posttoday
ซ้ำแล้วซ้ำอีก

ซ้ำแล้วซ้ำอีก

15 กันยายน 2559

หลังจากที่เกิดวิกฤตการณ์ภาคการเงินขึ้นในสหรัฐเมื่อปี 2008 จนนำไปสู่วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจขึ้นทั่วโลก ภาพลักษณ์ของธนาคารและสถาบันการเงินโดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ใหญ่ในสหรัฐ ก็ถูกมองในเชิงลบมากขึ้น เพราะการมุ่งแสวงหากำไรอย่างไร้ขอบเขต จนละเลยหลักการควบคุมความเสี่ยงและหลักปฏิบัติที่ดี ได้นำไปสู่โดมิโนหายนะ และต้องใช้เวลาเกือบทศวรรษจนถึงปัจจุบันในการเยียวยาฟื้นฟู

หลังจากที่เกิดวิกฤตการณ์ภาคการเงินขึ้นในสหรัฐเมื่อปี 2008 จนนำไปสู่วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจขึ้นทั่วโลก ภาพลักษณ์ของธนาคารและสถาบันการเงินโดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ใหญ่ในสหรัฐ ก็ถูกมองในเชิงลบมากขึ้น เพราะการมุ่งแสวงหากำไรอย่างไร้ขอบเขต จนละเลยหลักการควบคุมความเสี่ยงและหลักปฏิบัติที่ดี ได้นำไปสู่โดมิโนหายนะ และต้องใช้เวลาเกือบทศวรรษจนถึงปัจจุบันในการเยียวยาฟื้นฟู

วิกฤตครั้งที่ผ่านมาจึงเป็นโอกาสในคราวเดียวกันให้มีการยกเครื่องการกำกับดูแลภาคการเงินครั้งใหญ่ในสหรัฐ เพื่อล้อมคอกไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก

อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้กลับเกิดปัญหาความฉ้อฉลในภาคการเงินขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีรายงานว่าธนาคาร เวลส์ ฟาร์โก ซึ่งขึ้นเป็นท็อป 3 แบงก์ใหญ่ที่สุดในสหรัฐในปีนี้ ถูกตัดสินว่ามีความผิดกรณีแอบใช้ข้อมูลและเงินในบัญชีของลูกค้า ไปเปิดบัญชีและสมัครผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ เพิ่มโดยที่ลูกค้าไม่ได้ล่วงรู้และไม่ได้อนุญาต ซึ่งทำมาตั้งแต่ปี 2011 รวมแล้วเป็นเงินราว 2 ล้านเหรียญสหรัฐ (เกือบ 70 ล้านบาท)

ที่น่าสนใจก็คือ เคสนี้ไม่ได้ทำเป็นเพียงกลุ่มบุคคลเพียงไม่กี่คน แต่อาจเรียกได้ว่าแทบจะทำกันเป็น “ประเพณีปฏิบัติ” ก็ว่าได้ เพราะมีผู้เกี่ยวข้องถึง “หลายพันคน” โดยธนาคารได้ลงโทษไล่ออกพนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปแล้วถึงราว 5,300 คน 

ความผิดที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องหลายปีเช่นนี้ มีตั้งแต่การใช้ข้อมูลและเงินของลูกค้าเดิมแอบเปิดบัญชีใหม่ 1.5 ล้านบัญชี ซึ่งทำให้ลูกค้าหลายรายถูกคิดค่าปรับเนื่องจากเหลือวงเงินในบัญชีเดิมไม่มากพอ นอกจากนี้ยังมีการแอบเปิดบัตรเครดิตถึง 565,443 ใบโดยที่ลูกค้าไม่ได้รู้เห็นหรือยินยอม ซึ่งในจำนวนนี้ บัตร 1.4 หมื่นใบ สร้างรายได้ให้ถึง 4 แสนเหรียญสหรัฐ (เกือบ 14 ล้านบาท) จากค่าธรรมเนียมรายปี ค่าดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมการรักษาบัญชี   

เวลส์ ฟาร์โก ยอมจ่าย 185 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6,450 ล้านบาท) เพื่อยอมความเรื่องนี้กับสำนักงานคุ้มครองทางการเงินของผู้บริโภค (ซีเอฟพีบี) สำนักงานกำกับดูแลเงินตรา (โอซีซี) และสำนักอัยการลอสแอนเจลิส

ก่อนหน้านี้ เวลส์ ฟาร์โก ก็เผชิญข้อกล่าวหาอีกหลายเคส อาทิ การคิดค่าธรรมเนียมอย่างไม่เป็นธรรมกับลูกค้าสินเชื่อเพื่อการศึกษา ซึ่งแบงก์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาและยอมจ่ายเงิน 4 ล้านเหรียญสหรัฐ
เพื่อยอมความ หรือการถูกกล่าวหาว่าปล่อยสินเชื่ออย่างขูดรีดและเลือกปฏิบัติ โดยมุ่งเป้าที่กลุ่มคนดำ ซึ่งข้อกล่าวหานี้ยังมีการต่อสู้กันอยู่

ที่จริงแล้ว แบงก์ใหญ่หลายแห่งในสหรัฐก็ยังคงเผชิญข้อกล่าวหาในทำนองนี้มาอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน อาทิ การปล่อยสินเชื่อบ้านคุณภาพต่ำโดยแอบอ้างว่ามีสำนักงานที่อยู่อาศัยของรัฐบาลกลาง (เอฟเอชเอ) เป็นผู้ค้ำให้อีกทอดหนึ่ง เคสนี้ยอมจ่ายค่าปรับไป 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีธนาคารอีกหลายแห่งถูกกล่าวหาในทำนองเดียวกัน เช่น ซิตี้กรุ๊ป แบงก์ ออฟ อเมริกา และเจพีมอร์แกน เชส

อีริค ชิฟเฟอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการภาวะวิกฤตจากเรพิวเทช่ัน แมเนจเมนต์ คอนซัลแทนต์ ได้ให้มุมมองกับบิซิเนส อินไซเดอร์ว่า การสร้างบรรยากาศภายในองค์กรว่าผลกำไรสำคัญที่สุดโดยไม่สนวิธีการนั้น อาจเป็นเหตุผลได้ว่าทำไมเรื่องเช่นนี้จึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก