
"บิ๊กตู่"ลั่นคสช.ชัดเจนเชื่อได้นำพาชาติสู่การเลือกตั้งปี60
"บิ๊กตู่"ลั่นคสช.ชัดเจนและเชื่อได้ขอทุกฝ่ายเคารพเสียงประชาชนหลังผลประชามติรับร่างรธน.และคำถามพ่วงเดินหน้านำพาประเทศไปสู่การเลือกตั้งปี60
"บิ๊กตู่"ลั่นคสช.ชัดเจนและเชื่อได้ขอทุกฝ่ายเคารพเสียงประชาชนหลังผลประชามติรับร่างรธน.และคำถามพ่วงเดินหน้านำพาประเทศไปสู่การเลือกตั้งปี60
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า เมื่อวันที่7สิงหาคม เป็น “วันออกเสียงประชามติ” เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งอยากจะเรียกว่าเป็น“รัฐธรรมนูญฯ ฉบับประชาชน”เนื่องจาก “เสียงส่วนใหญ่” ให้การยอมรับ ทั้งรัฐธรรรมนูญและประเด็นคำถามพ่วง มีพี่น้องประชาชน ได้ออกมาแสดง “พลังอันบริสุทธิ์” ด้วยการไปใช้สิทธิ์ในครั้งนี้ เกือบร้อยละ 60 ของจำนวนผู้มีสิทธิ์ออกเสียง
นายกรัฐมนตรี เห็นว่า “ความรักชาติและความสามัคคีของคนในชาติ” ได้กลับคืนสู่สังคมไทยแล้ว อย่างค่อยเป็นค่อยไป และนับเป็นความตื่นตัวทางการเมืองของ“เจ้าของอำนาจ”อย่างน่าชื่นชม นอกจากนี้ คิดว่า “เสียงบริสุทธิ์” ที่ปราศจากการชี้นำ หรืออิทธิผลจากทางการเมือง ย่อมสะท้อนถึงความต้องการ “ที่แท้จริง” ของประชาชน ที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า การปฏิรูปประเทศเพื่ออนาคตของลูกหลานเราเป็นสิ่งจำเป็น
ดังนั้น ขอให้ทุกฝ่ายเคารพการตัดสินใจของประชาชน และขอความร่วมมือกันเดินหน้าประเทศต่อไป อย่างไรก็ตาม “เสียงส่วนน้อย” ก็ยังเป็นเสียงที่มีคุณค่า ตามหลักประชาธิปไตย ที่จะต้องได้รับการรับฟังแล้วนำมาพิจารณา เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคม ได้อย่างปกติสุขครับ
ทิศทางพัฒนาประเทศ บริหารประเทศนับจากนี้ไป จะเป็นไปตาม Roadmap ของเรา ที่ คสช. ได้กำหนดไว้ โดย 3 เดือนจากนี้ไป คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมในบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญฯ ให้สอดคล้องกับประเด็นคำถามพ่วง และความเห็นชอบจากประชาชน
จากนั้น จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่ผม ในฐานะนายกรัฐมนตรี จะได้นำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อทรงพิจารณาและลงพระปรมาภิไธยต่อไป โดยจะมีวันสำคัญที่จะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ชาติไทย อีก 2 วัน ได้แก่
(1) วันพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่ แก่ประชาชนชาวไทย ประมาณเดือน พ.ย.59 และ
(2) วันเลือกตั้งทั่วไปช่วงปลายปี 60 ขอให้เราทุกคน ได้ลบเลือนอดีตที่เจ็บปวดและล้มเหลว ออกจากใจ และเก็บไว้เป็นบทเรียน ย้ำเตือนใจ สำหรับการก้าวไปสู่อนาคต ที่เริ่มชัดเจน สัมผัสได้ ที่รอเราอยู่ พวกเราจะต้องไขว่คว้าโอกาสเหล่านั้น จะได้มาก น้อย เพียงใด ขึ้นอยู่กับความสามัคคีของคนในชาติ
ที่กล่าวมานั้นก็คือความชัดเจนและเชื่อถือได้ ที่รัฐบาล และ คสช. มีให้กับประชาชนชาวไทยเสมอมา นับตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาควบคุมสถานการณ์ สำหรับเพื่อนบ้าน พันธมิตร และประชาคมโลก ที่แสดงความเป็นห่วง เฝ้าติดตามสถานการณ์ หรือให้กำลังใจกับประเทศไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินหน้าประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจ ถึงเหตุผล และความต้องการของประชาชนตามผลประชามติ ในเส้นทางสู่การเลือกตั้ง และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ซึ่งเป็นแผนระยะสั้น ที่จะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นแผนระยะยาว เพื่อให้เกิดความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอันดี รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน ทั้งภายในและนอกประเทศด้วย
เหลือเวลาอีก 1 ปีเศษ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไป และไปจนถึงการส่งมอบภาระหน้าที่ให้กับรัฐบาลใหม่ ผม และรัฐบาล และ คสช. ยังคงต้องการความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกันของคนในชาติ เหมือนที่เคยได้รับ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ในการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงต่างๆ นั้น ต้องการความเข้าใจและปรับตัวเข้าหากัน พูดจากันด้วยความจริงใจ ไว้เนื้อเชื่อใน ลดความหวาดระแวง ผมขอให้เชื่อมั่นและไว้วางใจว่า “รัฐบาลนี้จะเป็นรัฐบาลของคนไทยทั้งประเทศ” ที่มุ่งมั่นรักษาความมั่นคง เพื่อพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่งคั่ง อย่างยั่งยืน เราจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้บังเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน







