
อิเล็กทรอนิกส์แบงกิงเงินหายง่ายด้วยปลายนิ้ว
...ทีมข่าวการเงิน
“
ธนาคารที่บ้าน” เป็นสโลแกนของการใช้บริการธนาคารทางอิเล็ก ทรอนิกส์ ที่ธนาคารพาณิชย์ต่างพยายามจูงใจให้ลูกค้าไปใช้บริการ โดยไม่ต้องมาต่อคิวที่เคาน์เตอร์ในสาขาให้เสียเวลาแต่ความสะดวกสบายที่ได้รับก็มากับความเสี่ยงที่มากขึ้น และสิ่งที่ลูกค้าที่ใช้บริการธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์ก็เกิดขึ้นเมื่อเงินสดกว่า 7 แสนบาท ของ พ.อ.หญิง ขัตติยาพร คำอาจ อาจารย์ส่วนการศึกษา โรงเรียนนายร้อย จปร. เขาชะโงก จ.นครนายก เข้าแจ้งความตำรวจที่ สภ.เมืองนครนายก หลังจากได้ทำธุรกรรมการเงินผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (บัวหลวงไอแบงก์กิ้ง) ธนาคารกรุงเทพ เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา
แต่ไม่นานก็พบว่าเงินสูญหายไปเกลี้ยงบัญชี เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเงินถูกโอนไปยังบัญชีระบุชื่อ
“น.ส.สมเกียรติตาสา” ธนาคารกรุงเทพ สาขาพระตำหนัก จ.ชลบุรี จากนั้นวันที่ 2 ส.ค. มีคนกดเงินสดทั้งหมดไปทางตู้เอทีเอ็ม จึงสงสัยว่าอาจจะถูก “แก๊งแฮกเกอร์” แอบเจาะข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ จึงเข้าแจ้งความทันทีเจ้าหน้าที่ไอทีของธนาคารกรุงเทพเปิดเผยว่า ฝ่ายกรณีของ พ.อ.หญิง ขัตติยาพร นั้น ไม่ได้ถูกแฮกเกอร์เจาะข้อมูลไป แต่นี่คือการถูกพิชชิง คือกลุ่มโจรต่างชาติจะปล่อยไวรัสโทรจันมา ซึ่งทางเจ้าของเครื่องคอมพิวเตอร์อาจจะไปติดไวรัสมาจากการดาวน์โหลดข้อมูล หรือเปิดเว็บไซต์ที่มีไวรัส หรือใช้ทัมบ์ไดรฟ์ที่มีไวรัสมาใช้กับเครื่อง เมื่อเครื่องติดไวรัสก็จะฝังตัวโดยที่เจ้าของเครื่องไม่รู้ เมื่อเข้าไปใช้บริการไอแบงก์กิ้งของธนาคาร ไวรัสนี้จะส่งข้อมูลไปยังโจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ปล่อยไวรัสเข้ามาว่ามีการเข้าไปใช้บริการการเงิน โจรก็จะเห็นหน้าเว็บเหมือนที่เจ้าของบัญชีเห็น แต่หน้าเว็บที่เจ้าของเห็นจะเป็นหน้าเว็บปลอม ในขณะที่โจรอยู่บนหน้าเว็บจริง ซึ่งได้ทั้งยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ด เมื่อลูกค้าล็อกอินเข้าไปในระบบแล้ว
และเมื่อเข้าไปในระบบแล้วโจรก็จะทำการเพิ่มบัญชีผู้ติดต่อกับบัญชีของลูกค้าทันที โดยธนาคารจะส่งคำยืนยันการเพิ่มบัญชีทางเอสเอ็มเอสในโทรศัพท์มือถือ (One Time Password หรือ OTP) และเมื่อลูกค้าอยู่บนหน้าเว็บปลอม เมื่อเข้าเว็บไม่ได้ก็เอาหมายเลขยืนยันการเพิ่มบัญชีใส่เข้าไปในช่องพาสเวิร์ด ซึ่งนั่นเป็นการยืนยันการเพิ่มจำนวนบัญชีที่ติดต่อกับลูกค้า
หลังจากได้ข้อมูลลูกค้าทั้งหมดแล้ว โจรไฮเทคก็จะนำเอายูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดลูกค้าโอนเงินไปใส่ในบัญชีที่เพิ่มเข้าไป และไปกดเอทีเอ็มเอาเงินออกไปอย่างรวดเร็วโดยที่เจ้าของบัญชีไม่รู้
กรณีเช่นนี้ หากเกิดขึ้นกับใครก็คงไม่มีใครเข้าใจ เพราะอยู่ๆ เงินจะถูกโอนออกจากบัญชีของตัวเองไปบัญชีคนอื่น โดยที่ตัวเองไม่ได้ทำรายการได้อย่างไร
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ปกติธนาคารจะมีการแจ้งเตือนลูกค้าให้ระวังเว็บไซต์ปลอม เพราะคนร้ายอาจจะส่งลิงก์ปลอมมาให้ทางอีเมล หรือโพสต์ลิงก์ปลอมไว้ในเว็บบอร์ด ลูกค้าไม่ควรเข้าสู่ระบบของธนาคารด้วยการคลิกลิงก์ใดๆ แต่ให้พิมพ์ชื่อเว็บไซต์ธนาคารเองหรือใช้ชอร์ตคัตที่ลูกค้าได้สร้างไว้เองเท่านั้น
ไม่ควรใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคนอื่น โดยเฉพาะที่อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ในการเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตแบงกิง เพราะคนร้ายอาจมีการลงโปรแกรมหรืออุปกรณ์ที่คีย์บอร์ดเพื่อขโมยข้อมูลรหัสผู้ใช้และรหัสผ่านของลูกค้าได้
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า กรณีเกิดการโจรกรรมข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตแบงกิงของลูกค้าธนาคารนั้น ขณะนี้ธนาคารได้มีการพูดคุยกับทางการแล้ว และมีการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ธนาคารไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการพูดคุยกับลูกค้า รวมทั้งมีการป้องกันความเสี่ยงและระมัดระวังอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ใช้บริการมีความรู้เพิ่มในการใช้บริการทางอินเทอร์เน็ตแบงกิงด้วย
“
ส่วนความเสียหายและการชดใช้ค่าเสียหายนั้น ก็ต้องดูเป็นรายกรณีไป” นายชาติศิริ กล่าวอย่างไรก็ดี กรณีของ พ.อ.หญิง ขัตติยาพร นั้น ทางธนาคารได้ชดใช้เงินคืนให้แม้ธนาคารจะปฏิเสธความรับผิดชอบก็ได้ แต่เห็นใจลูกค้าจึงพิจารณาช่วยเป็นกรณีพิเศษ
นายฉิม ตันติยาสวัสดิกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายระบบข้อสนเทศ ฝ่ายระบบการชำระเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากการหารือร่วมกันภายในฝ่ายระบบการชำระเงิน ธปท. เพื่อหาแนวทางป้องกันการลักลอบขโมยพาสเวิร์ด (รหัสเข้า) และชื่อบัญชีลูกค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ตแบงกิงเพื่อโอนเงินลูกค้าออกไป เห็นว่าการนำระบบการเปลี่ยนแปลงพาสเวิร์ดไม่ตายตัวหรือใช้แล้วทิ้ง หรือมีพาสเวิร์ดในระบบกุญแจล็อกอีกชั้นหนึ่ง ที่เป็นวิธีการที่ธนาคารใช้กับลูกค้าบริษัทหรือลูกค้ารายใหญ่ ในปัจจุบันมาใช้กับลูกค้ารายย่อย น่าจะช่วยสร้างความปลอดภัยของระบบอินเทอร์เน็ตแบงกิงมากขึ้น
"เราจะหารือกับแบงก์ เพื่อขอให้ปรับระบบการให้บริการอินเตอร์เน็ต แบงก์กิ้ง โดยเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนมากขึ้น เพื่อสร้างความปลอดภัยในข้อมูลการเงิน และการทำธุรกรรมการเงินของตัวเอง เช่น เปลี่ยนพาสเวิร์ดทุกครั้งที่ใช้บริการ หากลูกค้าเข้าไปทำรายการผ่านอินเตอร์เน็ต เมื่อพิมพ์ชื่อบัญชีของตัวเองลงไปในระบบไอแบงก์กิ้งตอนทำธุรกรรม แบงก์จะส่งพาสเวิร์ดมาให้ทางเอสเอ็มเอสในโทรศัพท์มือถือของลูกค้า เมื่อใช้เสร็จแล้วพาสเวิร์ดดังกล่าวจะใช้อีกไม่ได้ ซึ่งจะเป็นการป้องกันได้ทางหนึ่ง"นายฉิมกล่าวต่อว่า หากไม่ใช่ลูกค้าตัวจริงที่ได้ข้อมูลชื่อบัญชีหรือพาสเวิร์ดไป แต่ไม่มีโทรศัพท์หมายเลขลูกค้า ก็จะไม่สามารถรับพาสเวิร์ดได้ ขณะเดียวกันพาสเวิร์ดนั้นก็ไม่สามารถใช้ซ้ำได้อีก หรืออีกวิธีหนึ่งคือ ธนาคารพาณิชย์ให้พาสเวิร์ดกับลูกค้า โดยเก็บไว้ในหน่วยจัดเก็บข้อมูลภายนอก (ทัมบ์ไดรฟ์) ซึ่งทัมบ์ไดรฟ์ดังกล่าวจะเปรียบเสมือนเป็นกุญแจเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตแบงกิงได้ ถ้าคนอื่นไม่มีทัมบ์ไดรฟ์ก็จะเข้ารายการบัญชีไม่ได้
อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการเพิ่มระบบการป้องกันข้อมูลดังกล่าว อาจทำให้ลูกค้าต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม เช่น ค่าบริการเอสเอ็มเอส หรืออาจคิดแบบเหมาเป็นรายเดือน และกรณีใช้กุญแจล็อกก็อาจจะเสียค่าธัมป์ไดร์ฟ แต่ธปท.คาดว่า จะเป็นค่าใช้จ่ายไม่มากนักเมื่อเทียบกับความปลอดภัย และส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายธนาคารต้องเป็นผู้รับผิดชอบร่วมด้วย ไม่ผลักภาระให้ลูกค้าทั้งหมดจบ
การปกป้องเครื่องคอมพิวเตอร์
&<2288;
แม้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะช่วยให้เราทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น แต่มิจฉาชีพก็ยังพยายามหาช่องโหว่เพื่อฉกฉวยเอาทรัพย์สินเงินทองของสุจริตชนอยู่เนืองๆ เพื่อเป็นแนวทางแก่สาธารณชนในการป้องกันตนเองจากโจรไฮเทคเหล่านั้น ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับบริการอื่นๆ ของธนาคารกรุงเทพ สามารถค้นคว้าได้ที่ www.bangkokbank.com
&<2288;
ท่านที่มีคอมพิวเตอร์อยู่ที่บ้านหรือใช้คอมพิวเตอร์ในที่ทำงาน ก็คงเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องรู้จักความเสี่ยงอันเนื่องมาจากไวรัสและบรรดา Spyware ทั้งหลาย นอกจากนี้ท่านก็คงต้องรู้วิธีการพื้นฐานในการป้องกันและรักษาความปลอดภัยให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน
&<2288;
ยิ่งปัจจุบันนี้คนเริ่มหันมาใช้บริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ต และเก็บข้อมูลทางการเงินไว้ในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมากขึ้นเท่าไร คนร้ายก็ยิ่งพยายามหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อฉกฉวยประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้มากขึ้นเป็นเงาตามตัว โจรไฮเทคในปัจจุบันสามารถใช้ Malware เจาะเข้าไปในคอมพิวเตอร์ของท่านเพื่อล้วงข้อมูลบัญชีธนาคารของท่านได้ และหากสามารถรวบรวมข้อมูลส่วนตัวของท่านได้มากพอ โจรพวกนี้ก็อาจสวมรอยเป็นท่านเพื่อทำธุรกรรมทางเงินออนไลน์ต่างๆ ได้อย่างสบาย
&<2288;
Malware หมายถึง ซอฟท์แวร์บ่อนทำลาย ที่จะพยายามแทรกซึมเข้าไปในคอมพิวเตอร์ของท่านเพื่อทำลายระบบต่างๆ หากแค่เบาะๆ ก็ อาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานช้าลง หรือทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง นอกจากนี้ยังมีประเภทที่ส่งโฆษณาหรือสแปมเมลต่างๆ มายังอีเมลของท่าน รวมทั้งยังอาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านเกิดอาการ
‘แฮงก์’ ได้โดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ&<2288;
ที่ร้ายที่สุดก็คือ โปรแกรมเหล่านี้สามารถแกะรอยการกดแป้นพิมพ์ และติดตามกิจกรรมออนไลน์ของท่านได้ นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึงไฟล์ต่างๆ และดึงเอาข้อมูลส่วนตัวของท่านออกมาใช้ได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น โปรแกรมเหล่านี้ยังสามารถยึดครองเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านเพื่อให้คนที่ส่งมันมาใช้งานเครื่องของท่านจากที่ไหนก็ไม่รู้ในโลกนี้ และท่านจะไม่สามารถควบคุมการทำงานของเครื่องได้อีกต่อไป
&<2288;
Malware สามารถเล็ดลอดเข้าไปในคอมพิวเตอร์ของท่านได้ เมื่อท่านคลิกเปิดไฟล์ที่มีไวรัส หรือ Spyware ซึ่งแนบมากับอีเมล หรือมาในรูปของ Popup หรือโปรแกรมที่ดาวน์โหลดมาจากเว็บไซต์ซึ่งมีไวรัสแฝงตัวอยู่ บางครั้งผู้ใช้เองเป็นผู้กดคลิกเพื่อดาวน์โหลดโปรแกรมเหล่านี้โดยไม่ได้อ่านข้อความให้ละเอียดถี่ถ้วนเสียก่อน
&<2288;
เว็บไซต์บางแห่งอาจสร้างขึ้นมาเพื่อการเผยแพร่ Malware โดยเฉพาะ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอาจคลิกเข้าไปเพราะเว็บไซต์ก็ดูไม่มีอันตรายอะไร แต่ที่จริงแล้วกลับมีโปรแกรม Malware ตัวร้ายซ่อนอยู่ เมื่อเราคลิกเข้าไป Malware นั้นก็จะกระโดดเข้ามาอยู่ในคอมพิวเตอร์ของเราโดยที่เราไม่รู้ตัว
&<2288;
โปรแกรมที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้ ต่างมีวัตถุประสงค์เดียวกัน นั่นก็คือ พยายามล้วงเอาข้อมูลเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ ยกตัวอย่างเช่น โปรแกรมบางตัวสามารถแกะรอยการกดแป้นพิมพ์ของท่านได้ ทำให้ทราบชื่อและรหัสประจำตัวที่ท่านใช้ล็อกอินเพื่อเข้าไปทำธุรกรรมทางการเงินผ่านอินเทอร์เน็ต หรือรายละเอียดบนบัตรเครดิตของท่าน เมื่อท่านสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ บางโปรแกรมสามารถเข้าไปดูรายละเอียดในไฟล์ที่ท่านบันทึกเก็บไว้บนฮาร์ดดิสก์ และดึงเอาข้อมูลสำคัญๆ อาทิ ข้อมูลทางภาษี หรือรายละเอียดการทำธุรกรรมบนบัตรเครดิต ออกมาได้







