posttoday
'ซีพี'ชี้โอกาสไทย บูมท่องเที่ยว-ลงทุน

'ซีพี'ชี้โอกาสไทย บูมท่องเที่ยว-ลงทุน

22 กันยายน 2559

เนติธร ประดิษฐ์สาร รองกรรมการผู้จัดการ ด้านการสื่อสารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี ) เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ของจีนในการสร้างความเชื่อมโยง “One Belt One Road” อีไต้อีลู่ หรือเส้นทางสายไหมในศตวรรษที่ 21 มีหลายมิติ เชื่อมโยงทั้งระบบคมนาคมทางบก ทางน้ำและอากาศ ที่ต้องการเชื่อมโยงเอเชียไปจนถึงแอฟริกา ไทยควรใช้โอกาสนำความเชื่อมโยงดังกล่าวผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการค้าอาเซียนอย่างแท้จริง

เนติธร ประดิษฐ์สาร รองกรรมการผู้จัดการ ด้านการสื่อสารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี ) เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ของจีนในการสร้างความเชื่อมโยง “One Belt One Road” อีไต้อีลู่ หรือเส้นทางสายไหมในศตวรรษที่ 21 มีหลายมิติ เชื่อมโยงทั้งระบบคมนาคมทางบก ทางน้ำและอากาศ ที่ต้องการเชื่อมโยงเอเชียไปจนถึงแอฟริกา ไทยควรใช้โอกาสนำความเชื่อมโยงดังกล่าวผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการค้าอาเซียนอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ไทยมีความได้เปรียบทางภูมิประเทศ หากจะเดินทางไปลาวหรือเมียนมาต้องผ่านไทยไปก่อน นอกจากนี้ไทยยังมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่แถวหน้าของอาเซียน มีโครงสร้างพื้นฐานทางด้านสาธารณูปโภคที่ดี ก่อนหน้านี้ไทยกับจับมือร่วมกับระดับอนุภูมิภาคกลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมทางเรือที่จีนต้องใช้เส้นทาง 70% ส่วนทางอากาศสนามบินสุวรรณภูมิเป็นเสมือนศูนย์กลางในระดับอนุภูมิภาคอยู่แล้ว

“จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับต้นๆ ของไทย นักท่องเที่ยวจีนก็มาท่องเที่ยวในไทยราว 8 ล้านคนถือว่าเป็นอันดับหนึ่ง ในอีก 5 ปีข้างหน้าการผนึกความร่วมมือระหว่างไทยกับจีนเชื่อมโยงระบบคมนาคมจะสร้างมูลค่ามหาศาลมากกว่าเงินที่ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในช่วง 8 ปี ราว 2 ล้านล้านบาท ยังไม่รวมถึงการค้าขายในอี-คอมเมิร์ซ หากมีการลงทุนการเชื่อมโยงสายใยแก้วเพิ่มเติมจะยิ่งผลักดันให้เศรษฐกิจเอเชียหรือโลกตะวันออกขยายตัวยิ่งขึ้น”

อย่างไรก็ดี หากเอเชียตะวันออกเชื่อมโยงกันมากขึ้น จะยิ่งเพิ่มบทบาทการค้าและการลงทุนในอีก 10 ปีข้างหน้าให้แข็งแกร่ง และเป็นเสมือนตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโลกให้ขยายตัว ขณะที่การเกิดเส้นทางสายไหมในศตวรรษที่ 21 เอื้อให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยเติบโตได้อีกมาก อีกทั้งช่วยให้เกิดการลงทุนทางการค้าในไทยเพิ่มขึ้น 

เนติธร กล่าวว่า โอกาสไทยมาถึงแล้ว ยุทธศาสตร์ไทยต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้สอดรับกับเส้นทางสายไหมในศตวรรษที่ 21 คือ รัฐบาลต้องมีวิสัยทัศน์ เบื้องต้นในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการวางยุทธศาสตร์สร้างการเติบโตในระยะยาว 20 ปี พร้อมกับหนุนทางด้านลงทุนให้สิทธิพิเศษทางภาษีผู้ที่จะลงทุน ขณะที่สถาบันการเมืองต้องเร่งสร้างทรัพยากรบุคคล นักวิทยาศาสตร์ และมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดี ต้องมีการสื่อสารให้สังคมเข้าใจได้รับข้อมูลที่แท้จริง และประการสุดท้ายภาครัฐผนึกความร่วมมือกับเอกชนในด้านการลงทุน

สำหรับความร่วมมือเส้นทางสายใหม่ในศตวรรษที่ 21 ไทยต้องเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคให้ครบวงจรทั้งทางบก น้ำ อากาศ รวมทั้งระบบราง และการสร้างถนน โดยเฉพาะการลงทุนรถไฟความเร็วสูง การขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 สร้างเศรษฐกิจใหม่ถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ผู้ประกอบการต้องนำเทคโนโลยีมาสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมหลักๆ อาทิ รถยนต์ หรือกระทั่งพลังงานทางเลือกน้ำมันชีวภาพ

ขณะที่การวางโครงสร้างระบบคมนาคมระหว่างไทยกับจีน การเจรจาแบบทวิภาคีเชื่อมโยงคมนาคมทางบก น้ำ อากาศ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสะพานหรือรถไฟ โดยเฉพาะการทางเรือ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในฝั่งทะเลจีนใต้ ขณะนี้ไทยเองก็วางโครงสร้างคมนาคมที่เชื่อมโยงภายในประเทศจนถึงต่างประเทศ อาทิ ภาคตะวันตก เหนือ ใต้ จนถึงการเชื่อมโยงไปยังสิงคโปร์ มาเลเซีย นับตั้งแต่ปี 2561 เส้นทางรถไฟจะเกิดปีละ 1 เส้นทาง

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว