posttoday
คลังปฏิรูปใหญ่รัฐวิสาหกิจ

คลังปฏิรูปใหญ่รัฐวิสาหกิจ

23 สิงหาคม 2559

ร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ... ที่กำลังจะเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีนั้น จะประกอบด้วย 6 หมวด จำนวน 84 มาตรา โดยระบุถึงวัตถุประสงค์ของกฎหมายว่า เพื่อบริหารรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส มีกลไกในการสรรหากรรมการเข้าไปบริหารรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งจัดให้มีการประเมินการทำงานของรัฐวิสาหกิจ

ร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ... ที่กำลังจะเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีนั้น จะประกอบด้วย 6 หมวด จำนวน 84 มาตรา โดยระบุถึงวัตถุประสงค์ของกฎหมายว่า เพื่อบริหารรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส มีกลไกในการสรรหากรรมการเข้าไปบริหารรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งจัดให้มีการประเมินการทำงานของรัฐวิสาหกิจ

สำหรับสาระสำคัญของกฎหมายนั้น จะเริ่มจากนโยบายในการดูแลรัฐวิสาหกิจ โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีกรรมการประกอบด้วย รัฐมนตรีจำนวน 4 คน ให้ ครม.เป็นผู้แต่งตั้ง กรรมการประกอบด้วย เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประธานกรรมการบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกิน 5 คน มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นกรรมการและเลขานุการ

สำหรับหน้าที่ของ คนร. คือ ต้องทำแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจ และกำกับการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะเป็นแผน 5 ปี ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศ และยังทำให้แต่ละรัฐวิสาหกิจต้องวางแผนงานประจำปีให้สอดคล้องด้วย ซึ่งจะทำให้ควบคุมดูแลการทำงานของรัฐวิสาหกิจให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐได้

คนร.ยังมีอำนาจหน้าที่สำคัญอื่นๆ เช่น กำกับดูแลการดำเนินงานและสถานะทางการเงิน รวมทั้งประเมินผลงานของรัฐวิสาหกิจและบรรษัทวิสาหกิจ หรือซูเปอร์โฮลดิ้ง ที่จะจัดตั้งขึ้น กำหนดหลักเกณฑ์การสรรหาบุคคลที่จะมาเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจ โดยกฎหมายกำหนดให้ คนร.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมากลั่นกรองกรรมการรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้ได้บุคคลที่เหมาะสมกับการเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง

กระบวนการนี้จะทำให้การสรรหากรรมการรัฐวิสาหกิจแยกออกจากกระบวนการแต่งตั้งรัฐวิสาหกิจที่ปกติจะดำเนินการแต่งตั้งโดยรัฐบาล แตกต่างจากปัจจุบันที่กระบวนการสรรหาและแต่งตั้งจะอยู่ภายใต้การดำเนินงานของรัฐบาล

ขณะเดียวกัน คนร.ยังต้องวางแนวทางการกำกับกิจการที่ดีให้รัฐวิสาหกิจปฏิบัติตาม รวมทั้งพิจารณาการโอนรัฐวิสาหกิจให้อยู่ภายใต้ซูเปอร์โฮลดิ้ง ให้ความเห็นชอบการควบ โอน ยุบ ยกเลิก รัฐวิสาหกิจ พิจารณาการชดเชยผลขาดทุนของรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งเห็นชอบกรอบวงเงินลงทุนของรัฐวิสาหกิจด้วย

นอกจากนี้ กฎหมายยังกำหนดให้รัฐวิสาหกิจที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับของซูเปอร์โฮลดิ้ง จะต้องจัดทำฐานะการเงินและผลดำเนินงาน และที่สำคัญ คือ ต้องเปิดเผยฐานะและผลดำเนินงานดังกล่าวให้สาธารณชนได้รับรู้ด้วย ซึ่ง คนร.เชื่อว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รัฐวิสาหกิจต่างๆ ปลดจากการแทรกแซงได้ระดับหนึ่ง เนื่องจากข้อมูลทุกอย่างจะปรากฎออกมาให้สาธารณชนตรวจสอบได้

ส่วนการตั้งซูเปอร์โฮลดิ้ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญอีกข้อหนึ่งของกฎหมายฉบับนี้นั้น กฎหมายให้ตั้งขึ้นในรูปของนิติบุคคล และให้ถือเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ ทำหน้าที่ดูแลกำกับรัฐวิสาหกิจที่แปลงสภาพเป็นบริษัทจำกัดแล้ว 12 แห่ง ประกอบด้วย บริษัท ปตท. บริษัท การบินไทย บริษัท ท่าอากาศยานไทย บริษัท อสมท. ธนาคารกรุงไทย บริษัท ทีโอที บริษัท กสท โทรคมนาคม บริษัท ขนส่ง บริษัท ไปรษณีย์ไทย บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ บริษัท อู่กรุงเทพ และบริษัท สหโรงแรมและการท่องเที่ยว

หน้าที่ของซูเปอร์โฮลดิ้งนั้น กฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ให้ถือหุ้นรัฐวิสาหกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลให้รัฐวิสาหกิจมีการกำกับกิจการที่ดี ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มผลตอบแทนให้กับภาครัฐ มีการกำหนดนโยบายการลงทุนของกิจการ สามารถดำเนินการเพิ่มทุน ลดทุน และปรับโครงสร้างกิจการ รวมถึงบริหารความเสี่ยงของกิจการ พร้อมทั้งดำเนินการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการ พร้อมทั้งประเมินผลงาน

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าว หากผ่านการพิจารณาของ ครม. และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประกาศใช้เป็นกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว ก็ถือว่าเป็นการปฏิรูปการทำงานของรัฐวิสาหกิจครั้งใหญ่ ช่วยให้รัฐวิสาหกิจทั้งระบบ 52 แห่ง ที่ ณ สิ้นปี 2558 มีสินทรัพย์มากถึง 13 ล้านล้านบาท แต่ก็มีหนี้สิน 10 ล้านล้านบาท แต่สร้างรายได้ให้รัฐได้เพียง 1.6 ล้านล้านบาทเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ