
"บิ๊กตู่"นำแถลงผลงาน2ปีเดินหน้าแผนปฏิรูปประเทศ
พล.อ.ประยุทธ์ นำ 6 รองนายกฯ แถลงผลงานรัฐบาลครบรอบ 2 ปี เดินหน้าแผนปฏิรูปประเทศ เตรียมเข้าสู่โรดแมประยะ3 ลั่นกำจัดพวกไม่เคารพกฎหมายให้หมดสิ้นจากแผ่นดิน
พล.อ.ประยุทธ์ นำ 6 รองนายกฯ แถลงผลงานรัฐบาลครบรอบ 2 ปี เดินหน้าแผนปฏิรูปประเทศ เตรียมเข้าสู่โรดแมประยะ3 ลั่นกำจัดพวกไม่เคารพกฎหมายให้หมดสิ้นจากแผ่นดิน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้นำทีมรองนายกรัฐมนตรี ทั้ง 6 คน แถลงผลงานรัฐบาล ในโอกาสครบรอบ 2 ปี ใน 6 ด้าน และยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงผลงานด้านความมั่นคง, พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลงานด้านการท่องเที่ยวและกีฬา, พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลงานด้านสังคม, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลงานด้านการศึกษา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลงานด้านกฎหมาย และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลงานด้านเศรษฐกิจ จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวสรุป เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนซักถาม
ทั้งนี้ ก่อนการแถลงผลงานได้มีการฉายวีดีทัศน์ผลงานของรัฐบาลเป็นเวลาประมาณ 15 นาที
ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวแถลงผลงานรัฐบาลในภาพรวม ว่า ได้เห็นรอยยิ้มคืนสู่ใบหน้าคนไทยหลังจากมีปัญหาหลายปี วันนี้ต้องการให้ทุกฝ่ายหากันให้เจอ ไม่เช่นนั้นก็จะไม่เข้าใจกัน ที่ผ่านมา การพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างเชื่องช้า ทั้งความเหลื่อมล้ำ เศรษฐกิจ สังคม ซึ่งมาจากประเทศไม่มียุทธศาสตร์ ทำให้ประชาชนประสบปัญหา นำไปสู่ปัญหาทางการเมือง การทุจริตคอร์รัปชั่น ดังนั้นประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูปประเทศ เป็นแนวทางของรัฐบาล ต้องมุ่งมั่น ยึดโยงประชาชน และผลประโยชน์ประเทศ โดยมีทั้งมาตรการระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
นายกฯ กล่าวว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาล คสช. บริหารประเทศท่ามกลางความยากลำบาก ทั้งปัจจัยภายในและภายนอก แต่ผลงานก็ยังมีผลสัมฤทธิ์ปรากฏออกมา เราคิดเองทำเองอย่างเดียวไม่พอเราต้องฟังเสียงข้างนอกฟังเสียงต่างประเทศด้วย ความเสี่ยงด้านความไม่มั่นคงทางการเมืองดีขึ้น โปร่งใสดีขึ้น ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ลดลง คดียาเสพติดลดลง ได้รับการประเมินด้านความโปร่งใสดีขึ้นกว่า 30 อันดับ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์กรสหประชาชาติจัดอันดับความน่าลงทุนดีขึ้น ผลการจัดอันดับพบว่าประเทศไทยมีความทุกข์ยากน้อยที่สุด สื่อต่างประเทศระบุว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยว น่าลงทุนเป็นอันดับ 4 ของโลก
ส่วนในด้านกฎหมาย และการดำเนินการของทางต่างประเทศนั้น มีการออกฎหมายด้านงาช้าง ทำให้ไทยรอดจากการถูกการคว่ำบาตรของไซเตส ปัญหาการค้ามนุษย์ดีขึ้น รัฐบาลพยายามบริหารประเทศ แก้ไขกฎหมายในทุกมิติ โดยรับเรื่องจากสภาปฏิรูปฯ มา 42 เรื่อง ดำเนินการแล้ว 37 เรื่อง รัฐบาลพยายามแก้ไขกฎหมายต่างๆที่ล้าสมัย มีกฎหมายใหม่ๆออกมา ซึ่งประชาชนต้องสนใจศึกษาด้วย โดยกฎหมายเหล่านี้ที่ออกมาก็เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกนได้อย่างมีความสุข ไม่ให้กฎหมายเป็นอุปสรรคต่อการอำนวยความยุติธรรม
ในด้านสังคม มีการปฏิรูปตำรวจ ทหาร จัดระเบียบรถตู้โดยสาร ปราบปรามผู้มีอิทธิพล ขณะที่ด้านเศรษฐกิจนั้น ได้สนับสนุนการเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วทุกภูมิภาค ผลักดันประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิตอล
นายกฯ กล่าวว่า การจัดทำแผนงานของรัฐบาลไทยมีทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ในระยะ 2 ปีอยู่ในแผนระยะสั้นนับจากนี้จะเข้าสู่ในระยะต่อไป แต่ไทยอยู่ในระยะเปลี่ยนผ่าน ประเทศไทยจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาวะโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เตรียมพร้อมรับมือจากภัยก่อการร้ายอาชญากรรมข้ามชาติ โรคระบาด ต้องเตรียมแผนรองรับให้ได้ ต้องรักษาโมเมนตัมของประเทศใน 6 มิติตามโมเดลไทยแลนด์ 4.0 เราต้องร่วมมือกันทั้งองคาพยพ รัฐบาลพยายามทำให้ประชาชนคนไทยมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน ระยะแรกที่ผ่านไปต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือ และทำให้รัฐธรรมนูญผ่านประชามติไปได้ สิ่งที่รัฐบาลนี้ทำ คือ การวางแผนแม่บท วางเข็มทิศไว้ให้กับรัฐบาลต่อไปในอนาคต
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกำชับให้ข้าราชการ กระทรวงต่างๆต้องปรับตัว โดยเฉพาะเรื่องการใช้งบประมาณที่ต้องไม่แยกขาดออกจากกัน การดำเนินโครงการต่างๆต้องสอดคล้องกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการใช้งบประมาณแบบเบี้ยหัวแตก ข้าราชการจำเป็นต้องปรับตัวในการทำงานเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน มีไว้อำนาจพิเศษเพียงเพื่อทำให้เกิดความเรียบร้อย เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นรัฐบาลก็ผ่อนคลายการใช้อำนาจพิเศษลง
‘ส่วนอำนาจพิเศษใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการบริหารราชการแผ่นดินเท่านั้น รวมไปถึงต้องขจัดการเมืองที่ไม่สุจริต ไม่เคารพกฎหมายให้สิ้นจากแผ่นดินไทย จึงขออย่าไปขยายข้อความที่บิดเบือนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยระยะเวลาอีก 1 ปีกว่า จะเข้าสู่โรดแมประยะที่ 3 ทำการเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลต่อไป อย่าตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีที่ชี้นำ ไม่สามารถให้กลับมามีที่ยืนในสังคมได้ หลังจากนี้ไปเดินหน้าตามโรดแมป จะต้องทำให้ประเทศไทยเป็นพัฒนาที่พัฒนาแล้ว ขอบคุณประชาชนที่เข้าใจการทำงานของรัฐบาลแม้มีบางส่วนไม่เข้าใจ แต่ขอให้ประชาชนทุกคนร่วมมือร่วมใจกันเพื่อนำพาประเทศไปข้างหน้า’ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว







