
มาร์คแจงประชุมลับ กันเขมรรู้ข้อมูลไทย
โพสต์ทูเดย์
— นายกฯ ชี้รัฐสภาประชุมลับกรอบจีบีซีกันเขมรล่วงรู้ข้อมูลไทยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การที่ที่ประชุมรัฐสภามีมติให้ผลการพิจารณารายงานการประชุมลับ 3 เรื่อง ซึ่งคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาเสร็จแล้ว เป็นความลับไม่เปิดเผยต่อสาธารณะนั้น เพื่อไม่ต้องการให้กัมพูชามาล่วงรู้ส่วนบันทึกกรอบการเจรจาชายแดนไทยกับกัมพูชา 3 ฉบับล่าสุดนั้น ยังไม่อยู่ในวาระของสภา
ทั้งนี้ เพราะคณะรัฐมนตรีเพิ่งอนุมัติ และกระทรวงการต่างประเทศก็แถลงไปแล้วว่าจะจัดให้มีเวทีการรับฟังของประชาชน เพราะฉะนั้นจึงไม่มีอะไรที่จะมาเป็นปมให้เกิดความขัดแย้งกัน ส่วนคนที่มาคัดค้านอาจจะได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร
ด้านที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ได้พิจารณารายงานการประชุมลับ 3 เรื่อง ซึ่งคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาเสร็จแล้ว โดยมีมติให้เป็นความลับไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ
สำหรับรายงานการประชุมลับทั้ง 3 เรื่อง ประกอบด้วย เรื่องกรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทยกัมพูชา ตลอดแนวในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา เรื่องกรอบการเจรจาสำหรับการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนไทยลาว และเรื่องร่างกรอบการเจรจาในกลไกของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทยกัมพูชา
ทั้งนี้ ระหว่างการประชุมของรัฐสภา กลุ่มเครือข่ายประชาชนหัวใจรักชาติ นำโดยนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายวีระ สมความคิด พร้อมสมาชิกกว่า 200 คน ได้เดินทางมาชุมนุมโดยเรียกร้องให้ถอนวาระที่เกี่ยวข้องกับข้อผูกพันไทยกัมพูชาออกจากการพิจารณาให้หมด
นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า การที่รัฐสภาได้มีมติรับรองเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ยิ่งถือเป็นการตอกย้ำว่าประเทศชาติจะสูญเสียดินแดนครั้งใหญ่ จึงขอให้รัฐบาลประกาศยกเลิกเอ็มโอยูปี 2543 และทีโออาร์ปี 2546 ทันที ส่วนแนวทางเคลื่อนไหวมี 2 แนวคือ 1.จะขอคุยกับนายกรัฐมนตรีเป็นรอบที่ 2 และ 2.อาจจะเคลื่อนไปปักหลักชุมนุมยาวที่หน้าทำเนียบรัฐบาล
ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญสถาบันไทยคดีศึกษา กล่าวว่า ผลการประชุมรัฐสภาที่เกิดขึ้นถือเป็นการรับรองบันทึกความเข้าใจไทยกัมพูชา หรือเอ็มโอยู 2543 และรู้สึกผิดหวังกับบทบาทของสื่อมวลชนที่ไม่ทำการบ้าน ไม่ศึกษาเรื่องนี้ให้มีความรู้ดีพอ ทำให้การให้ความรู้และข้อเท็จจริงต่อประชาชนเป็นไปด้วยความลำบาก







