
สนช.ยันสว.ไม่มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯในครั้งแรก
สนช.ยันสว.ไม่มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯในครั้งแรก ชี้หากที่ประชุมรัฐสภาไม่สามารถเลือกได้ จึงจะสามารถเสนอชื่อได้
สนช.ยันสว.ไม่มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯในครั้งแรก ชี้หากที่ประชุมรัฐสภาไม่สามารถเลือกได้ จึงจะสามารถเสนอชื่อได้
นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.)สามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมเพื่อประกอบการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ สนช. เปิดเผยว่า การที่ตัวแทนของคณะกมธ.ฯเข้าชี้แจงกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)เมื่อวันที่19ส.ค.ที่ผ่านมา มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงเจตนารมณ์ของคำถามพ่วงที่ผ่านประชามติเท่านั้นไม่ต้องการกดดันกรธ.แต่อย่างใด
นายสมชาย กล่าวว่า สำหรับการประชุมดังกล่าวทางตัวแทนของคณะกมธ.ฯได้ยืนยันในเจตนารมณ์ของคำถามพ่วงต่อกรธ.ว่าในการเลือกนายกรัฐมนตรีในช่วงระยะเวลา5ปีแรกจะต้องมาจากมติของที่กระชุมร่วมกันของรัฐสภา โดยหลังจากการเลือกตั้งแล้วสส.จะเป็นฝ่ายเสนอชื่อบุคคลจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่ยื่นต่อคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันสมัครรับเลือกให้ที่ประชุมรัฐสภาลงมติว่าจะเห็นชอบหรือไม่
นายสมชาย กล่าวอีกว่า ถ้าในครั้งแรกที่ประชุมรัฐสภามีมติเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภา ประเทศก็จะได้นายกฯ แต่หากที่ประชุมรัฐสภาไม่สามารถเลือกได้ การเลือกนายกฯครั้งต่อไปจะต้องเป็นหน้าที่ร่วมกันของรัฐสภา กล่าวคือ สส.หรือสว.จะสามาถเสนอชื่อบุคคลจากในหรือนอกบัญชีพรรคการเมืองเข้ามาให้ที่ประชุมรัฐสภามีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ
"ทั้งหมดต้องการให้การเลือกนายกฯสามารถดำเนินการไปได้โดยไม่เกิดปัญหา เพราะในร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการให้ได้มาซึ่งนายกฯหลังจากมีการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรธ.ก่อนจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย"นายสมชาย กล่าว







