
เงินนอกทะลัก
เงินนอกทะลักเข้าไทย 5 หมื่นล้าน ดึงเงินบาทแข็งค่าขึ้น 5%
เงินนอกทะลักเข้าไทย 5 หมื่นล้าน ดึงเงินบาทแข็งค่าขึ้น 5%
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในช่วงนี้เงินทุนไหลเข้าไทยมีมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ทำให้เงินบาทผันผวนโดยแข็งค่าขึ้นมาแค่ 5% ขณะที่มีเงินทุนไหลเข้าแล้วประมาณ 5 หมื่นล้านบาท จากที่ไหลออกแทบหมดในช่วงเดือน พ.ค. โดยช่วงเดือน ก.ค.ส.ค. มีปริมาณไหลเข้ามาค่อนข้างสูง เฉลี่ยเดือนละ 2 หมื่นล้านบาท
“แม้จะเข้ามามากก็ไม่ได้เป็นปัญหา เนื่องจากช่วงนี้เงินไหลเข้าออกค่อนข้างสมดุล อีกทั้งคนไทยก็นิยมนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น” นางธาริษา กล่าว
นางธาริษา กล่าวว่า การที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาไทยมากขึ้น เป็นตัวสะท้อนความมั่นใจนักลงทุนต่างชาติต่อเศรษฐกิจไทยปรับดีขึ้นด้วย ซึ่งเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง และว่าจะโตได้ระดับ 6.5-7.5%
สำหรับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นไปแล้ว 5% ถือว่ายังไม่กระทบต่อการขยายตัวของภาคการส่งออก เช่นเดียวกับการที่เวียดนามปรับค่าเงินด่องให้อ่อนค่าลง ก็ไม่กระทบต่อการส่งออกของไทย เพราะเงินสกุลอื่นในภูมิภาคก็แข็งค่า โดยมาเลเซียแข็งค่าขึ้น 8% อินโดนีเซียแข็งค่าขึ้น 5% ส่วนสิงคโปร์และฟิลิปปินส์แข็งค่าขึ้น 3%
“ในช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งค่า ภาคเอกชนควรใช้ความได้เปรียบนี้ไปปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต นำเข้าเครื่องอุปกรณ์ที่ทันสมัย เพราะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าช่วงบาทอ่อน” นางธาริษา กล่าว
ทั้งนี้ เงินทุนไหลเข้าส่วนใหญ่จะเข้าไปในตลาดพันธบัตรตราสารหนี้มากกว่าตลาดหุ้น
นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธปท. กล่าวว่า สาเหตุที่เงินทุนไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้มาก เนื่องจากตลาดหุ้นผันผวนน้อยกว่าตลาดพันธบัตร เมื่อสหรัฐปั่นป่วนเงินทุนจึงไหลออกจากตลาดหุ้นสหรัฐมาลงทุนในตลาดพันธบัตรในภูมิภาคนี้มากขึ้น
ด้านภาวการณ์ตอนนี้ยอมรับว่ามีเงินบางส่วนเข้ามาพักเพื่อรอเก็งกำไรค่าเงินด้วย ธนาคารเอชเอสบีซี คาดว่าเงินบาทจะแข็งค่าที่ระดับ 31.50 บาท/เหรียญสหรัฐ







