posttoday
ทำไมเรามีพรรคการเมือง

ทำไมเรามีพรรคการเมือง

10 กันยายน 2559

คำถามที่ว่าเรามีสิ่งนั้น เรามีสิ่งนี้กันทำไม อาจจะไม่ใช่คำถามที่ดีนัก หรือแม้กระทั่งอาจจะเป็นคำถามที่ตอบยากอยู่พอสมควร

โดย...เจษฏ์ โทณะวณิก

คำถามที่ว่าเรามีสิ่งนั้น เรามีสิ่งนี้กันทำไม อาจจะไม่ใช่คำถามที่ดีนัก หรือแม้กระทั่งอาจจะเป็นคำถามที่ตอบยากอยู่พอสมควร เพราะบางครั้ง เราก็อาจจะไม่ทราบเหมือนกันว่าเรามีสิ่งนั้น เรามีสิ่งนี้กันทำไม อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้ว การที่จะจัดให้มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวพันถึงเพียงแค่บุคคลเพียงคนหนึ่ง หรือกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่ง หากแต่เป็นเมืองทั้งเมือง หรือประเทศทั้งประเทศ

เมื่อพูดถึงพรรคการเมือง โดยจำเพาะเจาะจง พรรคการเมืองในประเทศไทย หากจะกล่าวแบบตรงไปตรงมา ซึ่งอาจจะไม่ค่อยน่าฟังสักหน่อย ก็คงจะเป็นว่า เราก็คงจะทำตามแบบที่ประเทศฝรั่งทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ฝรั่งเศส หรือจะรวมถึงสหรัฐอเมริกา หรือประเทศอื่นๆ ทั้งหลายเขาทำกัน โดยเฉพาะเมื่อช่วงปี 2475 หรือก่อนหน้านั้น ตามแต่ที่ผู้ก่อการอันเรียกตัวเองว่า “คณะราษฎร” จะได้ไปร่ำเรียน และนำแบบแผนของประเทศเหล่านั้นมาใช้กับประเทศไทยเรา ซึ่งในตอนนั้นยังเรียกกันว่า ประเทศสยาม หรือสยามประเทศกันอยู่

หากเราสรุปเป็นเบื้องต้นกันง่ายๆ ว่าการมีพรรคการเมืองเกิดขึ้นในประเทศไทย ก็เนื่องมาจากการที่ผู้คนในตอนนั้นๆ เห็นว่าการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้ระบอบที่เรียกว่าประชาธิปไตยจะต้องมีพรรคการเมืองเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนดุจเดียวกับหลายๆ ประเทศ เท่าที่ผู้ก่อการให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยในบ้านเมืองเราจะได้ทราบถึง เราจึงมีพรรคการเมืองกันขึ้นมาบ้าง เราก็คงจะต้องย้อนไปดูรากเหง้าของการมีพรรคการเมือง ที่เป็นไปแบบมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาของตนเองในลักษณะที่ค่อยเป็นค่อยไป หรืออุบัติขึ้นเพราะเหตุเฉพาะตน มิใช่เป็นเพราะเห็นผู้อื่นทำ ก็ทำตาม ในลักษณะที่เรียกว่า เลียนเยี่ยง หรือเอาอย่าง

บ้านเมืองที่ประเทศไทยเรามีการปกครองใกล้เคียงกับเขาที่สุด ที่เป็นประเทศแม่แบบระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คงจะเป็นประเทศใดไปมิได้ นอกจากประเทศอังกฤษ หรือในระบบโดยรวม คือ สหราชอาณาจักร นั่นเอง ซึ่งจุดก่อกำเนิดของพรรคการเมืองในประเทศนั้น เริ่มจากการเป็นฟากฝ่ายทางการเมือง ที่มีผลมาจาก วิกฤตการแบ่งแยก (Exclusion Crisis) ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปี ค.ศ. 1679 ถึง ค.ศ. 1681 ในรัชสมัยของกษัตริย์ชาลส์ที่ 2 (King Charles II of England, Scotland and Ireland) ต่อเนื่องด้วยยุคการปฏิวัติที่รุ่งเรือง (Glorious Revolution) หรือบางทีก็เรียกว่าการปฏิวัติแห่งปี 1688 (Revolution of 1688) อันเป็นผลทำให้เกิดกลุ่มที่แยกกันทางการเมืองขึ้นมาระหว่างกลุ่มวิกส์ (Whigs) ซึ่งให้การสนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์โปรเตสแตนต์ภายใต้รัฐธรรมนูญ (Protestant Constitutional Monarchy) กับกลุ่มสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (Absolute Rule) และทอรี่ส์ (Tories) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้สนับสนุนพระมหากษัตริย์ (Royalist) ซึ่งเป็นกลุ่มอนุรักษนิยมที่ให้การสนับสนุนการมีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เข้มแข็งเพื่อเป็นการต่อต้านกับบรรดากลุ่มวิกส์ที่มีแนวโน้มจะจัดตั้งสาธารณรัฐ (Republic) ซึ่งมีประวัติศาสตร์การต่อสู้กันยาวนานจนสุดท้ายกลายมาเป็นพรรคเสรีนิยม (Liberal) กับพรรคอนุรักษนิยม (Conservative) ในที่สุด

คงพอจะเห็นภาพอะไรกันบ้างเกี่ยวกับพรรคการเมืองนะครับ คราวหน้าเรามาถกกันต่อครับ

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว