
สานฝันธุรกิจ จากความเป็นแม่
ความตั้งใจแน่วแน่ที่จะให้เวลาลูกอย่างเต็มที่ ทำให้ “มณีอร คอร์เดซ” ตัดสินใจทิ้งอาชีพแอร์โฮสเตส
โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง
ความตั้งใจแน่วแน่ที่จะให้เวลาลูกอย่างเต็มที่ ทำให้ “มณีอร คอร์เดซ” ตัดสินใจทิ้งอาชีพแอร์โฮสเตสที่หลายคนใฝ่ฝัน เพื่อเปิดโรงเรียนอนุบาล ภายใต้แนวคิด “ดูแลเด็กจากความเป็นแม่” โดยใช้หลักสูตร Early Years Foundation Stage (EYFS) ของประเทศอังกฤษ ผ่านกระบวนการเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี่ ที่มั่นใจว่าสามารถดึงศักยภาพของเด็กได้เป็นอย่างดี
“เดิมเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินชื่อดัง หลังจากลาคลอดลูกคนที่ 2 และต้องกลับไปทำงานอีกครั้ง จึงคิดขึ้นได้ว่าอยากมีเวลาร่วมกับลูก โดยขณะนั้นมีลูก 2 คน คนโต 3 ขวบ คนเล็ก 1 ขวบ เมื่อกำลังเตรียมตัวจะกลับไปบิน แต่งกายเตรียมพร้อม ลูกจะรู้ทันทีว่าแม่กำลังไปทำงาน จะงอแงและไม่อยากให้ไป ด้วยความเป็นแม่อยากมีเวลาร่วมกับเขา เพื่อดูพัฒนาการ และใช้เวลาร่วมกัน คิดได้ว่าต้องหางานใหม่ที่สามารถมีเวลาให้เขามากกว่านี้” มณีอร คอร์เดซ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนานาชาติเพรพ ย้อนเรื่องราว
ในที่สุดได้ตัดสินใจซื้อกิจการโรงเรียนอนุบาลนานาชาติเพรพจากผู้อำนวยการคนก่อน เพราะมองว่าเป็นโรงเรียนอนุบาลที่มีคุณภาพ เมื่อเข้าไปบริหารจึงตกแต่งห้องเรียนและอาคารใหม่ โดยยังคงใช้หลักสูตรการเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี่เป็นแกนหลักเหมือนเดิม แต่ได้ปรับเปลี่ยนกฎระเบียบให้เข้ากับสังคมไทยมากขึ้น ด้วยการดึงจุดเด่นของวัฒนธรรมไทยในเรื่องมารยาท การเคารพผู้ที่อาวุโสกว่า ควบคู่กับหลักการมอนเตสซอรี่ จึงยังมีการเข้าแถวเคารพธงชาติ และสวัสดีคุณครู เพราะมองว่าเป็นวัฒนธรรมที่น่ารักของคนไทยที่เด็กต้องเรียนรู้
กระบวนการเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี่ จะเน้นให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นหลัก และช่วยเหลือตัวเองได้ ทั้งเรื่องการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ปิดกั้นการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งเน้นพัฒนาทักษะทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านประสาทสัมผัส 2.ด้านภาษา 3.ด้านการฝึกฝนปฏิบัติในชีวิตประจำวัน 4.ด้านคณิตศาสตร์ โดยจะเรียนรู้ผ่านเครื่องมือแบบมอนเตสซอรี่ ซึ่งเด็กจะไม่รู้สึกว่ากำลังเรียน แต่กำลังเล่นที่จะพัฒนาทักษะการเรียนรู้ เน้นการมีสมาธิในการจดจ่อ เพราะด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้เด็กรักในการเรียนรู้ กระตือรือร้นที่จะเรียน ซึ่งทำให้กระบวนการเรียนการ สอนสัมฤทธิผล เมื่อเกิดความต้องการเรียนรู้ด้วยตนเอง
“มองว่าความรู้ควรมาจากความเข้าใจ ดังนั้นเด็กต้องเรียนรู้ในการปฏิบัตินำไปสู่ความจำที่เกิดจากความเข้าใจจริงๆ ทำให้กลายเป็นความจำระยะยาว นำไปปรับใช้กับศาสตร์ต่างๆ ในอนาคตที่เด็กต้องเรียนรู้ต่อไป” มณีอร กล่าว
นอกจากการเรียนการสอนที่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลางแล้วนั้น โรงเรียนยังมีนโยบายสนับสนุนให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในกิจกรรม เพราะมองว่าการเรียนรู้ของเด็กที่ดีต้องร่วมมือกันทั้งที่บ้านและโรงเรียน เด็กมีวินัย กล้าแสดงออก มีความอ่อนน้อมที่โรงเรียนอย่างไร ควรเป็นอย่างนั้นที่บ้านเช่นกัน และโรงเรียนไม่มีนโยบายให้การบ้านกับเด็ก เพราะมองว่าเด็กได้ฝึกฝนที่โรงเรียนอย่าง
เต็มที่แล้ว แต่จะมอบกิจกรรมที่ต้องร่วมกันทำในครอบครัว เช่น ให้ครอบครัวพาเด็กไปเที่ยว และให้เด็กออกมาเล่าเหตุการณ์หน้าชั้นเรียน ฝึกให้เด็กกล้าแสดงออก และสร้างกิจกรรมร่วมกันภายในบ้าน
ปัจจุบันโรงเรียนอนุบาลนานาชาติเพรพมี 2 สาขา แห่งแรกตั้งอยู่ที่ถนนสุทธิสารวินิจฉัย และแห่งที่ 2 ตั้งอยู่ที่ลาดพร้าว 88 มีนักเรียนรวมกันทั้งหมด 90 คน โดยมีนักเรียนช่วงอายุตั้งแต่ 2-5 ขวบ โดยจะจำกัดจำนวนนักเรียนห้องละไม่เกิน 15 คน ดังนั้นจำนวนนักเรียนจึงเต็มทุกปี และต้องมีการจองล่วงหน้า
“เราไม่ได้มองว่าการเปิดโรงเรียนคือการทำธุรกิจ แต่เราทำด้วยใจ ต้องดูแลเด็กเสมือนลูกของตนเอง หรือดูแลดีกว่าด้วยซ้ำ เพราะคุณแม่ของเด็กไว้ใจให้โรงเรียนดูแล ก็ต้องทำให้ดีที่สุด ดังนั้นในห้องเรียนจึงมีจำนวนของเด็กที่คุณครูสามารถดูแลอย่างทั่วถึง” มณีอร ระบุ
สำหรับคุณครูที่ให้ความรู้แก่เด็ก ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ แต่มีครูไทยที่ร่วมดูแลอีก 1 คน ซึ่งจะมีการฝึกอบรมครูในด้านจิตวิทยา การสอน และกระบวน การเรียนรู้มอนเตสซอรี่ตลอดเวลา เมื่อบุคลากรได้ผ่านการอบรมติดตามความรู้ใหม่ๆ เสมอ จะช่วยสร้างความกระตือรือร้นในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็กมากขึ้น ทั้งเป็นการคิดหาวิธีการใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิม กระตุ้นการเรียนรู้ของเด็ก
สำหรับโอกาสของกิจการโรงเรียนอนุบาลนานาชาติในประเทศไทย มองว่าแม้ในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดีนัก แต่ด้วยปัจจุบันผู้หญิงมีลูกลดลง ค่าครองชีพสูงขึ้น จึงเป็นโอกาสให้กับโรงเรียนนานา ชาติที่มีคุณภาพ เพราะเมื่อในครอบครัวเลือกมีลูกน้อยลง ทำให้กำลังในการดูแลลูกของพ่อแม่มีศักยภาพมากขึ้น จะเลือกโรงเรียนที่ดีที่สุดให้กับลูก ส่งผลให้โรงเรียนนานาชาติเป็นที่นิยม
“ผู้ประกอบการธุรกิจรายใหม่ หรือผู้ที่มีความฝันทำกิจการของตนเอง เชื่อว่าถ้ามีความรักในสิ่งที่ทำ และมีความเชื่อในอุดมการณ์อย่างไรก็ประสบความสำเร็จ ที่สำคัญการทำธุรกิจต้องคำนึงถึงสังคม โดยเฉพาะกิจการสถาบันการศึกษา เพราะเป็นธุรกิจเพื่อสังคมในการสร้างเยาวชนที่มีคุณธรรมและคุณภาพออกสู่สังคมต่อไป” มณีอร ทิ้งท้าย







