
ปฏิรูปข้าราชการ
รัฐบาลนี้นับว่าเป็นรัฐบาลซานตาคลอสอย่างแท้จริง เพราะยิ่งใกล้การเลือกตั้งเข้ามาเท่าไหร่ นโยบายโดนใจคนทุกชนชั้นก็ออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดคณะรัฐมนตรีก็มีมติให้ปฏิรูประบบเงินเดือนข้าราชการครั้งใหญ่ โดยตั้งเป้าให้เงินเดือนข้าราชการสูงเทียบเท่าเอกชนภายใน 5 ปี โดยจะเริ่มปรับเงินเดือนล็อตแรกในวันที่ 1 เม.ย. 2554
รัฐบาลให้เหตุผลในการดำเนินนโยบายนี้ว่า เพื่อแก้ไขปัญหาสมองไหลและจูงใจให้คนมีความรู้ความสามารถเข้ามารับราชการมากขึ้น แถมเปิดโอกาสให้ข้าราชการโดยเฉพาะสายวิชาการที่อายุครบ 60 ปี สามารถรับราชการต่อไปได้ โดยให้ส่วนราชการนั้นๆ จัดทำข้อมูลเสนออนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.พ.ก.) กรม หรือ อ.ก.พ.กระทรวง และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพื่อพิจารณาให้รับราชการต่อไปได้อีกไม่เกิน 10 ปี
การขึ้นเงินเดือนข้าราชการนั้น โดยหลักการและเหตุผลคงไม่มีใครปฏิเสธว่าเป็นสิ่งจำเป็น แต่การขึ้นเงินเดือนก็จะต้องควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เทียบเท่าเอกชนด้วย หากระบบราชการยังไม่มีการปฏิรูปกระบวนการทำงาน การขึ้นเงินเดือนก็เท่ากับไม่ได้ตอบโจทย์ของรัฐบาล ที่คิดว่าการให้ผลตอบแทนจูงใจจะทำให้คนเข้ามารับราชการมากขึ้น
ในขณะเดียวกันต้องยอมรับว่า ระบบบำเหน็จบำนาญของข้าราชการที่ได้รับนั้นก็สูงกว่าของเอกชน แต่ประสิทธิภาพการทำงานด้อยกว่า การทำงานเต็มไปด้วยขั้นตอน ล่าช้า กว่าจะดำเนินการเสร็จแต่ละเรื่องก็นานจนประชาชนระอา
นอกจากนี้ ปัญหาหาคอร์รัปชันในระบบราชการนั้น การขึ้นเงินเดือนก็ไม่สามารถแก้ไขได้ ต้องมีการวางระบบป้องกันและสร้างระบบธรรมาภิบาลให้กับข้าราชการมีจิตสำนึกที่ดีเต็มใจทำงานให้กับประชาชนมากกว่า ไม่ใช่คนเข้ามาเป็นข้าราชการก็เพื่อหวังตักตวงผลประโยชน์
รัฐบาลได้ทำการศึกษาและวิจัยบ้างหรือไม่ว่า ปัญหาสมองไหลที่เกิดขึ้นนั้นมาจากอะไร และระดับของข้าราชการที่ไหลออกไปนั้นไม่ใช่ข้าราชการระดับสูง แต่เป็นข้าราชการที่เพิ่งเรียนจบใหม่ทำงานไม่กี่ปี และไม่สามารถปรับตัวเข้ากับระบบราชการที่ชักช้าอืดอาดได้ ไม่ใช่ระดับผู้อำนวยการกองขึ้นไปจนถึงระดับอธิบดี ซึ่งเป็นชั้นบริหาร
เราไม่ได้ขัดขวางการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ แต่เห็นว่ารัฐบาลควรจะปฏิรูประบบข้าราชการเสียใหม่ด้วย ปัจจุบันการรับสมัครข้าราชการและการเลื่อนตำแหน่ง ก็เต็มไปด้วยการเมืองในองค์กร มีแต่เด็กฝากและวิ่งเต้นเพื่อให้ได้ตำแหน่งมา และเมื่อวิ่งเต้นเพื่อให้ได้ตำแหน่ง เมื่อเข้ามาทำงานก็ต้องสร้างผลประโยชน์ต่างตอบแทนคืนให้
ดังนั้น หากจะปฎิรูประบบเงินเดือน จเปนจำเป็นต้องปรับประสิทธิภาพการทำงานของราชการให้เทียบเท่าเอกชนด้วย ไม่ใช่ทำงานเช้าชามเย็นชามเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หากไม่สามารถสร้างวัฒนธรรมการทำงานใหม่ให้เป็นแบบเอกชนได้ การขึ้นเงินเดือนให้เท่ากับเอกชนโดยใช้เงินภาษีประชาชน ก็เท่ากับเอาเปรียบประชาชนทางอ้อม







