
ศรีวราห์เบรกจับมั่วบึ้มใต้
รอง ผบ.ตร.สั่งรื้อแนวสืบสวนคดีระเบิดใต้ กำชับหาหลักฐานให้รัดกุม จะขอหมายจับด้วยตัวเอง
รอง ผบ.ตร.สั่งรื้อแนวสืบสวนคดีระเบิดใต้ กำชับหาหลักฐานให้รัดกุม จะขอหมายจับด้วยตัวเอง
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีระเบิดภาคใต้ ไม่พอใจการทำงานของคณะพนักงานสอบสวนตำรวจภูธร จ.นครศรีธรรมราช ที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งซึ่งเป็นชาว อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เนื่องจากมีพยานหลักฐานน้อย อาจเป็นการจับกุมผิดตัว โดยกล่าวตำหนิระหว่างเดินทางไปประชุมที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.นครศรีธรรมราช เมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 ส.ค. โดยกำชับให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมให้รัดกุม และตั้งแต่นี้ไปจะลงนามในหนังสือขออนุมัติหมายจับด้วยตนเองทุกราย
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวภายหลังประชุมว่า กรณีนายศักรินทร์ ตำรวจไม่ได้ควบคุมและยังไม่ได้แจ้งข้อหา เมื่อครบกำหนดการคุมตัวของทหารก็ส่งตัวมาให้ตำรวจ ถ้าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับก็รับตัวไว้ แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อหาแต่อย่างใด
“ถ้าทหารส่งผู้ต้องหามาให้ ผมก็รับตัวไว้ดำเนินการ ส่วนจะมีความเห็นฟ้องไม่ฟ้องว่าไปตามพยานหลักฐาน แต่ผมรับประกันว่าบริสุทธิ์ยุติธรรม ตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐาน ไม่ต้องกลัวว่าจะไปยัดข้อหาใคร หรือจะไปสอบสวนช่วยเหลือใครไม่มีแน่นอน” พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าว
ทั้งนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้เดินทางไปยังศาลมณฑลทหารบกที่ 41 จ.นครศรีธรรมราช เพื่อขออนุมัติหมายจับ นายอะหะมะเลงหะ ชาว อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งเกี่ยวข้องกับการลอบวางระเบิดในพื้นที่ จ.ภูเก็ต โดยศาลได้อนุมัติหมายจับ เนื่องจากพบดีเอ็นเอจากวัตถุระเบิดตรงกับผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งเคยเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ประท้วงหน้า สภ.ตากใบ เมื่อปี 2547
ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.ศรีวราห์ สั่งให้คณะพนักงานสอบสวนตำรวจภูธร จ.สุราษฎร์ธานี ชะลอการออกหมายจับผู้ต้องสงสัยก่อเหตุลอบวางระเบิด ซึ่งตรวจพบจากกล้องวงจรปิด 2 ราย โดยให้หาหลักฐานให้รัดกุมกว่านี้
ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า ภาพรวมคดีคืบหน้ากว่า 70% ส่วนในวันที่ 17 ส.ค.นี้ จะครบ 1 ปี เหตุการณ์ระเบิดที่ศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ ตำรวจนครบาลวางมาตรการดูแลความปลอดภัยไว้แล้ว
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน่วยข่าวไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ต้องปรับปรุงการทำงาน ส่วนคดียังไม่ตัดประเด็นใด แต่ให้ความสำคัญน้อยกับประเด็นเชื่อมโยงต่างประเทศ เพราะไม่พบการประสานงานใดๆ
ขณะที่การเดินทางไปประชุมผู้นำกลุ่มประเทศยุทธศาสตร์ทะเลสีคราม ที่ประเทศมาเลเซีย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่มีโอกาสได้พบปะแบบทวิภาคีกับนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แต่อย่างใด







