posttoday
1 เปอร์เซ็นต์แห่งความหวัง เบื้องหลังกู้ฮ.ปลัดศักดิ์สิทธิ์

1 เปอร์เซ็นต์แห่งความหวัง เบื้องหลังกู้ฮ.ปลัดศักดิ์สิทธิ์

20 สิงหาคม 2553

โดย.....ระรินธร เพ็ชรเจริญ

โดย.....ระรินธร เพ็ชรเจริญ

ความหวังค่อยๆ เหือดหายไป หลังโทรศัพท์มีสัญญาณและโทรติด แต่ไร้วี่แววว่าจะมีการรับสาย แม้รอบตัวจะฉ่ำเย็นด้วยสายฝนที่โปรยปราย แต่ความรู้สึกในใจนั้นร้อนรนอย่างยิ่ง

“พอทราบว่าพี่สหัสและพี่โกวิทโดยสารมาในฮ.ลำนี้  ผมใจหายและเป็นห่วงมาก  เพราะได้ทำงานอย่างใกล้ชิดสนิทสนมกับทั้งสอง 2 กันมานานกว่า 10 ปี  เวลาที่ต้องตามเสด็จฯ จะนั่ง ฮ. ลำเดียวกันตลอด” พ.อ.วิจักขฐ์  สิริบรรสพ  รองผู้บังคับการจังหวัดทหารบก(รอง ผบ.จทบ.)น่าน เล่าถึงความรู้สึก เมื่อทราบว่าเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) สูญหายไปในพื้นที่จ.น่าน  ซึ่งผู้โดยสารประกอบด้วยนายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดทส. นายสหัส บุญญาวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักพระราชวัง นายโกวิท ปัญญาตรง ผอ.สำนักสนองพระราชดำริ และผู้ตรวจราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีพ.ต.เจนวิทย์ อรุณสวัสดิ์ เป็นนักบิน และ ส.อ. วิทูล เชียรเงิน ช่างประจำเครื่อง

ตลอดเวลาที่เขาพยายามกดหมายเลขโทรศัพท์หาทั้งสองคนแต่ก็ไม่มีการรับสาย ลางสังหรณ์ผุดขึ้นในใจลึกๆ แต่ก็ยังหวังว่าทุกคนในฮ.ลำนั้นน่าจะปลอดภัย

“ปกติพี่สหัสเป็นคนที่รับสายโทรศัพท์ตลอดและรับทุกคน   แต่เราก็ยังมีความหวังว่าทุกคนจะปลอดภัย”

ในฐานะฝ่ายเสนาธิการศูนย์ค้นหาและช่วยเหลือ พ.อ.วิจักขฐ์บอกว่าข้อมูลจำนวนมากทั้งเหตุการณ์ที่ชาวบ้านเล่าให้ฟัง และข้อมูลวิทยุการบิน  จึงวิเคราะห์เพื่อตรวจสอบเส้นทางและเช็คพอยท์ตำแหน่งการบิน  ประมาณความเป็นไปได้ของพิกัด

“ตามปกตินักบินจะทราบว่า ถ้าบินในเส้นทางนี้หากเจออุปสรรคจะเลี่ยงเส้นทางการบินเป็นเบสซ้าย  คือกลับเข้าสู่ท่าอากาศยานจังหวัดแพร่   เช็คพอยท์ที่ขุนสถาน  หรือจะบินเข้าเบสขวาเลาะแม่น้ำน่าน เข้าสู่ท่าอากาศยานน่าน    รวมทั้งการเช็คระบบสัญญาณเครือข่ายโทรศัพท์ในคณะทั้ง 5 คน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ทำให้สามารถตีวงพิกัดให้แคบลงมาได้มาก”

เมื่อพื้นที่ค้นหาแคบลงบ่ายวันที่ 17 ส.ค.พ.อ.วิจักขฐ์ หรือรองตี๋ พร้อมด้วยพล.ต.ชีวัน โหละบุตร  ผบ.จทบ.น่าน ก็สั่งเคลื่อนกำลังพล มุ่งหน้าฝ่าสายฝนไปยังอ.นาหมื่นทันที เพื่อสมทบกับคณะของนายวีรวิทย์ วิวัฒนวานิช ผวจ.น่าน  นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมอุทยาน พ.ต.อ.สุรเชษฐ์  โทปุญญานนท์  รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.น่าน  นายธวัช เพชรวีระ หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจ.น่าน นายสุรพันธ์ ตรีมงคล นายอำเภอนาหมื่น  และนายกฤชทิพ ชนิดไทย ปลัดอาวุโสอำเภอนาหมื่น ห้องประชุมเล็กๆ ในที่ว่าการอำเภอนาหมื่น แปรสภาพเป็นห้องยุทธการหรือวอร์รูมสำหรับภารกิจค้นหาและช่วยเหลือทันที

ขณะที่ภายนอก  เฮลิคอปเตอร์ทส. จำนวน 2 ลำ ยังคงบินค้นหาขึ้นบินค้นหาในพื้นที่ป่ากว่า 20 ตารางกิโลเมตร ด้วยสภาพอากาศที่ท้องฟ้ายังมีเมฆฝน โดยพ.ท.นพ.สมัย ขำพันธุ์  ผอ.โรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์  เตรียมหน่วยแพทย์ทหาร พร้อมรับสถานการณ์กู้ชีพผู้ประสบภัย ทุกฝ่ายทำงานแข่งกับเวลา  เพราะทุกนาทีหมายถึงชีวิตของผู้ประสบภัยที่กำลังรอความช่วยเหลือ

แผนการช่วยเหลือที่กำหนดในเบื้องต้น คือการส่งฮ.จากกองทัพภาคที่ 3 ขึ้นบินค้นหาอีก 2 ลำ รวม 4 ลำ โดยมีผวจ.น่าน ขึ้นฮ.ควบคุมภารกิจ แต่การค้นหาก็ทำได้ไม่นาน หลังพระอาทิตย์ตกดิน จึงจำเป็นต้องยุติการค้นทางอากาศ

ค่ำวันนั้นทุกฝ่ายประชุมเครียดอีกครั้ง ในที่สุดทุกฝ่ายก็ตกลงที่จะใช้วิธีเดินเท้าค้นหาในเวลากลางคืนขณะที่ด้านหน้าที่ว่าการอำเภอนาหมื่น เต็มไปด้วยกำลังพลจากหน่วยต่างๆ  กว่า 350 นาย

21.00 น. ชาวบ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่ชำนาญพื้นที่ป่า ตชด.  อส.  ทหารพราน ทหาร ม.พัน 10  ม.พัน 15.  เจ้าหน้าที่ป่าไม้  ตำรวจ  ต่างเพ่งดูแผนที่จากจอโปรเจคเตอร์ เพื่อรับทราบภารกิจ

หลังประชุมชี้แจงแผนปฏิบัติการ รองตี๋เดินออกมาจากห้องประชุม พร้อมกระดาษยับย่นหลายแผ่นที่ถืออยู่ในมือแทบตลอดเวลาไม่เคยห่างตัว กระดาษเหล่านั้นบันทึกข้อมูลและแผนการติดตามค้นหา

“แม้จะเหลือความหวังเพียง 1 %  เราก็ต้องทำภารกิจนี้อย่างไม่ย่อท้อ   ในเวลาค่ำมืด ผู้ประสบภัยต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก หน่วยทหารและอีกหลายหน่วยจึงต้องถูกฝึกมาเพื่อการค้นหายามค่ำคืน  แม้ความหวังจะเหลือเพียงเล็กน้อย แต่มันมีความหมายและเป็นความหวังอย่างยิ่ง” รองตี๋กล่าวสั้นๆ ก่อนที่จะนำกำลังพลทั้งหมดมุ่งสู่ที่ทำการอบต.ปิงหลวง เพื่อเริ่มต้นภารกิจ โดนแบ่งการค้นหาออกเป็น 4 กลุ่ม แยกการค้นหาเป็น 4 สาย จากบ้านน้ำกึ๋น  บ้านห้วยเย็น  บ้านปิงหลวงใน  และบ้านดอนมูล-นาหมอ  กระจายกำลังเดินเท้ารัศมี 20 ตารางกิโลเมตร  เป็นการเดินจากทิศใต้ขึ้นเหนือเข้าสู่เป้าหมายพิกัดเนิน 1067   บ้านน้ำแขว่ง  โดยให้ชาวบ้านผู้ชำนาญทางในพื้นที่ป่านำทางแต่ละชุดออกค้นหาตั้งแต่ 22.00 น.

“ทุกวินาทีคือความหวังของทุกคน สิ่งนี้จึงเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้ทุกคนทำงานอย่างเต็มความสามารถ” รองตี๋กล่าว

ทีมค้นหาทุกสายเดินพลิกผืนป่าอุทยานแห่งชาติ ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาเป็นระยะตลอดทั้งคืน จากบ้านดอนมูล พ.อ.วิทยา แก้วพรหม  ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 32 จังหวัดน่าน พร้อมด้วย ร.ท.เอนก สัมฤทธิ์ดี รอง ผบ.ร้อย  และจ.ส.อ.สวัสดิ์  ปล้องนาค  นำกำลังพลรวม 20 นาย ออกเดินค้นหา แม้จะเหนื่อย หิว แต่ทุกคนก็แทบไม่ได้หยุดพัก ช่วงเวลาประมาณ ตี 2 ซึ่งจะต้องก่อกองไฟระบุตำแหน่งตามแผน แต่ฝนที่ตกหนักทำให้ไม่สามารถก่อกองไฟได้ เขานำลูกน้องพักที่บ้านชาวบ้านครู่หนึ่ง จึงออกเดินทางต่อ กระทั่งรุ่งเช้า 06.00 น.จึงหยุดพักกินข้าว และเดินทางต่อทันที

ตลอดทั้งคืน กำลังพลเดินเท้ายังคงค้นหาในพื้นที่ป่าเขา ขณะที่ฝ่ายอำนวยการภายในที่ว่าการอเภอนาหมื่นทุกคนก้หลับตาไม่ลง ได้แต่รอคอยฟังข่าวจวบจนกระทั่งในเวลา 05.30 น.  เริ่มมีรายงานกลับเข้ามาที่ศูนย์ปฎิบัติการค้นหาเป็นระยะว่าแต่ละจุดยังไม่พบร่องรอย

รองตี๋ เปิดเผยความรู้สึกว่า  อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ภารกิจเดินเท้าปูพรมช่วงกลางคืนอาจล้มเหลว คือ  มืด   หมอก  ลื่น  ล้ม  และฝนตกหนัก “เรารู้ว่าเจ้าหน้าที่กำลังพลทุกคนต้องเหน็ดเหนื่อย เจออุปสรรคและเสี่ยงภัยมากมายขณะเดินเท้าเข้าป่าเพื่อค้นหา” 

08.10 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์  อธิบดีกรมอุทยานฯ  ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่า พบศพผู้ร่วมคณะแล้ว 1 ราย ที่บ้านน้ำแขว่ง  ม.6 ต.เมืองลี  อ.นาหมื่น  ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 35 กิโลเมตร  รองตี๋จึงสั่งการให้ทุกหน่วยเดินเท้าเข้าตรวจสอบทันที คำสั่งนั้นทำให้คณะของพ.อ.วิทยา ซึ่งอยู่ใกล้จุดพบศพที่สุดเร่งฝีเท้าไปยังพิกัดที่ได้รับแจ้งทันที เป้าหมายข้างหน้าของภารกิจนี้คือหุบเขา ซึ่งขวางไว้ด้วยภูเขา 2 ลูก มีความสูงชันกว่า 80 องศา ระยะทางกว่า 4 กิโลเมตร 

อาสาทหารพรานเกิดฤทธิ์  ก่อเกิด สังกัดทพ.32 ของพ.อ.วิทยา ซึ่งเข้าไปถึงเป็นคนแรกเล่าว่า  มีต้นไม้ใหญ่หักโค่นและปกคลุมฮ.ไว้  เศษชิ้นส่วนของฮ. แตกกระจาย  ชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง ยืนล้อมรอบเฮลิคอปเตอร์ ด้วยความตกตะลึง ไม่มีใครกล้าตัดสินใจทำอะไร

หลังพ.อ.วิทยารายงานข้อมูลประสานกับหน่วยบัญชาการ  ก็ได้รับคำสั่งให้นำศพออกมาในทันที เขาจึงนำชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ ช่วยกันตัดกิ่งไม้ที่หักทับตัวเครื่องออก เพื่อนำศพทั้งหมดออกมายังเนินกว้างห่างจุดที่ฮ.ตกประมาณ 20 เมตร เพื่อรอส่งกลับทางอากาศ แต่สภาพอากาศที่เมฆฝนปกคลุม ทำให้ไม่สามารถส่งฮ.รับศพได้

แผนการต่อมาคือเตรียมทำลานให้ฮ.ลงจอด บริเวณป่าไร่ข้าวโพด จุดทางเดินขึ้นภูเขา ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 4 กิโลเมตร  โดยนายชัยยันต์ คำป้อ  หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ(อช.)ศรีน่าน  นายพินิจ  คงประพันธ์ หัวหน้าอช.ดอยผากลอง จ.แพร่  และ พ.ท.นพ.สมัย เตรียมทำลานฮ และเตรียมแผนสำรองหากไม่สามารถเคลื่อนย้ายศพทางอากาศได้  ก็จะแบกเดินเท้า 2-3 กิโลเมตร ส่งยังจุดที่สามารถนำรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อเข้ามาได้ แต่โชคดีที่ท้องฟ้าเป็นใจ ภารกิจการกู้ร่างผู้เสียชีวิตออกจากหุบเขาโดยเดินเท้าและนำส่งขึ้นเฮลิคอปเตอร์ จึงแล้วเสร็จในช่วงเวลา 15.30 น. 

นายวีรวิทย์  ผวจ.น่าน  กล่าวว่า  ภารกิจนี้เป็นภารกิจสำคัญ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นสร้างความเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติงานในพื้นที่ทั้งสองวัน ต้องขอชื่นชมในความตั้งใจของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านทุกคน  ทุกหน่วยงาน ที่ได้เสียสละและทุ่มเทกำลังกายกำลังใจ  จนภารกิจการค้นหาและกู้ร่างผู้เสียชีวิตสำเร็จลงได้

1 เปอร์เซ็นต์แห่งความหวัง เบื้องหลังกู้ฮ.ปลัดศักดิ์สิทธิ์

 

1 เปอร์เซ็นต์แห่งความหวัง เบื้องหลังกู้ฮ.ปลัดศักดิ์สิทธิ์

 

1 เปอร์เซ็นต์แห่งความหวัง เบื้องหลังกู้ฮ.ปลัดศักดิ์สิทธิ์

 

1 เปอร์เซ็นต์แห่งความหวัง เบื้องหลังกู้ฮ.ปลัดศักดิ์สิทธิ์

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ