
สนช.นัดลงมติถอดถอน "ประชา ประสพดี" หรือไม่19ส.ค.หลังแถลงปิดสำนวน
ป.ป.ช.แถลงปิดสำนวน "ประชา ประสพดี "ย้ำแทรกแซงการทำงานองค์การตลาด ขณะที่เจ้าตัวโต้ทุกข้อกล่าวหา สนช.นัดลงมติถอดถอนหรือไม่ 19 ส.ค.นี้
ป.ป.ช.แถลงปิดสำนวน "ประชา ประสพดี "ย้ำแทรกแซงการทำงานองค์การตลาด ขณะที่เจ้าตัวโต้ทุกข้อกล่าวหา สนช.นัดลงมติถอดถอนหรือไม่ 19 ส.ค.นี้
เมื่อวันที่ 18 ส.ค. มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณากระบวนการถอดถอนนายประชา ประสพดี อดีตรมช.มหาดไทย กรณีใช้อำนาจหน้าที่แทรกแซงการทำงานขององค์การตลาด (อ.ต.) ในการพิจารณาลงโทษการทุจริตของนายธีธัช สุขสะอาด อดีตผอ.องค์การตลาด
ทั้งนี้ที่ประชุม สนช.ได้เชิญคู่กรณีสองฝ่ายคือ ป.ป.ช. และ นายประชามาชี้แจงแถลงปิดสำนวนให้ที่ประชุมสนช.รับทราบ โดยน.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการป.ป.ช. แถลงปิดสำนวนว่า ยืนยัน ป.ป.ช.มีอำนาจพิจารณาถอดถอนนายประชาออกจากตำแหน่งตามกฎหมาย โดยพบว่า นายประชามีพฤติการณ์โทรศัพท์ไปสั่งการรองประธานคณะกรรมการอต.เมื่อวันที่ 11 พ.ย.55 ขอให้ระงับการประชุมอต.ในวันที่ 12 พ.ย.2555 ที่มีวาระพิจารณาการเลิกจ้างนายธีธัชออกไปก่อน ทั้งที่ช่วงนั้นนายประชาแม้จะเป็นรมช.มหาดไทย แต่ยังไม่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลอต. จึงมีเจตนาแทรกแซงการทำงานในหน้าที่ของอต. ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 266 และ 268 ตามรัฐธรรมนูญปี 50 และขัดหลักเกณฑ์บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีของรัฐวิสาหกิจ เพราะอำนาจการเลิกจ้างผู้อำนวยการอต.เป็นของบอร์ดอต. ไม่ใช่อำนาจของรมช.มหาดไทย อีกทั้งต่อมาเมื่อบอร์ดอต.มีมติเลิกจ้างนายธีธัช สร้างความไม่พอใจให้นายประชา จนมีคำสั่งปลดบอร์ดอต. แสดงถึงการใช้อารมณ์และอำนาจในการบริหารรัฐวิสาหกิจ เป็นการล้วงลูก ทำลายระบบบริหารงานรัฐวิสาหกิจร้ายแรง ไม่ให้มีอิสระในการทำงาน ถูกฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงไม่จบสิ้น จึงเข้าข่ายสมควรให้สนช.ลงมติถอดถอน
ขณะที่นายประชา ประสพดี อดีตรมช.แถลงปิดสำนวน โดยปฏิเสธทุกกล่าวหาของป.ป.ช. และยืนยันว่า การกระทำของตนตามที่ถูกกล่าวเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรี มิได้มีเจตนาก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของอต. และไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อตัวเอง หรือผู้อื่น ไม่ได้สร้างความเสียหายแก่อต. จากสิ่งที่ได้นำเสนอตั้งแต่ตอนแถลงเปิดสำนวน การตอบข้อซักถาม เห็นว่า ข้อกล่าวหาเป็นเรื่องความเห็นต่างในข้อกฎหมายต่อการทำหน้าที่ของตนในฐานะรัฐมนตรีที่มีอำนาจกำกับดูแลอต.และรัฐวิสาหกิจเท่านั้น ไม่ใช่การทุจริตต่อหน้าที่
"วันที่ 19 ส.ค. ซึ่งสนช.จะลงมติถอดถอนตนนั้น เป็นวันสำคัญที่สุดต่อชีวิต ทั้งส่วนตัวและชีวิตการเมือง แต่เชื่อมั่นและมั่นใจว่า สมาชิกสนช.ทุกคนจะมีความเมตตากรุณา โดยเฉพาะเรื่องความเป็นธรรมที่จะให้โอกาสด้วยการลงมติหรือวินิจฉัยด้วยกประการใด ตนเชื่อและยึดมั่นว่า กฎแห่งกรรมมีจริง หากทำจริงจะต้องย่อยยับไม่วันใดก็วันหนึ่ง เมื่อผลออกมาอย่างไรก็พร้อมยอมรับในมติ"นายประชากล่าว
จากนั้นที่ประชุมสนช.จะลงมติพิจารณาถอดถอนหรือไม่ถอดถอนนายประชาในวันที่ 19 ส.ค.เวลา 10.00 น.







