
มองต่าง
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
ถือว่าเป็นช่วงประจวบเหมาะพอดีที่สหรัฐกับยุโรปกำลังมีเรื่องไม่ลงรอยกันในช่วงนี้
เรื่องแรกคือข้อตกลงการค้าเสรี ทีทีไอพี ที่เพิ่งจะมีสัญญาณส่อเค้าล่มออกมา และหลังจากนั้นเพียงแค่ 1 วัน ยุโรปก็ตัดสินลงโทษแอปเปิ้ล อิงค์ ปรับ 1.3 หมื่นล้านยูโร (ราว 5 แสนล้านบาท) หรือสูงสุดเท่าที่เคยมีการลงโทษบริษัทเอกชนสหรัฐ ในคดีเลี่ยงภาษี
หน่วยงานกำกับดูแลป้องกันการผูกขาดของคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) นั้น มุ่งเป้าไปยังบรรษัทข้ามชาติสหรัฐในคดีเลี่ยงมาภาษีมานานแล้ว หลังจากที่บริษัทเอกชนขนาดใหญ่หลายแห่งพากันไปตั้งฐานในประเทศที่มีอัตราภาษีนิติบุคคลถูก เช่น ไอร์แลนด์ ซึ่งมีอัตราภาษีเพียง 12.5% ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่แอปเปิ้ล แต่ยังรวมถึงกูเกิล ไมโครซอฟท์ อีเบย์ ไปจนถึงสตาร์บัคส์ โดยส่วนใหญ่เป็นบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยี
บริษัทพวกนี้ใช้กลเม็ดทางภาษีที่เรียกว่า Double Irish With Dutch คือมีการผ่องถ่ายกำไรจากการขายสินค้าที่จับต้องไม่ได้ เช่น ลิขสิทธิ์ ไปยังประเทศภาษีต่ำเช่น ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก และเบอร์มิวดา เพื่อให้สามารถลดการจ่ายภาษีแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยได้หลายพันล้านเหรียญสหรัฐ/ปี โดยบางประเทศมีการทำข้อตกลงด้านภาษีเป็นการเฉพาะกับบรรษัทข้ามชาติ Transfer pricing ให้จ่ายภาษีจริงน้อยลง เพื่อดึงดูดการลงทุน เช่น เคสของแอปเปิ้ลและไอร์แลนด์
อีซีมองว่าการกระทำเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและเป็นการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม จึงตามไล่เช็กบิลบรรษัทข้ามชาติและประเทศในอียูด้วยกันเอง
คดีล่าสุดนี้ แอปเปิ้ลถูกตัดสินให้ต้องจ่ายภาษีย้อนหลังให้รัฐบาลไอร์แลนด์ถึง 40 เท่า หรือสูงสุดเท่าที่เคยมีการลงโทษมา หลังจากที่กระบวนการเจรจากันก่อนหน้านี้ล้มเหลว แต่ฝั่งแอปเปิ้ลและทางการไอร์แลนด์ยืนยันว่าจะยื่นอุทธรณ์และสู้กันต่อไป
นับเป็นมุมมองความเห็นที่ต่างกันอย่างยิ่งสำหรับฝั่งสหรัฐ ที่เน้นการให้เสรีของบริษัทเอกชนในการลุยทำธุรกิจทั่วโลก และมองว่าฝั่งอีซีนั้นกำลังทำตัวเป็น Super State หรือองค์กรเหนือรัฐมากจนเกินไป และมากกว่าหน่วยงานของสหรัฐเองด้วยซ้ำ
แต่ฝั่งยุโรปเองก็มองว่าสหรัฐนั้นเปิดช่องให้บรรษัทข้ามชาติของตัวเอง เข้าไปหาช่องโหว่ทำธุรกิจแบบเน้นตักตวงผลประโยชน์ทั่วโลกมานานแล้ว และหากปล่อยให้ประเทศสมาชิกในอียูเองเปิดช่องโหว่ทางภาษีแบบนี้ ก็เป็นการทำธุรกิจแบบไม่เป็นธรรม ที่คงจะไม่มีธุรกิจไหนเข้าไปตั้งบริษัทในประเทศอื่นๆ เช่น เยอรมนี หรือฝรั่งเศส เป็นแน่
แม้กรมสรรพากรสหรัฐเองก็ไม่ชอบการหาช่องเลี่ยงจ่ายภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วยแบบนี้เหมือนกัน แต่ก็ไม่มีอำนาจไปไล่บี้อะไรมาก เพราะภายในประเทศสหรัฐเองก็มีกฎหมายที่ต่างกันออกไปในแต่ละรัฐ เช่น รัฐเนวาดา ที่ไม่เก็บภาษีนิติบุคคล ทำให้กลายเป็นสวรรค์สำหรับการเลี่ยงภาษีที่ไม่ต้องไปไกลถึงต่างประเทศ
ความเห็นที่ต่างกันระหว่างองค์กรเหนือรัฐ และบรรษัทข้ามชาติ นี้ยังสะท้อนผ่านความไม่ลงรอยกันในการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีที่ผ่านมา ซึ่งไม่สามารถตกลงกันได้หลายประเด็นที่มีการตีความกันว่าอาจเป็นการเปิดช่องให้บรรษัทข้ามชาติสหรัฐเข้ามาแสวงประโยชน์กับผู้บริโภคยุโรปมากเกินไป และทำให้องค์กรเหนือรัฐอย่างอีซียอมไม่ได้







