posttoday
รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวันหลอกญาติรองผบ.ตร.

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวันหลอกญาติรองผบ.ตร.

17 สิงหาคม 2553

กองปราบฯรวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ "มังกรไต้หวัน" ตั้งศูนย์ที่กวางเจา หลอกญาติ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รอง ผบ.ตร.

กองปราบฯรวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ "มังกรไต้หวัน" ตั้งศูนย์ที่กวางเจา หลอกญาติ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รอง ผบ.ตร.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 17 สิงหาคม พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทน ผบก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.อดินันท์ ชัยนันท์ รอง ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.จารุวัฒน์ พาหุมันโต สว.กก.1 บก.ป. พร้อมด้วย นางเพียงเพ็ญ จิระพันธุ์ หัวหน้าส่วนงานบริการทางการเงินอีเล็กทรอนิกส์ ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “มังกรไต้หวัน” ประกอบด้วย นายหวัง เจี่ยน อายุ 39 ปี หัวหน้าแก๊ง นายซิง หวัง ไซ่ อายุ 24 ปี รองหัวหน้าแก๊ง และนายซู เคอ เกิ่น อายุ 32 ปี ทำหน้าที่ม้าคอยกดเงินจากบัญชี ทั้งหมดสัญชาติไต้หวัน พร้อมของกลาง หนังสือเดินทาง 3 เล่ม สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ 7 เล่ม สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย 6 เล่ม พร้อมบัตรเอทีเอ็ม สมุดจดรายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ 2 เล่ม จับกุมได้ที่ศูนย์การค้าอาร์ซีเอ ซอยศูนย์วิจัย แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม.

พ.ต.อ.สุพิศาล กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหาครั้งนี้สืบเนื่องจากนางสุชาดา  แสงสิงแก้ว ซึ่งเป็นญาติของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รอง ผบ.ตร.ได้แจ้งความร้องทุกข์ว่า ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หลอกลวงให้โอนเงินทางเอทีเอ็ม สูญเงินไปเป็นนับแสนบาท ชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.จึงประสานเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงเทพ ติดตามแกะรอยคนร้ายโดยตรวจสอบจากเลขที่บัญชีปลายทางที่มีการโอนเงินไปพบว่า เป็นของนายพร (นามสมมติ) ซึ่งปัจจุบันบวชเป็นพระอยู่ที่ อ.หนองแค จ.สระบุรี จากนั้นจึงทราบข้อมูลอีกว่ามีชาวบ้านอีกหลายสิบรายในพื้นที่วัดลำบัว หมู่ 8 ต.หนองจรเข้ อ.หนองแค ตกเป็นเหยื่อถูกหลอกให้เปิดบัญชีธนาคารไว้ โดยทั้งหมดได้รับการว่าจ้างจากนายเหลือบ กับนายอาทิตย์ ที่รู้จักต่อๆ กันมา ซึ่งอ้างว่ามีญาติที่เล่นพนันจากบ่อนในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา จะโอนเงินมาให้แต่ไม่มีบัญชีธนาคารจึงขอให้ช่วยเหลือโดยให้เงินว่าจ้างเป็นเงิน 1,000 บาท เอาเงินไปฝากบัญชีละ 500-1,000 บาท ก่อนจะยึดสมุดบัญชีและบัตรเอทีเอ็ม เอาไว้

พ.ต.อ.สุพิศาล กล่าวอีกว่า หลังจากทางกลุ่มผู้ต้องหาได้บัญชีเงินฝากธนาคารที่ใช้ในการรอรับการโอนจากเหยื่อแล้วก็จะโทรศัพท์หลอกลวงผู้เสียหาย โดยจะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารบ้าง หรือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ระบุว่าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายอยู่ในข่ายถูกอายัดห้ามทำธุรกรรม หากจะยกเลิกให้ไปทำการแก้ไขตามขั้นตอนที่ตู้เอทีเอ็ม ซึ่งนั่นคือวิธีการหลอกให้โอนเงินไปแล้วโดยผู้เสียหายไม่รู้ตัวเป็นรูปแบบที่เคยปรากฎเป็นข่าวตามสื่อมวลชนมาแล้วหลายครั้ง พอคนร้ายได้เงินทางนายซู เคอ เกิ่น ซึ่งทำหน้าที่ “ม้า” ก็จะวิ่งไปกดเงินออกมาทันทีโดยผู้เสียหายไม่ทันได้อายัดการทำธุรกรรมการเงินในบัญชีธนาคาร จากนั้นคนร้ายก็จะปิดบัญชีที่ถอนเงินแล้ว ทำให้การตรวจสอบทำได้ยากขึ้น และใช้บัญชีใหม่ๆ ที่หลอกเหยื่อเปิดบัญชีทิ้งไว้รอโดยทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ

“จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าแก๊งคนร้ายจะว่าจ้างคนไทยให้ไปร่วมงานกับผู้ร่วมกระทำความผิดชาวจีน ซึ่งตั้งศูนย์คอลเซ็นเตอร์ที่เมืองกวางเจา ประเทศจีน โทรศัพท์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตกลับมาหลอกลวงเหยื่อในประเทศไทย ตรงกันข้ามกับแก๊งชาวไต้หวันที่ถูกเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานจับกุมไปก่อนหน้านี้ ซึ่งจะเข้ามาตั้งศูนย์คอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศไทย จาโทรศัพท์ไปหลอกผู้เสียหายในประเทศจีน โดยกรณีที่เกิดขึ้นพบความเสียหายเกิดขึ้นในเบื้องต้นแล้วหลายล้านบาท” พ.ต.อ.สุพิศาล กล่าว

ทั้งนี้ พ.ต.อ.สุพิศาล กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.ได้เร่งประสานเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ธนาคาร เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องรวมทั้งขยายผลการจับกุมไปยังผู้ร่วมกระทำความผิดรายอื่นๆ ต่อไป สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 3 ได้แจ้งข้อหา ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอีเล็กทรอนิกส์ของบุคคลอื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นหรือประชาชน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.ป.ดำเนินคดี พร้อมกับประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจไต้หวัน เข้าร่วมสอบสวนต่อไป

ด้าน นางเพียงเพ็ญ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทางธนาคารจะคอยตรวจสอบบัญชีที่มีเงินหมุนเวียนเข้าออกผิดปกติรวมทั้งบัญชีที่มีการเปิดแล้วปิดในชื่อบุคคลเดียวกัน แต่เรื่องการเปิดบัญชีนั้นไม่สามารถตรวจสอบได้เพราะเป็นสิทธิของลูกค้าที่จะมาเปิดบัญชีธนาคารเอาไว้ สำหรับกรณีการหลอกลวงให้โอนเงินทางเอทีเอ็ม นั้น ทางธนาคารได้ให้ข้อมูลและแจ้งกับลูกค้าที่กำลังจะโอนเงิน มีการประสานข้อมูลร่วมกับทางตำรวจและเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตลอดเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ดี หากลูกค้าธนาคารรายใดไม่มั่นใจว่ากำลังถูกหลอกลวงหรือไม่ขอให้รีบติดต่อกับเจ้าหน้าที่ธนาคารในสาขาต่างๆ ด้วยตนเอง หรือโทรศัพท์สอบถามที่คอลเซ็นเตอร์ของธนาคารจะได้รับข้อมูลดีกว่าเพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อต้องสูญเสียเงินไป

ขณะที่ นางรำพึง พงศ์ศรี อายุ 56 ปี หนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้เปิดบัญชีธนาคาร กล่าวว่า ได้รู้จักกับนายพร ผ่านทางชาวบ้านที่อยู่ในชุมชนเดียวกันโดยเขาว่าจ้างเป็นเงิน 1,000 บาท ให้นำเงินอีก 1,000 บาทไปเปิดบัญชีธนาคารเพราะจำเป็นต้องใช้รับเงินโอนจากญาติและเอาสมุดบัญชีธนาคารกับบัตรเอทีเอ็มไปด้วย ซึ่งตนเห็นว่าไม่ได้เสียหายอะไรและได้เงินว่าจ้างด้วยจึงไปเปิดบัญชี แต่ก็มารู้ภายหลังว่าถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดซึ่งทางตำรวจ บก.ป.ได้ติดต่อตนกับเพื่อนบ้านมาร่วมสอบปากคำซึ่งตนรับว่าทำจริงแต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของผู้ต้องหา

เช่นเดียวกับ นางจารวดี คงสมบัติ อายุ 31 ปี นางสุริวงศ์ แก้มมณี อายุ 29 ปี และนางกัญญรัตน์ ดอกรัก อายุ 41 ปี ผู้เสียหายที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ซึ่งกล่าวย้ำว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับผู้ต้องหา

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69