
จนท.ตรวจวัดที่ดินตระกูลดัง ผู้ดูแลแจงพร้อมคืนให้หากเป็นที่ป่าสงวน
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเข้าตรวจวัดที่ดินของนักธุรกิจตระกูลดัง คาดบุกรุกป่าสงวน 60 ไร่ ผู้ดูแลแจงพร้อมคืนให้หากพบบุกรุกจริง
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเข้าตรวจวัดที่ดินของนักธุรกิจตระกูลดัง คาดบุกรุกป่าสงวน 60 ไร่ ผู้ดูแลแจงพร้อมคืนให้หากพบบุกรุกจริง
เมื่อวันที่ 21 ก.ย. นายรัชชัย พรภา หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษฉลามขาว นายธีรัตน์ ธีระวุฒิพันธ์ ผอ.ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งและป่าชายเลน ได้รับคำสั่งจากนายศักดา วิเชียรศิลป์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้ประสานกำลังเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมประชุมกันที่ อบต.ท่าโสม เพื่อชี้แจงและจัดทำแผนในการเข้าตรวจสอบท่าเทียบเรือและบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าท่าโสม ต.ท่าโสม อ.เขาสมิง จ.ตราด
หลังจากได้มีการประชุมแล้วในเวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ได้เดินทางทางไปยังที่ดินเป้าหมาย ซึ่งเป็นของนักธุรกิจตระกูลดัง โดยมีนายอนันต์ สว่างไสว เป็นผู้ดูแลที่ดิน
นายอนันต์ได้นำคณะเจ้าหน้าที่เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่ 1 ประกอบด้วย ท่าจอดเรือสำราญ สนามจอดเฮลิคอปเตอร์ บ้านพัก และพื้นที่ที่ 2 บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยในการตรวจสอบครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้นำอุปกรณ์วัดพิกัดจีพีเอส และเจ้าหน้าที่รังวัดเข้าดำเนินการตรวจสอบ ตามโฉนดที่ทางสำนักงานที่ดินอำเภอเขาสมิงได้ออกไว้ให้จำนวน 6 แปลง โดยการรังวัดตามหลักโฉนด ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่พบว่ามีการออกโฉนดที่ดินทับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกว่า 60 ไร่
นายชัชชัย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้เดินทางเข้ามาตรวจสอบรังวัดแนวเขตที่ดินมาแล้ว 1 ครั้งเมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2559 การมาในวันนี้เพื่อตรวจสอบแนวเขตที่ดินอีกครั้งว่าอยู่บริเวณใดเนื่องจากพื้นที่นี้อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเกือบทั้งหมด ซึ่งตัวเลขทั้งหมดยังไม่สามารถระบุได้ แต่จากการประเมินมีกว่า 60 ไร่ ส่วนบริเวณท่าเรือยังต้องหารือกับเจ้าท่าว่าพื้นที่ตั้งติดกับป่าสงวนแห่งชาติมากน้อยเพียงใด หลังจากนั้นจะได้ทำการวัดแนวระวางและนำไปทาบกับพิกัดในเขตของป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งจะทราบว่ามีจำนวนการบุกรุกกี่ไร่ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ
ด้านนายอนันต์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ขอมาทำการตรวจสอบและรังวัดแนวเขตอย่างละเอียดเป็นครั้งที่2 ซึ่งพื้นที่มีบางส่วนที่เลยโฉนดออกไป โดยในขณะนี้ยังไม่ทราบว่ามีพื้นที่อยู่ในโฉนดที่ถูกต้องจำนวนเท่าไร และส่วนที่บุกรุกเข้าไปในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจำนวนเท่าใด แต่จะหารือกับเจ้าหน้าที่หลังจากที่ดำเนินการเสร็จแล้ว
อย่างไรก็ตามหากพื้นที่ที่เกินจากโฉนดที่ดินเข้าไปในส่วนของป่าสงวนแห่งชาติ ก็พร้อมจะคืนให้กับทางราชการ







