
เผยวาระ ครม. 13 ก.ย.
นายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะประชุมครม. เกาะติดวาระร้อน คลังชงคงภาษีมูลค่าเพิ่ม
นายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะประชุมครม. เกาะติดวาระร้อน คลังชงคงภาษีมูลค่าเพิ่ม
เวลา 09.00 น.วันที่ 13 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีหลายวาระสำคัญที่ต้องติดตาม โดยกระทรวงการคลังจะเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม(ฉบับที่...) ซึ่งจะเป็นการขยายเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) ไว้ที่ 7%
ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)จะเสนอร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ซึ่งแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ฉบับนี้จะเริ่มมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2559 เป็นต้นไป ขณะที่กระทรวงคมนาคมจะขออนุมัติเงินกู้เพื่อนำไปชำระค่าเชื้อเพลิงและค่าเหมาซ่อมในปีงบประมาณ 2560 ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ด้านกระทรวงสาธารณสุขเสนอยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) (พ.ศ. 2559-2568)ระยะเวลา 10 ปี
ในส่วนของเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ศาลยุติธรรม เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่...) พ.ศ.... (การไต่สวนมูลฟ้งอ หลัเกณฑ์การยื่นอุทธรณ์และค่าธรรมเนียม) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล พ.ศ.. และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเสนอร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมสมรรถนะบุคคลด้านการท่องเที่ยว พ.ศ.... กระทรวงกลาโหมจะขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2558
ทางด้านงานที่เกี่ยวกับต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับองค์การการท่องเที่ยวโลกว่าด้วยการจัดงานวันท่องเที่ยวโลก ปีพ.ศ. 2559 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอขอความเห็นชอบจาก ครม. ในการลงนามโปรแกรมปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์ ปี 20115 ของโครงการจัดการระบบ นิเวศวิทยาขนาดใหญ่ในอ่าวเบงกอล กระทรวงคมนาคม จะขอความเห็นชอบร่างความตกลงว่าด้วยการต่ออายุบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระบบรางระหว่างกระทรวงคมนาคมแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐานและการขนส่งแห่งสาธารณรัฐเกาหลี
ด้านกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสนอเรื่องการเข้าร่วมคณะกรรมการนโยบายวิทยศาสตร์และเทคโนโลยี ภายใต้องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development-OECD) และกระทรวงสาธารณสุขเสนอ การจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาไทย-กัมพูชา(ฉบับแก้ไข)







