posttoday
ตรวจตึกก่อนพัง

ตรวจตึกก่อนพัง

15 กันยายน 2559

หน่วยงานรัฐซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยของอาคารงานโยธาทั้งหลาย คงต้องเร่งมือเข้าตรวจสอบอาคารสถานที่ก่อสร้างทั้ง 9 ประเภทอย่างรีบด่วน หลังองค์กรวิชาชีพอย่างวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ วสท. ออกมาเตือนว่ามีอาคารเก่าในกรุงเทพฯ อยู่ในภาวะเสี่ยงถึง 2 หมื่นแห่ง ในจำนวนนี้มีถึง 4,000 แห่ง ที่ส่อจะถล่ม นอกจากนี้ยังมีสะพานอีกกว่า 1.2 หมื่นสะพาน ที่อยู่ในภาวะเสี่ยงเช่นกัน

หน่วยงานรัฐซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยของอาคารงานโยธาทั้งหลาย คงต้องเร่งมือเข้าตรวจสอบอาคารสถานที่ก่อสร้างทั้ง 9 ประเภทอย่างรีบด่วน หลังองค์กรวิชาชีพอย่างวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ วสท. ออกมาเตือนว่ามีอาคารเก่าในกรุงเทพฯ อยู่ในภาวะเสี่ยงถึง 2 หมื่นแห่ง ในจำนวนนี้มีถึง 4,000 แห่ง ที่ส่อจะถล่ม นอกจากนี้ยังมีสะพานอีกกว่า 1.2 หมื่นสะพาน ที่อยู่ในภาวะเสี่ยงเช่นกัน

ตามที่ทราบกันหลังจากกันสาดและระเบียงของอาคารพาณิชย์ ตลาดประชานิเวศน์ 1 ถนนรังสฤษดิ์เหนือ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ที่ปลูกสร้างมานาน 34 ปี จำนวน 12 คูหา พังถล่มลงมาทับรถยนต์หลายคัน เมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา

การตรวจสอบเบื้องต้นพบอาคารมีปัญหา เนื่องจากการดูแลรักษาและการออกแบบกันสาดมีลักษณะอุ้มน้ำ เมื่อฝนตกทำให้กันสาดรับน้ำหนักมาก และน้ำซึมเข้าไปในตัวคอนกรีตที่เสื่อมสภาพ ทำให้เหล็กเกิดสนิมรับน้ำหนักไม่ไหวสุดท้ายเลยพังลงมา รวมทั้งที่ชั้น 3 บริเวณห้องโถงไม่มีเสาคานรับน้ำหนัก ตามการออกแบบอาคารสมัยก่อนไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

ผลดังกล่าวทำให้เกิดการตื่นตัวขึ้นมาตรวจสอบอาคารเก่า ซึ่งตามกฎกระทรวงอาคาร 9 ประเภท คือ 1.อาคารสูง 2.อาคารขนาดใหญ่พิเศษ 3.อาคารชุมนุมคน 4.โรงมหรสพ 5.โรงแรม 6.อาคารชุด อาคารอยู่อาศัยรวม 7.อาคารโรงงาน 8.สถานบริการ และ 9.ป้ายต่างๆ โดยเฉพาะป้ายขนาดใหญ่ ต้องโดนตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ แต่ที่ผ่านมาถูกปล่อยปละละเลยการตรวจสอบประจำปี หรือการต้องตรวจสอบทุก 5 ปี ทำให้อาคารสถานที่ต่างๆ มีความเสี่ยงต่อผู้อยู่อาศัยและผู้เกี่ยวข้องรัศมีโดยรอบ

นอกจากนี้ ยังมีสะพานทั่วประเทศอีก 1.2 หมื่นแห่ง รวมเป็นความยาวกว่า 4,900 กิโลเมตร ที่มีอายุกว่า 50 ปี ขาดการตรวจสอบซ่อมบำรุงรักษาตามกำหนดเวลา ทำให้สภาพการใช้งานเสื่อมโทรมกว่าปกติ นอกจากนี้ยังโดนน้ำหนักบรรทุกจากการใช้งานของรถบรรทุก ที่ส่วนใหญ่จะบรรทุกเกินที่กฎหมายกำหนด ทำให้สะพานต่างๆ มีความเสี่ยงมากขึ้น

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงอยากให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ควรเร่งลงไปดำเนินการตรวจสอบแก้ไข โดยเฉพาะอาคาร หรือป้ายโฆษณาใหญ่ๆ ที่มีอยู่กว่า 4,000 แห่งในกรุงเทพฯ ซึ่ง วสท.ระบุว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการถล่ม กรณีนี้ควรถือเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยอาจจะตรวจสอบเบื้องต้นว่าโครงสร้างอยู่ในสภาพอันตรายแค่ไหน หากอาคารเก่าหรือป้ายเก่าไหนอยู่ในขั้นความเสี่ยงที่จะพังลงมาสูง ก็คงต้องห้ามไม่ให้มีการใช้งานอาคารดังกล่าวอย่างเร่งด่วน แต่ก็ต้องมีการเปิดให้อุทธรณ์เพื่อไม่ให้เกิดการกลั่นแกล้ง

จากนั้นควรขยายผลการตรวจสอบไปยังอาคารอื่นที่ไม่ได้รับการตรวจสอบประจำปี หรือทุก 5 ปี ทั้งหมด 2 หมื่นอาคารในกรุงเทพฯ พร้อมทั้งต้องขยายไปเมืองใหญ่ เพราะที่ผ่านมาจากการที่เมืองขยายตัวออกไปในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ ทำให้มีการสร้างอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่กระจายออกไปเป็นจำนวนมาก

งานนี้ไม่ควรรอให้ต้องเกิดโศกนาฏกรรมก่อนแล้วถึงล้อมคอก ควรลงมาปฏิบัติทันที เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว