
ล้วงคองูเห่างัดบ้านแม่ทัพภาค 4 ที่ชุมพร
แก๊งงัดแงะบุกขึ้นบ้านมารดาแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ชุมพร ได้เงินไป 7 พัน ตำรวจเร่งติดตามคนร้าย
แก๊งงัดแงะบุกขึ้นบ้านมารดาแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ชุมพร ได้เงินไป 7 พัน ตำรวจเร่งติดตามคนร้าย
ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร สาขาย่อยสีแยกปฐมพร ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายงัดประตูเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในบ้านเลขที่ 108 หมู่ 3 ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร ต่อมาได้มี จ.ส.ต.ไพโรจน์ สุขภิลาภ พนักงานขับรถและผู้ช่วยพนักงานสอบสวนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ขั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ อยู่ติดถนนคอนกรีตห่างจากค่ายกองร้อย อส.จ.ชุมพรประมาณ 150 เมตร โดยมีนายทหาร และ สห. ค่ายเขตอุดมศักดิ์ จังหวัดทหารบกชุมพร ยืนเฝ้าอยู่ประมาณ 10 นาย จากการตรวจสอบทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของ นางประภา วิสัยจร อายุ 95 ปี
ทั้งนี้ปัจจุบันไปอาศัยอยู่กับญาติที่กรุงเทพมหานคร และนางประภาเป็นมารดาของ พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 โดยตำรวจพบกับ นางบุญมี นิสภา อายุ 73 ปี พี่สาวของ พล.ท.พิเชษฐ์ ซึ่งดูแลบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบที่ประตูด้านข้างคนร้ายใช้เหล็กชะแลงงัดจนเปิดอ้าออก ภายในบ้านคนร้ายใช้เหล็กชะแลงงัดตู้เก็บทรัพย์สินและใช้ตั้งโทรทัศน์ และตู้ทำงานจนเสียหาย นอกจากนั้นยังมีการรื้อขอหาทรัพย์สินอีกหลายแห่ง เจ้าหน้าที่จึงถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมประสานไปยังตำรวจวิทยาการมาตรวจสอบหาลายนิ้วมือแฝงของคนร้าย
จากการสอบสอบนางบุญมี นิสภา อายุ 73 ปี พี่สาวของ พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 ทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านต้นตระกูลของ นายวิเชียร วิสัยจร และนางประภา วิสัยจร บิดา และมารดาของแม่ทัพภาคที่ 4 ปัจจุบันบิดาได้เสียชีวิตแล้ว โดยมีนางบุญมี นิสภา พี่สาวเป็นผู้ดูแล ส่วนญาติๆ ได้ทำงานมีหน้าที่ใหญ่โตอยู่ กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด นานๆ หรือช่วงเทศกาลสำคัญจะมารวมญาติที่บ้านหลังดังกล่าวกันครั้งหนึ่ง
นางบุญมี กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุในช่วงเช้าตนเองซึ่งอยู่บ้านหลังดังกล่าวเพียงคนเดียวได้เดินทางไปทำบุญที่วัดพระขวาง อยู่ห่างจากบ้านหลังเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร กระทั่งช่วงบ่ายได้เดินทางกลับมา เมื่อเปิดประตูรั้วเข้าไปเห็นมีชายวัยรุ่นทำทียืนโทรศัพท์อยู่ในสวนหลังบ้าน เมื่อเห็นตนจึงรีบหลบหนีไป และเมื่อตรวจสอบบริเวณบ้านพบว่าที่หน้าต่างมีร่อยถูกงัดแงะ และประตูด้านข้างเปิดอ้าอยู่ เมื่อเข้าไปในบ้านมีร่อยรอยการรื้อค้น ตรวจทรัพย์สินภายบ้านมีเงินสดของตนเองหายไป 7,000 บาท และแจ้งตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว ส่วนทรัพย์สินอื่นๆ ตนยังไม่ทราบต้องรอให้ญาติๆ ที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัดมาตรวจสอบอีกครั้ง ว่ามีทรัพย์สินของใครสูญหายไปบ้าง
โดยเบื้องต้นสันนิษฐานว่า คนร้ายน่าจะเป็นแก๊งวัยรุ่นขี้ยา หรือ พวกติดยาเสพติด โดยเฉพาะ น้ำกระท่อมสูตร 4 x 100 ที่ระบาดหนักในพื้นที่ แบะทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวมีเพียงนางบุญมีอยู่เพียงลำพังคนเดียวเมื่อสบโอกาสนางบุญมีไปทำบุญที่วัดจึงฉวยจังหวะบุกเข้าไปงัดประตูเข้าไปขโมยทรัพย์สินแล้วหลบหนีไปดังกล่าว ซึ่งตำรวจจะได้ติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในครั้งนี้ มีเพียงตำรวจยศระดับจ่าสิบตำรวจ สองนาย มาเข้าตรวจสอบ โดยไม่มีนายตำรวจระดับสัญญาบัตร และมาพิสูจน์หลักฐานเพียง 20 นาที ก่อนเดินทางกลับ ทั้งที่ก่อนหน้าทางเจ้าทุกข์ได้แจ้งไปและรอตำรวจ กว่าจะเดินทางมาประมาณ 3 ชั่วโมง







