
มีชัยเมินสนช.ยื้อสู้ปมนายกฯ
ประธาน กรธ.ยันไม่กังวล สนช.เตรียมส่งเอกสารแจงศาลรัฐธรรมนูญให้ สว.ชงชื่อนายกฯ คนนอกได้
ประธาน กรธ.ยันไม่กังวล สนช.เตรียมส่งเอกสารแจงศาลรัฐธรรมนูญให้ สว.ชงชื่อนายกฯ คนนอกได้
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยว่า ไม่กังวลเรื่องที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเรียกร้องให้ สว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีด้วย ต้องว่ากันตรงไปตรงมา ศาลรัฐธรรมนูญว่ายังไงก็จบ ในเมื่อรัฐธรรมนูญมอบความวางใจให้ศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องไว้ใจ
สำหรับร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองนั้นก็อยากจะให้พรรคการเมืองยึดโยงกับประชาชน ก็อาจจะต้องมีการกำหนดเกี่ยวกับสมาชิกพรรคพอสมควร เพื่อให้ประชาชนได้เข้าไปมีบทบาทกับพรรคการเมือง แต่ต้องทำแค่ไหนถึงจะให้เป็นไปได้ต้องดูอีกที และเชื่อว่าการสัมมนาที่จะจัดได้ใน 1-2 สัปดาห์หน้า จะได้ฟังความเห็นเพิ่มเติมจากหลายฝ่าย ส่วนข่าวจะไปศึกษาดูงานระบบเลือกตั้งที่ประเทศอินเดียนั้น ยืนยันว่าไม่มี เพียงแต่เอาข้อมูลระบบเลือกตั้งมาศึกษาเท่านั้น
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. กล่าวว่า ได้มอบหมายให้นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. เป็นผู้รับผิดชอบในการชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเป็นการรวบรวมเอกสารหลักฐานที่เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคำถามพ่วง ตามที่เคยยื่นให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อนการทำประชามติเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยมีเนื้อหาตั้งแต่การอภิปรายคำถามพ่วงในที่ประชุม สนช. ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตลอดจนคำชี้แจงกับประชาชนในการลงพื้นที่
“เป็นเรื่องปกติ สนช.ทำไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ได้เป็นไปตามการรายงานข่าวที่ทำเหมือนกับว่าตนจะไปทำสงครามหรือจะไปรบกับใคร” นายพรเพชร กล่าว
นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ระบุว่า สปท.จะสรุป รวบรวมความเห็นและข้อสังเกตจากการประชุมที่เกี่ยวกับประเด็นคำถามพ่วงที่ผ่านมา เป็นหนังสือส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 12 ก.ย. โดยรายละเอียดจะเป็นรายงานที่ไม่มีความเห็นใดเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงจากเดิม จากเนื้อหาเหตุผลที่ สปท.เคยส่งไปให้ สนช. เมื่อวันที่ 1 เม.ย. เพราะเป็นเรื่องเก่าที่เคยพิจารณาไปแล้ว
ด้าน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวหลังหารือกับ กรธ. เรื่องร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง ว่า ทาง กรธ.ได้แสดงความเป็นห่วงว่า สิ่งที่ กกต.เสนออาจตึงหรือหย่อนไป ต้องปรับให้เกิดความพอดี เพราะบางข้ออาจทำให้พรรคการเมืองดำเนินการลำบาก เช่น การที่ต้องส่งรายละเอียดของนโยบายมาให้ กกต.เพื่อใช้หาเสียง เพราะอาจมีพรรคคิดนโยบายใกล้กับช่วงที่มีการเลือกตั้งแล้วส่งรายละเอียดมาไม่ทัน แต่ความเห็นจากพรรคการเมืองนั้นต้องฟังหูไว้หู เพราะมีส่วนได้ส่วนเสียและรักษาผลประโยชน์ตนเอง
นอกจากนี้ ได้แจ้งให้ กรธ.ทราบว่า กกต.จะส่งกฎหมายที่เหลือได้ดังนี้ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.จะส่งวันที่13 ก.ย. ร่าง พ.ร.บ.กกต.วันที่ 20 ก.ย. และ พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง สว. วันที่ 27 ก.ย.นี้







