posttoday
การไต่สวน AD (จบ)

การไต่สวน AD (จบ)

31 สิงหาคม 2559

ผู้เขียนได้พยายามเขียนให้เรื่อง AD ดูสั้น เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน แต่การเขียนให้เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อนดูจะขัดกับการพยายามเขียนให้สั้นๆ โดยเฉพาะเมื่อมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงจะขอยกอีกเพียงตัวอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องที่สำคัญมากในการไต่สวน เพื่อจะใช้มาตรการ AD (Anti-Dumping Measure) เพราะจะต้องแสดงให้เห็นความเชื่อมโยง หรือความสัมพันธ์กันระหว่างการทุ่มตลาดกับความเสียหาย (Causal Link) หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ต้องชี้ให้เห็นชัดเจนว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมภายในนั้นๆ จะต้องมีสาเหตุมาจากการทุ่มตลาดของสินค้านั้นเท่านั้น จึงจะสามารถใช้มาตรการ AD ได้

ผู้เขียนได้พยายามเขียนให้เรื่อง AD ดูสั้น เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน แต่การเขียนให้เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อนดูจะขัดกับการพยายามเขียนให้สั้นๆ โดยเฉพาะเมื่อมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงจะขอยกอีกเพียงตัวอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องที่สำคัญมากในการไต่สวน เพื่อจะใช้มาตรการ AD (Anti-Dumping Measure) เพราะจะต้องแสดงให้เห็นความเชื่อมโยง หรือความสัมพันธ์กันระหว่างการทุ่มตลาดกับความเสียหาย (Causal Link) หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ต้องชี้ให้เห็นชัดเจนว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมภายในนั้นๆ จะต้องมีสาเหตุมาจากการทุ่มตลาดของสินค้านั้นเท่านั้น จึงจะสามารถใช้มาตรการ AD ได้

หากมีปัจจัยอื่นที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรม แต่ไม่ได้มาจากการทุ่มทุนตลาด เช่น การเปลี่ยนแปลงรูปแบบความต้องการสินค้าของผู้บริโภค หรือพัฒนาการของเทคโนโลยีการผลิตสินค้า เป็นต้น ก็จะต้องไม่นำมาเกี่ยวข้องว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้อุตสาหกรรมภายในได้รับความเสียหาย ซึ่งประเด็นนี้เป็นสิ่งที่ประเทศกำลังพัฒนารวมทั้งประเทศไทยได้พยายามผลักดันอย่างมากในการเจรจารอบที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อต้องการให้มีหลักประกันว่าการเก็บอากร AD นั้น เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดจากการทุ่มตลาดอย่างแท้จริง มิใช่เกิดจากปัจจัยอื่น

กรณีพิพาทของ WTO ที่เกิดขึ้นในเรื่อง Causal Link เช่น กรณีที่ญี่ปุ่นกล่าวหาการไต่สวน AD ของสหรัฐ กับสินค้าเหล็กรีดร้อนจากญี่ปุ่น ซึ่งองค์กรอุทธรณ์ตัดสินว่า โดยที่มาตรา 3.5 ของความตกลง AD กำหนดให้ผู้ไต่สวนแสดงให้เห็นว่าความเสียหายที่เกิดกับอุตสาหกรรมภายในไม่ได้เกิดจากปัจจัยอื่น (Other Factor) แต่จะต้องเกิดจากการทุ่มตลาดของสินค้านำเข้าเท่านั้น ดังนั้นในการไต่สวนสหรัฐจะ
ต้องแสดงให้เห็นชัดเจนว่าส่วนใดเป็นความเสียหายที่เกิดจากการทุ่มตลาด และส่วนใดเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจากปัจจัยอื่น

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของประเทศไทย เท่าที่ผู้เขียนจำได้ไม่เคยมีการฟ้องร้องประเทศที่ใช้มาตรการ AD กับสินค้าที่นำเข้าจากประเทศไทย ซึ่งเท่าที่พอทราบนั้น เนื่องจากเห็นว่าเสียเวลา ประกอบกับบริษัทไม่ต้องการเปิดเผยข้อมูลในบางเรื่องให้ทางราชการไทยทราบ หรือแม้จะมีความคิดอยู่บ้าง เนื่องจากได้รับคำแนะนำจากบริษัทกฎหมาย โดยมีค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่เมื่อแนะนำให้เปลี่ยนจากการจ้างบริษัทกฎหมายทั่วไปเพื่อไปใช้ Law Center ซึ่งเป็น Non-profit Organization ที่ประเทศไทยเป็นสมาชิก กลับปรากฏว่าบริษัทกฎหมายเดิมไม่ให้ข้อมูล และเปลี่ยนคำแนะนำให้ยอมรับมาตรการ AD ซึ่งเป็นเรื่อง
น่าเสียดายมาก

นอกจากนี้ ความตกลง AD ยังได้กำหนดหลักเกณฑ์อื่นๆ ไว้ด้วย เช่น กระบวนการในการจะใช้มาตรการตอบโต้ ระยะเวลาไต่สวนหลังได้รับคำร้อง ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดที่เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ (De Minimis) คือ ถ้าต่ำกว่าร้อยละ 2 ของราคาส่งออก จะไม่มีการใช้มาตรการ AD หรือ กรณีที่สินค้านำเข้าที่ทุ่มตลาดมีปริมาณเล็กน้อย (Negligible) คือ มีปริมาณนำเข้าต่ำกว่าร้อยละ 3 ของปริมาณนำเข้าสินค้าที่เหมือนกันในสมาชิกผู้นำเข้ารวมกันแล้วไม่เกินร้อยละ 7 ของปริมาณนำเข้าของสินค้านั้น จะไม่มีการได้ใช้มาตรการ AD เป็นต้น

แต่ความตกลงเองก็มีช่องโหว่ดังเช่นที่กล่าวแล้ว และยังมีช่องโหว่อื่นๆ ที่ประเทศกำลังพัฒนาเรียกร้องให้แก้ไข เช่น ความตกลง AD ได้กำหนดว่า อัตราอากร AD ที่ผู้ไต่สวนสามารถเรียกเก็บได้จะต้องเท่ากับ หรือน้อยกว่าอัตราส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด (Dumping Margin) แต่ไม่ได้มีการกล่าวว่าอัตราความเสียหาย (Injury Margin) ที่เกิดขึ้นควรเป็นเท่าใด จึงเปิดช่องให้ประเทศสมาชิกสามารถใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจ สมาชิกบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา และแคนาดา จึงไม่ได้คำนวณ Injury Margin แต่คำนวณ Dumping Margin อย่างเดียว โดยไม่คำนึงว่าอัตราอากร AD ที่เรียกเก็บอาจสูงกว่าความเสียหายที่คำนวณได้ ซึ่งที่จริงแล้วดูจะเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ของความตกลงนี้ ที่ต้องการให้ประเทศผู้นำเข้าใช้มาตรการ AD เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทางการค้า (ตอบโต้ผู้ที่ใช้มาตรการไม่เป็นธรรมคือการทุ่มตลาด) จึงไม่ควรมากกว่าส่วนเหลื่อมหรืออัตราความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

ประเทศกำลังพัฒนาจึงได้เรียกร้องให้แก้ไขความตกลงในส่วนนี้ให้ชัดเจนขึ้น เนื่องจากวัตถุประสงค์ของการใช้มาตรการ AD ก็เพื่อให้ประเทศผู้ใช้สามารถเก็บอากรในการชดเชยความเสียหายที่เกิดจากสินค้าทุ่มตลาดเท่านั้น ดังนั้นหาก Injury Margin ต่ำกว่าอัตรา Dumping ประเทศผู้ไต่สวนเพื่อเก็บอากร AD ก็ต้องเลือกใช้อัตราที่ต่ำกว่า (Lesser Duty Rule)

ประเด็นสำคัญอีกประเด็นหนึ่งคือ ความตกลง AD กำหนดให้ประเทศพัฒนาแล้วให้แต้มต่อ หรือให้การปฏิบัติที่เป็นพิเศษแก่ประเทศกำลังพัฒนา และยังเปิดโอกาสให้สมาชิกหาทางแก้ไขปัญหาโดยใช้วิธีอื่นก่อนที่จะใช้มาตรการ AD เช่น การทำความตกลงยอมรับเงื่อนไขด้านราคา (Price Undertaking) หรือหากเห็นว่ามีการใช้มาตรการ AD อย่างไม่เป็นธรรม ก็เปิดโอกาสให้มีการหารือ หรือนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการระงับข้อพิพาทของ WTO ได้

อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติประเทศกำลังพัฒนาก็ยังประสบปัญหาเป็นเป้าหมายถูกเรียกเก็บอากร AD จากประเทศพัฒนาแล้วอยู่เสมอๆ โดยประเทศพัฒนาแล้วไม่ได้ให้การปฏิบัติที่เป็นพิเศษแก่ประเทศกำลังพัฒนาแต่อย่างใด

ความตกลง AD ของ WTO นี้จึงเป็นเสมือนหลักการหรือแนวทางขั้นพื้นฐานที่ประเทศไทยนำมาใช้ในการยกร่างพระราชบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับการต่อต้านการทุ่มตลาดที่เพิ่งมีการแก้ไขไปเมื่อเร็วๆ นี้

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน