posttoday
น้ำมันยังน่าห่วง

น้ำมันยังน่าห่วง

17 สิงหาคม 2559

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดทุบสถิติใหม่ได้ทั้ง 3 ตลาด ซึ่งนอกจากได้แรงหนุนการประกอบการของห้างค้าปลีกภายในแล้ว เป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นถึงเกือบ 5% ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐได้แรงหนุนหลักตามไปด้วย

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดทุบสถิติใหม่ได้ทั้ง 3 ตลาด ซึ่งนอกจากได้แรงหนุนการประกอบการของห้างค้าปลีกภายในแล้ว เป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นถึงเกือบ 5% ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐได้แรงหนุนหลักตามไปด้วย

ราคาน้ำมันที่ขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นการตอบรับสัญญาณจากซาอุดิอาระเบีย ที่ขอให้มีการประชุมนอกรอบกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ (โอเปก) ที่ประเทศแอลจีเรีย ระหว่างวันที่ 26-28 ก.ย.นี้

ทำเอาหลายคนตื่นตัวตอบรับกันอย่างคึกคักว่า ราคาน้ำมันอาจเริ่มฟื้นดีขึ้นกว่าเดิมในช่วงครึ่งหลังของปี 2016 และจะช่วยดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรขึ้นไปด้วย

ทว่า ดูทรงแล้วงานนี้ยังน่าหวั่นใจว่าจะเป็นการหลอกให้ความหวังลอยๆ อีกครั้ง เหมือนที่พยายามทำมาตลอดตั้งแต่ช่วงต้นปีหรือไม่

การออกข่าวว่าโอเปกพยายามจะล็อบบี้ให้มีการลดกำลังการผลิตน้ำมันนั้น มีมาตั้งแต่ช่วงต้นปีแล้ว และแม้จะดึงเอาซาอุดิอาระเบียที่ถือเป็นพี่ใหญ่ผู้กุมทิศทางหลักและยังเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่สุดให้มาร่วมวงเจรจาได้แล้ว แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถลดการผลิตได้ และยังไม่มีอะไรรับประกันได้เช่นกันว่าการประชุมในเดือนหน้าจะสำเร็จ

ตัวเลขที่บ่งชี้ถึงรูปการณ์ได้ดีที่สุดก็คือ การผลิตน้ำมันของซาอุฯ ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีปริมาณสูงสุดทุบสถิติใหม่เกือบ 10.5 ล้านบาร์เรล/วัน และเป็นการเร่งผลิตทั้งที่ปริมาณการผลิตทั่วโลกยังล้นความต้องการจริงของตลาดอยู่ สะท้อนว่าการแข่งขันชิงส่วนแบ่งการตลาดกับอิหร่าน ยังคงเป็นประเด็นหลักที่ซาอุฯ ให้ความสนใจมากกว่า

ซาอุฯ เองก็ประกาศแผนปฏิรูปครั้งใหญ่เพื่อรับมือยุคน้ำมันราคาตกต่ำไปแล้วเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ซึ่งมีตั้งแต่การลดค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆ และขึ้นค่าน้ำมัน รวมถึงสาธารณูปโภคพื้นฐานบางส่วนที่สามารถทำได้ทันที ไปจนถึงแผนระยะยาวที่ต้องใช้เวลา และแผนการระดมทุนกู้ยืมซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก สะท้อนว่าซาอุฯ พร้อมที่จะกัดฟันแบกรับภาวะราคาน้ำมันต่ำไปอีกระยะ

บรรดาสำนักวิเคราะห์ที่เคยคาดการณ์ถึงการฟื้นตัวของตลาดน้ำมันในช่วงครึ่งปีหลังเอง ก็เริ่มปรับท่าทีกันไปแล้วก่อนหน้านี้ และขยายช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันจะกลับสู่ภาวะสมดุลออกไปอีกเป็นปีหน้า สอดคล้องกับที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ส่งสัญญาณในเชิงลบว่า ความต้องการน้ำมันทั่วโลกในปีหน้าจะลดลงอีกเมื่อเทียบกับปีนี้ โดยคาดว่าจะขยายตัวได้เพียง 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน จากในปีนี้ที่ขยายตัว 1.4 ล้านบาร์เรล/วัน

ทิศทางน้ำมันที่น่าจะฟื้นตัวได้นานกว่าที่คาดเอาไว้ ยังอาจเป็นแรงฉุดต่อทิศทางราคาสินค้าเกษตรตามมาด้วยเช่นกัน

จากเดิมที่ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวขึ้นมาตลอดหลายเดือน โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากภัยแล้งที่กระทบต่อการเพาะปลูก ทิศทางเริ่มคลี่คลายลงเพราะหลายประเทศเกษตรกรรมเริ่มเข้าสู่ฤดูมรสุม องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ยังระบุว่า ดัชนีราคาอาหารเดือน ก.ค. ที่เริ่มลดลงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน อาจเป็นสัญญาณว่าราคาสินค้าเกษตรหลักๆ จะเริ่มลดลงมาแล้ว หรืออย่างน้อยก็จะไม่แพงเหมือนช่วงที่ผ่านมา

ประเทศส่งออกสินค้าเกษตรเตรียมตัวเตรียมใจกันได้เลยค่ะ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ