
รองผบ.ตร.ชี้คนร้ายลอบบึ้ม-วางเพลิงภาคใต้ก่อเหตุเป็นขบวนการ
รองผบ.ตร.เผยคนร้ายก่อเหตุระเบิด-วางเพลิงภาคใต้ก่อเหตุเป็นขบวนการ มีผู้บงการ ยันไม่เกี่ยวเหตุ 3 จังหวัดชายแดน ชี้รวบผู้ต้องหาวางเพลิงที่นครฯมีหลักฐานชัด
รองผบ.ตร.เผยคนร้ายก่อเหตุระเบิด-วางเพลิงภาคใต้ก่อเหตุเป็นขบวนการ มีผู้บงการ ยันไม่เกี่ยวเหตุ 3 จังหวัดชายแดน ชี้รวบผู้ต้องหาวางเพลิงที่นครฯมีหลักฐานชัด
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. กล่าวภายหลังประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายก่อเหตุว่างระเบิด และวางเพลิงในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ว่า กรณีการจับกุมตัว ชายชาวจ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาก่อเหตุวางเพลิงที่ห้างสรรพสินค้าใน จ.นครศรีธรรมราชนั้น เป็นการจับกุมตามหมายจับของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยคดีนี้พนักงานสอบสวนมีข้อมูลชัดเจนว่าการกระทำเกิดขึ้นตรงไหน อย่างไร ก่อนจะมีการรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งมีทั้งวัตถุพยานและภาพจากกล้องซีซีทีวี นำเสนอศาลจนมีการอนุมัติหมายจับ ล่าสุด พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 เดินทางไปสอบปากคำผู้ต้องหารายนี้ด้วยตัวเอง
ทั้งนี้ยืนยันว่ายังมีอีกหลายส่วนที่กำลังดำเนินการเช่นเดียวกันกับที่ จ.นครศรีธรรมราช หากมีพยานหลักฐานชัดเจนครบถ้วนก็จะดำเนินการขออนุมัติศาลออกหมาบจับ
สำหรับคดีวางเพลิงอาจจะขึ้นกับศาลจังหวัด แต่คดีระเบิดจะขึ้นกับศาลทหาร ยืนยันว่าขณะนี้มีการออกหมายจับผู้ต้องหาเพียงรายเดียว ที่จ.นครศรีธรรมราช
"การจะออกหมายจับเพิ่มก็ต้องดูที่พยานหลักฐาน หากถึงใครก็จะขออนุมัติศาลออกหมายจับ แต่ก่อนถึงกระบวนการออกหมายจับ ก็มีการเชิญตัวมาสอบปากคำ ที่ผ่านมาทุกคนที่ถูกเชิญตัวมาสอบปากคำได้ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในการควบคุมตัวของตำรวจไม่มี แต่มีบางกลุ่มที่ฝ่ายทหารเชิญตัวไปเป็นไปตามกฎหมายที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งขอไม่เปิดเผยว่ามีจำนวนผู้ต้องสงสัยกี่คนที่ถูกเชิญตัวไป ซึ่งทหารกับตำรวจเราทำงานร่วมกันอยู่แล้ว ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ไม่ได้เร่งรัดการทำงานของตำรวจ แต่ได้กำชับว่าให้ทำตามกฎหมาย เป็นไปตามพยานหลักฐาน แต่ทุกฝ่ายต้องการให้มีการเปิดโปง ขบวนการนี้ จึงเป็นเรื่อวงที่เราต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ" รองผบ.ตร.ระบุ
สำหรับเหตุระเบิดในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ล่าสุดได้พูดคุยกับ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวส ผบช.ภ.7 ได้รับรายงานว่าทางบช.ภ.7 มีการตั้งรางวัล 200,000 บาท สำหรับผู้ทีให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการสืบสวน ไม่จำเป็นต้องจับกุมคนร้ายได้ เพราะเชื่อว่าคนในพื้นที่น่าจะมีข้อมูลในส่วนนี้ ขณะเดียวกันได้รับรายงานจากสตม.ว่า ผู้กระความผิดเชื่อว่ายังอยู่ในประเทศ เนื่องจากได้ตรวจสอบตามด่าน ตม.ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด่านท่าอากาศยาน ด่านตรวจคนเข้าเมืองชายแดน 53 แห่ง ทั่วประเทศ ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวการเดินทางเข้า-ออก ของบุคคลต้องสงสัยที่คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้มีการประสานให้ติดตาม
ผู้สื่อข่าวถามว่าขบวนการที่ก่อเหตุครั้งนี้เป็นขบวนการระดับประเทศหรือไม่ พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ไม่สามารถที่จะเปิดเผยได้ เพราะเป็นความลับด้านการสืบสวนสอบสวน แต่ยืนยันว่าเป็นกลุ่มขบวนการแน่นอน เพราะการก่อเหตุครั้งนี้ไม่สมารถทำโดยลำพังได้ เชื่อว่ามีการสั่งการ จากการตรวจสอบพบมีความเชื่อมโยงของวัตถุพยานทุกจุด ขณะนี้เราสามารถปะติดปะต่อเป็นภาพใหญ่แล้ว และจะนำไปสู่การจับกุมผู้ก่อเหตุต่อไป
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า การกระทำผิดที่เกิดขึ้นทั้งหมดทุกจุดมีความเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน และเป็นการกระทำของกลุ่มขบวนการ ภายใต้การบงการ หรือสั่งการของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ซึ่งขบวนการนี้อาจจะมีสิบคนหรือยี่สิบคน ขณะนี้ตำรวจก็มีเบาะแสที่จะดำเนินการ ส่วนจะมีมูลเหตุเรื่องใด ยังไม่สามารถบอกได้ ต้องรอให้การสืบสวนสอบสวนแล้วเสร็จ แต่ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างแน่นอน ขณะนี้ตำรวจฝ่ายสืบสวนกำลังอยู่ระหว่างต่อภาพเล็กๆ ให้เป็นภาพใหญ่ การทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ฉะนั้นใครก็ตามเป็นบุคคลต้องสงสัยและน่าเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็จะถูกเชิญตัวไปสอบสวนข้อเท็จจริง สอบถามข้อมูลต่างๆ ซึ่งใครก็ตามที่มั่นใจว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เคยคิดร้ายต่อประเทศ ไม่มีความโยงใย ท่านไม่ต้องกังวลใจ ผบ.ตร.ให้ความมั่นใจว่าการดำเนินคดี การออกหมายจับ รวมท้ังการจับกุมผู้กระทำความผิดอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย รวมทั้งพยานหลักฐานที่ได้มาจากที่เกิดเหตุ ทั้งพยานบุคคล ที่เป็นประจักษ์พยาน พยานแวดล้อม และกล้องซีซีทีวี ซึ้่งขณะนี้พยานหลักฐานเหล่านี้มีความชัดเจนที่จะนำไปสู่การออกหมายจับผู้ที่ก่อเหตุ
"อยากฝากไปถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หากท่านสำนึกผิด ขอให้มาพบเจ้าหน้าที่ เพราะ พยานหลักฐานทุกชิ้น เป็นจิ๊กซอว์ที่ปะติดปะต่อ และภาพใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นความต้องการของผบ.ตร.ที่จะเปิดะโปงขบวนการนี้ ว่ามีใครเป็นผู้อยู่เบื่องหลัง และใครอยู่ร่วมขบวนการบ้าง ขณะนี้ค่อยๆ มีความชัดเจนมากขึ้น การสืบสวนมีความก้าวหน้าตามลำดับ ขณะเดียวกันจากการสอบปากคำผู้ต้องสงสัยทั้งหมดที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวมา ทุกคนให้การเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน ยืนยันว่าวันนี้การสืบสวนมีความก้าวหน้ามากขึ้นทุกจุด"รองผบ.ตร.ระบุ







