบาย “เมดอินไชน่า 2025” ของจีน ที่มุ่งเน้นการลงทุนหลากหลายภาคส่วน หรือแผน “สมาร์ทเนชั่น” ของสิงคโปร์ ที่ส่งเสริมให้ประเทศเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมเทคโนโลยี โดยการแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ที่พัฒนาด้านนวัตกรรมมาเป็นเวลานานแล้ว น่าจะเป็นเรื่องยากสำหรับไทย
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาการขยายตัวทางเศรษฐกิจแล้ว การขยายตัวของไทยเมื่อเทียบรายปี อยู่ที่ราว 1% หรืออย่างมากที่สุดที่ 3% เท่านั้น ขณะที่เศรษฐกิจจีน ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ขยายตัว 6-7% ต่อปี บทบรรณาธิการของอาเซียนทูเดย์จึงตั้งข้อสงสัยว่า การผลักดันนวัตกรรมและส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพ จะสามารถช่วยกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่







