
ขรก.อ่วมแสนล้าน
วิษณุชง ‘ปปท.’ ตามล่าชดใช้เจ๊งโครงการจำนำข้าว ส่อเอาผิดเหมาเข่ง
วิษณุชง ‘ปปท.’ ตามล่าชดใช้เจ๊งโครงการจำนำข้าว ส่อเอาผิดเหมาเข่ง
“วิษณุ” ชง ป.ป.ท.ยึดทรัพย์ข้าราชการ-เอกชน เอี่ยวจำนำข้าวในส่วนที่เหลือ 80% วงเงิน 1.78 แสนล้าน
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จะรับหน้าที่ไปดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงว่าบุคคลใดต้องร่วมชดใช้ความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.)
ทั้งนี้ คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดที่มีอธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นประธาน ได้สรุปมูลค่าความเสียหายโครงการนี้เป็นเงิน 1.78 แสนล้านบาท โดยแบ่งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องชดใช้ 20% หรือเป็นเงิน 3.57 หมื่นล้านบาทของความเสียหายทั้งหมด ฉะนั้นในส่วนค่าความเสียหายที่เหลืออีก 80% จะต้องนำมาหารตามสัดส่วนเท่าๆ กัน
“ผู้กระทำผิดในฐานะลูกหนี้ต้องร่วมรับผิดชอบในสัดส่วนที่เท่าๆ กัน เช่น ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง หรือแม้แต่บริษัทเอกชน” นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ภายหลังนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ลงนามคำสั่งทางปกครองตามข้อสรุปจากกรมบัญชีกลาง กรมบังคับคดีจะดำเนินการตามมาตรา 44 เข้ายึดทรัพย์ รวมถึงการทำธุรกรรมทางการเงินย้อนหลังด้วย ซึ่งเป็นความเสียหายเฉพาะที่เกิดขึ้นภายหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งหนังสือแจ้งเตือนการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวช่วงฤดูกาลผลิตปี 2555/2556 และปี 2556/2557
นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง ประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด กล่าวว่า ความเสียหายในส่วนที่เหลือ 80% มีมูลค่า 1.42 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลต้องตั้งกรรมการขึ้นมาพิจารณาว่าใครต้องรับผิดชอบบ้าง จากนั้นส่งมาให้กรรมการพิจารณารับผิดทางแพ่งพิจารณาตามขั้นตอน
นายมนัส กล่าวอีกว่า ความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว หน่วยงานต่างๆ ยังมีการดำเนินคดีกรณีย่อยๆ อีก เช่น การสวมสิทธิจำนำ การนำข้าวผิดประเภทมาจำนำ การเวียนเทียนข้าว ข้าวหาย การจำนำข้าวลม การจำนำข้าวไม่ครบแต่จ่ายเงินเต็ม ซึ่งเมื่อดำเนินคดีสิ้นสุดก็จะส่งให้คณะกรรมการพิจารณารับผิดทางแพ่งพิจารณาเรียกค่าเสียหาย
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ข้าราชการที่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายในส่วนที่เหลือ 80% จะอยู่ใน กขช. ตามช่วงปีผลิตที่ ป.ป.ช.ระบุ ซึ่งประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯลฯ
นอกจากนี้ หน่วยงานที่อยู่ใน กขช. เช่น กรมการค้าภายใน ในฐานะฝ่ายเลขานุการ กรมการค้าต่างประเทศ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร องค์การคลังสินค้า องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เป็นต้น รวมทั้งยังมีคณะอนุกรรมการด้านต่างๆ อีก 8 คณะ ได้แก่ 1.คณะอนุกรรมการด้านการผลิต มี รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน 2.คณะอนุกรรมการด้านการตลาด มี รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน 3.คณะอนุกรรมการระดับจังหวัด ที่มีผู้ว่าฯ เป็นประธาน
4.คณะอนุกรรมการดูแลการรับจำนำข้าว มี รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน 5.คณะอนุกรรมการระบายข้าว มี รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน 6.คณะอนุกรรมการตรวจสอบและติดตามการรับจำนำ มี รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน 7.คณะอนุกรรมการจำกัดดูแลและให้ความเป็นธรรมแก่เกษตรกร ณ จุดรับจำนำ มีปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน และ 8.คณะอนุกรรมการสั่งสี และแปรสภาพข้าว มีอธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธาน
ด้าน นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า ป.ป.ท.พร้อมไต่สวนข้อเท็จจริงข้าราชการที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าระดับไหนบ้าง







